1.
มีใครคนหนึ่ง หน้าตาก็ธรรมดา (ค่อนข้างไม่พิเศษ…)
เดินผ่านหน้าตึกทุกวัน….
เวลาเดียวกัน เรากำลังวิ่งหัวกระเซิงมาเลย…
(รีบไปตอกบัตรอ่ะ… ไปทำงานสายทุกวัน)
หลายวันผ่านไป….
นานจนกลายเป็นความเคยชินกับการได้เดิน “สวนทาง”
แต่ไม่เคยได้รู้จัก… เพราะไม่เคยทักทายกัน….
แต่ “หลักฐาน” ที่ยังคงอยู่… (จนถึงทุกวันนี้)
คือสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่เขียนเอาไว้ว่า
ในแต่ละวันที่เดินสวนทางกันนั้น
วันไหน เขาสวมเสื้อสีอะไร….
บางวันสีฟ้า, บางวันสีครีม บางวันสีเทา…
หกเดือนผ่านไป ตั้งใจจะเดินเข้าไปทักเขา….
(หัวไม่ยุ่ง, แต่งหน้าทาปาก และไปทำงานเช้ากว่าทุกวัน)
แต่…..เก้อ…..
หลังจากนั้น… ก็ไม่ได้เจออีกเลย…..
(เข้าใจว่าลาออกไปแล้ว..)
ถ้าอยากจะรู้จักใครสักคน… จงอย่าลังเลที่จะกล่าวคำว่า “สวัสดี”
เพราะนั่นอาจเป็นโอกาสเดียวที่รอมา “ตลอดชีวิต”…../
2.
กระดาษใบหนึ่ง จาก “พระจันทร์” เขียนว่า
ในค่ำคืนที่มืดมิด…
ทำให้เรามองเห็นแสงสว่างเพียงเล็กน้อย
ให้กลับสว่าง กระจ่างชัดเจนขึ้น
และในทางตรงกันข้าม….
ในความสว่างไสว….
อาจทำให้เรามองไม่เห็นมุมมืดที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้…
ในกลางวันเรามองเห็นอะไรชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ…
กลางวันคือการเริ่มต้นเดินไปสู่ความมืด
กลางคืนคือจุดเริ่มต้นไปสู่ความสว่าง…
เที่ยงวัน คือจุดที่สว่างที่สุด แต่จะมืดลง
เที่ยงคืน คือ จุดที่มืดที่สุด แต่จะสว่างขึ้น…./
3.
โดยปกติแล้วจะมีสิ่งที่ชอบอยู่ไม่กี่อย่าง
หนึ่งในนั้นมี “เรือ” รวมอยู่ด้วย….
โดยเฉพาะเรือลำเดียว… จอดนิ่งๆ อยู่ในน้ำ
เบื้องหลังเป็นเมฆ…
นั่นเป็นความรู้สึกที่ Can’t talk about it มากที่สุด
ในกระเป๋าสตางค์มีรูปเรือ…
ภาพเขียนข้างผนังห้องเป็นรูปเรือ
มีเพื่อนเป็นทหารเรือ มีเพื่อนเป็นนักเดินเรือ…
อาจจะเพราะเรือคู่กับน้ำ น้ำคู่กับฟ้า ฟ้าคู่กับเมฆ
เพราะชอบเมฆ
จึงมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองดูเมฆจากเรือลำที่นั่งอยู่….
หรือแม้กระทั่งการมองจากบริเวณใด
ที่มองเห็นเรือกับเมฆ…
ก็มักจะยืนมองนานๆ เสมอ….
เมฆเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ไม่ว่าจะยืนที่เดิม ถ้าเวลาเปลี่ยน เมฆก็เปลี่ยน
คนก็เหมือนเมฆ…
ต่อให้เป็นคนเดิม… ถ้าเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน…./
4.
ถ้าเปลี่ยนประโยคจาก “มันสมควรแล้วที่เป็นแบบนั้น”
เป็นคำว่า “น่าสงสารมัน, ไม่น่าเป็นแบบนั้นเลย”
นั่นจะสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิด
และจิตใจของคนพูดได้อย่างชัดเจน…
คนที่ถูกพูดถึงอาจจะไม่รู้สึกอะไร (เพราะอาจจะไม่ได้ยิน)
แต่คนที่ได้ยินต่างหาก
ที่จะมีมุมมองต่อคนพูดแตกต่างไปจากเดิม
จากที่เคยมองดูดี อาจจะกลับเปลี่ยนเป็นแย่ลง..
เพราะคำพูดที่ “ไม่ทันคิด” แค่ประโยคสั้นๆ
เหมือนภาพเขียนสวยงาม….
ถ้ามันถูกจับพลิกอีกด้าน…
ด้านหลังนั้นอาจจะเต็มไปด้วย
หยากไย่ ใยแมงมุม และความสกปรก
“คำพูดที่ไม่ตั้งใจ มักทำร้ายความรู้สึกได้เสมอ”…../
5.
