Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ มกราคม, 2007

ในที่สุด รักข้ามรั้ว ก็เป็นเรื่องเป็นราว และเป็นเล่ม
สมกับที่ตั้งหน้าตั้งตาคอยมาเป็นปี
ต้องขอบคุณสำนักพิมพ์ไฟน์บุ๊ค อย่างสูงยิ่ง
ที่ทุ่มทุนสร้างโดยไม่หวั่นว่าจะขายไม่ออก ^^”
ติดตามเรื่องราว และ ข่าวคราวได้จากตรงนี้ค่ะ
Just Do It ! ! ! !

Read Full Post »

“ชีวิตคนเรา เอาเข้าจริง
บางเรื่องกลับต้องอยู่ในกรอบถึงจะดี
การมีวินัยคือ การมีกรอบ มีขอบเขต
ของการใช้ชีวิตว่า กิน เที่ยว ทำงาน
อย่างมีสติ เลือกแต่ที่ดี,
แต่บางอย่างอยู่แต่ในกรอบ
ก็โง่เหมือนอยู่แต่ในกะลา
ต้องเปิดหู เปิดตา อย่าตีกรอบตัวเอง…
การดำเนินชีวิตต้องมีวิจารณญาณ
อะไรจะมีกรอบ อะไรจะหลุดขอบ
สิ่งใดต้องอยู่แต่ในเขต ไม่ลำเส้นเขา หรือใคร
แล้วปัญหาในชีวิต จะไม่วุ่นวายหรือยุ่งเกินไป…”
“บางครั้ง บางเรื่อง การแก้ปัญหา
คือการเปลี่ยนปัญหา
คือการไม่ต้องพบปัญหาเดิม
แล้วเปลี่ยนไปพบปัญหาใหม่
เช่น ย้ายบ้าน ย้ายงาน เปลี่ยนแฟน”
“หลายเรื่องของชีวิต และงาน
หากคิดละเอียดหรือถี่ถ้วน
ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าการคิดง่ายๆ
หรือคิดมักง่าย
ถ้ารักจะประสบความสำเร็จ
ต้องฝึกตัวเองให้คิดออกทุกมุม
อย่าคิดแค่มุมเดียว และความคิดในบางเรื่อง
ต้องพยายามคิดให้ต่อเนื่อง เรียกว่า ถักความคิด”
“การเรียนรู้ที่จะทำงานให้ดี
ต้องตั้งใจเรียนอย่างดี ผิด ถูก
แท้จริงแล้วคืออะไรต้องรู้จริงให้ได้
สามัญสำนึกต้องใช้
วิจารณญาณต้องถูก
การมองไกล ต้องมองได้
และที่สำคัญที่สุดคือ
ต้องดูคนเป็น อ่านดี เลว โง่ ฉลาด
ของแต่ละคนจนกระจ่าง
ทำไมใครจึงดี หรือร้ายกับเรา
แล้วใครมาดี มาร้าย อย่างไร
จะรับมือมันยังไงให้อยู่มือ
การยอมแพ้หรือเสียเปรียบในบางเรื่อง
บางเวลาเป็นปัจจัยที่หลากหลาย,
ปัญหาต่างๆ เรียงรายเข้ามา
เหมือนการถูกจับทดสอบจากอาจารย์ต่างๆ วิชา
บางเวลาครูใจร้ายจับสอบพร้อมๆ กันหลายวิชา
เหมือนแกล้ง บางทีพระเจ้าก็ใจร้าย
ออกข้อสอบยาก
เอาปัญหาชีวิตยุ่งยากมาให้แก้
การเรียนวิชาชีวิต
จึงเป็นหลักสูตรที่ต้องเรียนยาวตลอดชีวิต
เรียนไป สอบไป ได้บ้าง ตกบ้าง
อย่างต้องยอมรับในความเก่งมั่ง มั่วมั่งของตัวเอง
และที่ต้องเรียนไปพร้อมกับวิชาชีวิต
คือ วิชา “ทำใจ”….
** ข้อความทั้งหมดนี้
คนเขียนคือคุณ จิตรา ก่อนันทเกียรติ,
ผู้หญิงคนนี้เขียนหนังสือเก่ง จัดดอกไม้สวยและมักจะทึ่งเสมอ
เมื่อเห็นดอกไม้ที่เธอจัด
บางอย่างไม่เข้ากันเลย
แต่เธอก็ทำให้มัน “ลงตัว” ได้อย่างไม่น่าเชื่อ….
ที่ยกถ้อยความนี้มา
เพราะมันเป็นข้อเขียนที่จดไว้ในสมุดบันทึก
ซึ่งได้มาเมื่อวันเกิด 4 ปีก่อน,
เป็นสมุดโน้ตเล่มเล็กๆ
ที่มักจะใช้จดคำคม หรือถ้อยความที่โดนใจ
จากสื่อต่างๆ ที่พบเห็น
ไม่ว่าจะจากนิตยสาร จากภาพยนตร์
หรือกระทั่งจากคำพูดของคนที่พูดออกมาลอยๆ [...]