บางครั้งการตัดอกตัดใจ ตัดขาด
อาจจะยากเย็นแสนเข็ญ
เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ
แต่หากต้องรัก ต้องฝืน ต้องทน…
เพื่อใครสักคน ทั้งที่รู้ว่าคนคนนั้น
ไม่ใช่ใครที่ “ใช่” สำหรับชีวิต
นั่นอาจจะเหนื่อยมากกว่า
ความรักเป็นเรื่องของใจ… แต่
“ใช่กับไม่ใช่” เป็นเรื่องของโชคชะตา
เวลาในโลกนี้มีไม่มากนัก
ถ้าหากจะรัก ก็รักให้เต็มที่กับคนที่ “ใช่”
“ใช่” คนที่อยากจะรัก…
แต่ถ้าหากรู้ว่าคนที่ “รัก” ไม่ใช่คนที่ “ใช่”
ก็อย่าฝืนใจให้เสียเวลา… /
6.
คนบางคนมีสองโลก…
คือ โลกของตัวเองที่มีแต่ตัวเอง
กับสิ่งที่ตัวเองอยากให้มี….
กับอีกโลกหนึ่ง
คือ โลกของความจริงที่มีตัวเอง
กับคนอื่น (ถึงแม้ไม่อยากให้มี)…
เพราะทุกคนย่อมมี “ที่เงียบๆ” ของตัวเอง…
ที่ไม่อยากให้ใครเดินเข้ามาหา (โดยไม่ได้เชิญ)
บางครั้งก็ขังตัวเองอยู่ในที่ของตัวเอง
อย่างมีความสุขและพอใจ…
แต่โลกของความจริงนั้น
เราไม่สามารถที่จะลงกลอนตัวเอง
แล้วห้ามคนอื่นไม่ให้เคาะประตูได้….
บางครั้งจึงต้องยอมรับ แยกแยะ และปรับตัว….
เพราะโลกที่เราอยู่กับตัวเอง
เป็นโลกของเราเพียงคนเดียว…./
จะขอ Comment เป็นข้อไปนะครับ
1.
ผู้หญิงที่พยายามจดจำว่าแต่ละวันผู้ชายคนที่เขาแอบปิ๊งใส่เสื้อสีอะไร ผมว่าน่ารักมาก และการที่คุณได้เจอกับเขาแล้วจู่ๆ เขาก็หายไป ถึงแม้ว่ามันเป็นอาการแบบใจหายไปเลย (!) แต่อย่างน้ยคุณก็ได้เจอเขาแล้ว ได้เดินวนเขาทุกวัน สิ่งนี้คือสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว เราจะอมยิ่มกับความทรงจำของเขาเสมอที่ได้คิดถึง
2.
อ่านข้อนี้จบแล้ว คิดถึงข้อความของโกวเล้งที่บอกว่า “เวลาที่มืดมิดที่สุดก็คือเวลาที่ใกล้สว่างมากที่สุดเช่นกัน
3.
เราชอบมองก้อนเมฆมากๆ ชอบจินตนาการว่า วันนี้มันเป็นรูปอะไร เวลาไปต่างจังหวัดได้เห็นฟ้าเป็นฟ้ามีก้อนเมฆสีขาวสะอาดๆ ปุกปุย โห ! ชอบมั่กๆ เห็นแล้วต้องถ่ายรูปไว้ประจำ แต่เรืออันนี้นานๆ นั่งที รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย เพราะเราว่ายน่้ำไม่เป็น แต่ก็ชอบเวลาที่เราอยู่ในเรือ และเรือก็กำลังอยู่กลางมหาสมุทร ชอบพอๆ กับนั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบิน แล้วมองออกไปเห็นทะเลของปุยเมฆ อยากนอนบนนั้น
4.
เจ้าชายน้อย เคยบอกกับเรานานมาแล้วว่า “คำพูดเป็นที่มาของความเข้าใจผิด”
ถ้ารักใครให้ลูบหลังเขาหรือไม่ก็กอดจากข้างหลังมันแทนความอบอุ่นที่เรามีให้เขามากกว่าคำว่า ฉันรักเธอ
5.
ในชีวิตจริง เรามีเวลาหาคนที่ใช่ได้นานแค่ไหนกันนะ เราไม่รู้ว่าเขาจะเดินผ่านมาเมื่อไหร่ บางทีคนที่ใช่สำหรับเรา ก็ดันกลายเป็นคนที่ใช่สำหรับคนอื่นไปแล้ว
เราก็ต้องให้เขาเป็นคนที่ไม่ใช่ไปในที่สุด เคยคิดว่าจะรอคนที่ใช่นะ แต่ถ้าวันนี้เรากลายเป็นคนที่ใช่ สำหรับใครบางคนจริงๆ เราก็เลือกที่จะคลิกกับคนๆ นั้น เพื่อทำให้ความรักของเราสองคนใช่ในที่สุด
6.