Read Full Post »

ฝนตกตอนกลางวัน
ไม่อยากออกไปไหน
นั่งมองข้างหน้าต่าง
หลายคนเปียกฝน
บางคนไม่เปียกเลย
หยิบร่มสีฟ้า…
เดินออกมาข้างนอก….
เดินเล่น…
ฝนตก
ตอนกลางวัน
เดินเล่น..

Read Full Post »

หลังจากที่ย้ายนิวาสสถานจาก สาทร มา ระยอง
โอกาสที่จะไปโรงเรียนตาบอด ก็มีน้อยครั้ง
แต่ก็ยังหาจังหวะ เวลา และโอาส ไปอยู่บ้าง
ในทุกครั้งที่เข้าเมืองหลวง ก็จะแวะไป
หรือมีอะไรที่พอจะทำได้บ้าง เช่น ในรายวิชาที่สอน
ทักษะการภาษาไทยเพื่อสื่อสาร…
การอ่านหนังสือลงเทป เป็น การฝึก…
ทั้งการ “อ่าน ฟัง และพูด” ได้ค่อนข้างสมบูรณ์
เมื่อผู้อ่าน กรอเทปกลับมาฟังก็จะรู้ว่า
จังหวะการอ่าน, การใช้คำ อักขระ และ ประโยคนั้น
ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน และควรนำไปปรับปรุงอย่างไร
ได้ผล…
หนังสืออ่านนอกเวลาหลายเล่ม ลงไปอยู่ในคาสเส็ตเทป
นักศึกษาปลื้มใจ ได้ทำประโยชน์ และ… ได้คะแนน
คนสอนปลื้มใจ  ได้ฝึกให้นักศึกษาเรียนรู้จริงตามหลักสูตร
น้องๆ มีหนังสือนอกเวลาฟัง…
แต่คำถามที่คาใจอยู่เสมอคือ
แล้วอะไรคือสิ่งที่เด็กๆ ตาบอด ต้องการจริงๆ
คำตอบที่ไม่เคยถามว่าถูกต้องหรือไม่
คือ “การยอมรับจากสังคม”
เมื่อพวกเขาเรียนจบ และก้าวเท้าออกจากรั้วโรงเรียน
ไปสู่สังคมที่กว้างกว่านี้
ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะ อย่างจงใจ หรือไม่ก็ตาม
คนพิการ มักจะถูกประเมินค่า
เป็นคนชั้นสองของสังคม
พวกเขาแทบไม่มีตัวตน
อยู่ในวิถีการดำเนินชีวิตของคนทั่วไป
บางครั้งก็ถูกเมิน และถูกมองข้าม
ทั้งๆ ที่คุณค่าของความเป็นมนุษย์นั้น
แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างจากเราๆ ทั่วไป
ถ้าเปลี่ยนมุม แล้วมองใหม่
พวกเขาไม่ได้ตาบอด… แค่ “มองไม่เห็น”
พวกเขาไม่ได้พิการ… แค่ “ไม่เหมือน” เราเท่านั้น
“ความดี”  ที่หลายคนเลือกทำกับ เด็กๆ ตาบอด
เป็นเรื่องที่ดี – แต่… คิดให้ดีๆ ว่า แท้จริงแล้ว
สิ่งที่ “ให้” [...]

Read Full Post »