เราเป็นคนที่อยู่กับตัวเองเยอะมาก ด้วยงานที่เราทำด้วยมั่ง บางทีเราก็อยากให้ใครสักคนเดินเข้ามารู้จักโลกที่เราอยู่บ้าง คือ ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นว่าโลกของเรามันน่าอยู่ไหม ทุกวันนี้เราพยายามอยู่ในโลกของความเป็นจริงมากที่สุด เราว่าเราปรับตัวกับมันได้แล้วล่ะ โลกของความเป็นจริงของเราเริ่มต้นตอน 7 โมงเช้าวันจันทร์นี่ก็เหลือเวลาอีกไม่ี่ชั่วโมงแล้วล่ะ
ขอให้จขบ. โชคดี เราชอบสำนวนผู้หญิงๆ ของคุณมาก อัพบ่อยๆ ได้ไหม ชอบ
ขออีก Comment หนึ่งนะ
มีพี่คนหนึ่งที่เรารู้จัก เขาตั้งชื่อบล็อกว่า
the aesthetics of loneliness
เขาเขียนมา 5- 6 เดิือนแล้ว เป็นเรื่องที่อ่านแล้วสั่นไหวทั้งนั้นแวะไปเยี่ยมชมได้นะครับ
http://theaestheticsofloneliness.blogspot.com/
ไว้คุยกันเนอะ
ชอบข้อ 5 อ่ะ อิอิ
แวะมาเที่ยวเล่นค่ะ ยังไม่ทันได้อ่านจริงจัง
ชอบข้อ 1 มากเลยค่ะ ^^
1. แค่เอ่ย “สวัสดี” แต่บางครั้งมันก็ยากเย็นสำหรับเรา
ผ่านไปแล้วเพิ่งรู้ตัวว่า ปล่อยโอกาสดีๆ ให้หลุดลอย
อารมณ์เนี้ยเคยเป็นเหมือนกัน
2. นึกถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขึ้นมาตะหงิด ตะหงิด
3. ชอบอารมณ์ระหว่างการเดินทางโดยเรือ
ไม่ว่าจะเป็นเรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟากเจ้าพระยา ไปจนถึงเรือโดยสารข้ามเกาะ
(อ้อ..ยกเว้นเรือหางยาวไว้หน่อย มันซิ่งเกินไปจนน่ากลัว)
เพราะเป็นการเดินทางอย่างเนิบช้า จึงมีเวลาละเลียดรายละเอียดระหว่างการเคลื่อนที่มากมาย
4. อืม จริง
5. รู้สึกโชคดีที่ได้เจอกับคนที่คิดว่า “ใช่” สำหรับเราแล้ว
6. หวังว่าเราคงไม่ได้มากวนที่เงียบๆ ของเฌลลีนะ
สวัสดีค่ะ
บางทีการได้จดจำความรู้สึกดีๆ แม้จะไม่มีโอกาสได้ทักทายอย่างที่คุณ event26th บอกก็คงจะดี และการที่ในที่สุดไม่ได้ทักทาย อาจเป็นเพราะคนๆ นั้น ไม่ใช่คนที่ “ใช่” มั้งคะ แต่สำหรับเราตอนนี้ เราทักแล้วนะว่า “สวัสดีค่ะ” ทักเพราะเข้ามาที่นี่ครั้งแรกและชอบจัง
ชอบนั่งมองเมฆค่ะ ยิ่งวันฟ้าใสๆ เมฆปุยๆ สวยๆ อย่างนี้ยิ่งชอบ เด็กๆ ชอบมองเมฆว่าเป็นรูปอะไร เคยเห็นเป็นรูปสนู้ปปี้ด้วยค่ะ แต่ซักพักสนู้ปปี้ก็บิดเบี้ยวกลายเป็นรูปอื่นๆ ไปตามแรงลม คงเหมือนคน อย่างที่ จขบ. บอกไว้ แต่บางคนก็แกร่งและมั่นคง (ไม่ใช่หรือคะ)
คนที่เจอคนที่ “ใช่” แล้วดีจังเลยนะคะ เรามีคำถามกับเพื่อนๆ ตลอดว่า จะรู้ได้ยังไงว่าแฟนที่คบอยู่คือคนที่ “ใช่” จริงๆ …เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบค่ะ คิดว่าเค้าคงตอบได้แหละ แต่อธิบายให้เราฟังไม่ได้ เพื่อนก็แค่ตอบมาว่า “ถึงตอนนั้นก็รู้เองแหละ”
ยินดีที่ได้เข้ามาที่บล็อกนี้ และได้เริ่มต้น(อ่านและรู้จัก)ที่นี่