สองบทที่อ่านถึงสองรอบคือ “แค่ชอบคงไม่พอ” กับ “สุดเวหากับแค่คืบ” พูดถึงบทแรก นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้รู้สึกได้เลยว่าอะไรหลายๆ อย่างที่เรากำลังทำและคิดจะทำและอยากทำทั้งหลายนั้นเราควรถามตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ว่า “แค่ชอบ หรือว่านี่แหละใช่” ถ้าเมื่อไหร่ที่มากกว่าแค่ชอบ เราจะทุ่มทั้งชีวิตจิตใจ แต่ถ้าเราแค่ชอบ เราก็จะไม่ใส่ใจมากเท่าที่ควร… ไม่ว่านั่นจะเป็นเรื่องงาน การใช้ชีวิต หรือว่าเรื่องของความรักก็ตาม และพูดถึงความรักก็ต้องบอกว่า “มายาพระจันทร์” นี่ก็ทำเอาตกหลุมรักพระจันทร์เสียจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียด้วย ไม่ว่าพระจันทร์จะมีด้านมืด ด้านสว่าง ยังไงพระจันทร์ ก็ยังเป็นพระจันทร์ ในเมื่อเรารู้ว่าพระจันทร์เป็นแบบนั้นถ้าเรารักจริงๆ เราก็ต้องยอมรับในด้านมืดของพระจันทร์…หลุมอุกกาบาตจะลึกแค่ไหนก็ยอม “ตก” ลงไป เช่นกันค่ะ ^_^
เรื่องราวของสุดเวหากับแค่คืบ คนเขียนก็ตั้งใจตั้งชื่อ “ศิลปิน” ในเรื่องให้แมทซ์กับเรื่องที่เขียนจนไม่ต้องเดาไปถึงไหน ไกลๆ เพราะชื่อก็บอกแล้วว่าคนหนึ่งนั้นสุดเวหา อีกคนนั้นก็แค่คืบ ตรงไปตรงมา… เรื่องราวของสองหนุ่มศิลปินที่ต้องทำงานในโจทย์เดียวกัน คนนึงมองโลกในแง่ร้ายอย่างสุดโต่ง คนนึงมองโลกในแง่ดีธรรมดา เมื่อโจทย์คือ ต้องวาดภาพที่สามารถ “จู่โจมเข้าหาคนดูโดยไม่รู้ตัว” และคนที่ครุ่นคิดที่จะเอาชนะอย่างเอาเป็นเอาตาย แน่นอนว่าต้องเป็น “สุดเวหา” เขากังวลว่า “แค่คืบ” จะลอกงาน กังวลว่าจะพ่ายแพ้ และอีกมากมายที่สั่นประสาทจนเขาหวาดหวั่น ในขณะที่แค่คืบทำงานไปอย่างใจเย็น และไม่เครียดเคร่งกับสิ่งที่ทำ และเมื่อวันตัดสินมาถึง ทั้งสองภาพ มีผ้าดำคลุมไว้เพื่อไม่ให้เห็นว่าข้างในเป็นรูปอะไร [...]

Read Full Post »

นานมาแล้ว……..
กลางฤดูฝนของประเทศไทย
ฝนตกกระหน่ำ ไม่ลืมหูลืมตา…
ท่ามกลางสายฝนนั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่ง….
ยื่นร่มสีฟ้าคันหนึ่งมาให้……
เขาบอกว่า “ผมมีร่ม 2 คัน”
เขาบอกเล่าว่า พกร่ม 2 คัน อยู่ตลอดเวลา,
เพื่อที่จะเอาอีกคันหนึ่งเอาไว้ให้คนอื่นยืม
คนอื่นที่ว่านั้น จะเป็นใครก็ตามที่เขาเจอตอนฝนตก
แล้วคนคนนั้นไม่มีร่ม….. เขาจะให้ (ยืม) ไปเลย….
..ต่อให้ไม่รู้จักกันก็ตามที….
ถ้ามีวาสนาได้เจอกันอีก….. อาจจะได้ร่มคืน
หรืออาจจะไม่ได้คืนก็ได้…. แต่นั่นไม่สำคัญ
เพราะเขาบอกว่า เขาพอใจแล้วที่…
อย่างน้อยก็มี 1 คนที่ไม่ต้องเปียกฝน…
เมื่อให้ร่มคนอื่นไป 1 คน
เขาก็จะซื้อร่มเพิ่มอีก 1 คัน….
- – – – -
ตอนนี้…….
เราก็มีร่มพกไว้ 2 คัน…..
คันหนึ่งนั้นเป็นของเราเอง
อีกคันหนึ่งนั้น….เป็นร่มสีฟ้าจากชายหนุ่มคนนั้น…..
และในวันที่ฝนตกหนัก……
เราจะเอาร่มสีฟ้าคันนั้นไว้ให้คนอื่นยืม
คนอื่นที่ว่านั้น จะเป็นใครก็ตามที่เขาเจอตอนฝนตก
แล้วคนคนนั้นไม่มีร่ม….. เราจะให้ (ยืม) ไปเลย….
……ต่อให้ไม่รู้จักกันก็ตามที…….

Read Full Post »

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการทำงาน
คือการรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
สภาพสังคมการทำงาน
รู้จักอ่อนลู่และมั่นคงเมื่อจำเป็น
ไม่ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง
รู้จักนอบน้อมมีสัมมาคารวะกับผู้ที่สูงวัยกว่า
รู้จักฟังคนอื่น และทำตัวให้มีคุณค่า
รับผิดชอบงานในส่วนที่ได้รับมอบหมาย
อย่างมีประสิทธิภาพ
ให้องค์กรมองเห็นถึงความสำคัญ…
“คน” ซับซ้อนเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ
มองเผินๆ ก็จะเห็นเพียงผ่านๆ…
การศึกษาถึงจิตใจคน
บางครั้งต้องใช้ความอดทน
สิ่งที่เห็นด้วยตากับสิ่งที่เป็นจริงๆ
อาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
บางครั้ง “คนดี” ที่เห็น ถ้ามองนานๆ ชัดๆ
อาจจะไม่ใช่คนเดิมที่เห็นตลอดมาก็ได้….
บางทีคนก็เหมือนทะเล… “กว้างและลึก”
เข้าใจยาก และเรียนรู้ลำบาก
บางทีอาจถึงกับต้องจมตัวเองลงสู่ก้นทะเล
เราจึงจะได้รู้จัก “ใครสักคนจริงๆ”
เมื่อเติบโตขึ้น
ประสบการณ์ในการอยู่ร่วมกับสังคมมีมากขึ้น
เราสามารถที่จะเลือก “อยู่”
กับสิ่งที่เหมาะสมกับเราได้…
เลือกการดำเนินชีวิตตามวิถีที่เหมาะสม…
มีกลุ่ม มีเพื่อน แต่เมื่อใดที่แปลกแยก…
ต้องถามและตอบตัวเองให้ได้
“อะไรคือสิ่งที่เลือกและอะไรคือสิ่งที่ชอบ”

Read Full Post »

ประภาส ชลศรานนท์. เท่าดวงอาทิตย์. พิมพ์ครั้งที่ 4.เวิร์คพอยท์สำนักพิมพ์. 2547
จำไม่ได้หรอกว่า ก่อนหน้านี้มีหนังสือ “คุยกับประภาส” ชื่ออะไรบ้างจำได้แต่ว่าเคยอ่าน กบเหลาดินสอ มะเฟืองรอฝาน ตัวหนังสือคุยกัน เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย และเล่มนี้…
จับใจความได้คร่าวๆ ถึงเรื่องเล่าของคุณประภาส คือ เหมือนการ “จับเข่านั่งคุย” เมื่อมีคำถามเกิดขึ้นปุ๊บ คุณประภาสจะไม่ตอบหรอกว่า ผมก็คิดอย่างนี้ ผมก็คิดย่างนั้น หรือ ผมว่ามันเป็นอย่างนี้ ผมว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่คุณประภาสจะเป็น “นักยกตัวอย่าง” ซึ่งจะเล่าเรื่อง เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น และเพื่อให้มองในมุมอื่นที่ต่างออกไป ซึ่งที่จริงบางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่โดยทั่วไปเราๆ ก้ไม่ค่อยนึกถึงกันนัก… ในเล่มนี้ ที่ชอบที่สุดเป็นตอนที่ … ตอนไหนจำไม่ได้แล้ว จำได้แต่เนื้อหา ที่บอกว่า แม่แอบกินไอศกรีมในตู้เย็นที่ลูกสาวซุกซ่อนไว้ซอกลึกสุดของตู้เย็น แล้วแม่ก็ยังไปเอามากินจนได้ ลูกสาวกลับมาจากทำงานเห็นแม่กำลังกินไอศกรีมก็ดุใหญ่ ว่าอุตส่าห์ซ่อนแล้วยังหาเจออีก คนเป็นแม่ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ แอบไปร้องไห้เสียใจที่ลูกไม่รัก ไอติมแค่นี้ก็ต้องหวงด้วย ในขณะที่ตัวลูกสาวเองกลับคิดอีกอย่างหนึ่งคือ ที่ไม่อยากให้แม่กินเพราะกลัวว่าโรคเบาหวานแม่จะกำเริบ เธอเป็นห่วงไม่อยากให้แม่ป่วย ซึ่ง เป็นเรื่องของ มุมมองของคนที่ “ยืนอยู่คนละจุด”
อ้อ อีกตอนก็คือ “หมาหมอบ” [...]

Read Full Post »

ยิว

โดย หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช, 2510 พิมพ์ครั้งที่ 7, 2545 ดอกหญ้า
สืบเนื่องมาจากการดูหนัง 2 เรื่อง คือ Schinler’s list กับ The Pianist และอ่านหนังสือ 2 เล่มคือ The Reader’s และ Anne Frank : The Diary of the young girl เลยทำให้เกิดความสนอกสนใจและอยากรู้อยากเห็นถึงเรื่องราวและความเป็นมาเป็นไปของ “ยิว”
ในที่สุดก็หาหนังสือชื่อ “ยิว” มาอ่านจนได้ พร้อมด้วยความกระจ่างในเรื่องของยิว ซึ่งถึงแม้จะเป็นมุมมองในทางบวกของผู้เขียน แต่อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ได้เห็นถึงการเอาตัวรอดของยิว การนับถือศาสนา
ยูดาย ด้วยจิตใจอย่างแท้จริง… และแน่นอน รู้ถึงสาเหตุของการเกลียดชังถึงต้องล้างผลาญยิวของฮิตเลอร์แล้วล่ะ
ยิวเป็นคนเก่ง และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคน
- ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกศาสนาหนึ่งคือ ศาสนาคริสต์ มีศาสดา คือพระเยซู เป็นยิว
- ศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่ใหญ่ที่สุดอีกศาสนาหนึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากศาสนาของพวกยิว
- ผู้เริ่มลัทธิใหญ่อีกลัทธิหนึ่งในโลก คือ ลัทธิคอมมิวนิสต์ ชื่อว่า [...]

Read Full Post »

กระดาษใบน้อยเท่าโพยที่นักศึกษาซุกเข้าห้องสอบ
เสียบอยู่ในหนังสือเล่มที่ไม่เคยอ่านจบเลยสักที
นั่นคือ กลองสังกะสี :The Tin Drum พะยี่ห้อโนเบล
ปี 1999 จากเยอรมนี ความหนาเท่าพจนานุกรม
สองเล่มซ้อนกัน…
อ่านมาเป็นปีแล้วยังได้ไม่ถึงสามสิบหน้า
กะว่าจะพยายามอ่านให้จบก่อนอายุสี่สิบ
ซึ่งก็เหลืออีกตั้งหลายปี…
ส่งท้ายปลายธันวา
ด้วยการสร้างความตื่นเต้นให้หัวใจได้ครื้นเครง
กับการ “ทดสอบ” ศักยภาพด้านสติปัญญา
โดยการลงสนามทดสอบฝีมือกับพี่น้อง
ในสาขาเดียวกัน สิบเอ็ดชีวิตที่มาจากต่างสถาบันฯ
และต่างประสบการณ์
แต่ละคน…ก็ “ไม่ใช่ธรรมดา” ทั้งนั้น
ต่างก็มาเพื่อปลายทางเดียวกัน
นั่นคือการถูกเลือกให้เหลือเพียงหนึ่ง!
กับ การทดสอบที่หฤโหด ไม่แพ้กับการฝึก
Cobra gold หรือ Cope Tiger เลยเชียวล่ะ…
น่าสนุก…
เพราะการแข่งขันมักจะทำให้ “หัวใจเต้นแรง” ได้เสมอ
* * *
เมื่อการแข่งขันจบลง แล้ว
ถ้าไม่เป็นผู้ถูกเลือกล่ะ? จะเสียใจไหม
คำตอบมีอยู่ล่วงหน้าแล้วว่า “ไม่”
เหตุผลข้อที่หนึ่งคือ – -
ไม่เคยสกัดดาวรุ่งตัวเองด้วยการบั่นทอนกำลังใจ
อันมีอยู่นิดน้อย… เท่าหอยมด
เรารู้ว่าเราพร้อมแค่ไหน? และเรารู้ว่าอะไรที่เราไม่รู้ – -
เราอาจจะไม่รู้ว่า “คู่แข่ง” ทั้งสิบคนนั้นฝีมือเป็นยังไง
แต่เรารู้ว่าเรามีฝีมือเราเป็นยังไง
เหตุผลข้อที่สองคือ – -
“ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนี่” เพราะมันไม่ใช่การตัดสิน
ว่าชีวิตเรา “ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว”
มันเป็นเพียงการ “ทดสอบสมรรถภาพ”
อย่างหนึ่ง เท่านั้นเอง
ซึ่งก็แปลว่า เมื่อผลออกมา มันทำให้เรารู้ว่า
เราแข็งแกร่ง อ่อนซ้อม หรือต้องสั่งสมประสบการณ์
และชั่วโมงบินมากเท่าใด จึงจะสามารถ “ลงสนาม”
ได้ใหม่อีกครั้ง
* * *
แต่ถ้าหากผู้ “ถูกเลือก” เกิดเป็นเราขึ้นมาล่ะ?
ก็ดีสิ เพราะมันจะทำให้เรายิ่ง “หัวใจเต้นแรง” มากขึ้น
เมื่อเราต้องค้นหาวิธีใหม่ๆ [...]

Read Full Post »

เรื่องที่เก่ากว่า