Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2007

ชื่อของเขาคือ ณนนท์ 
เขาเป็นแค่
ตัวละครที่ถูกสมมติขึ้นในนิยาย….
ไม่มีตัวตนในโลกของความเป็นจริง – –
ไม่ใช่คนดี ที่ทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่เขารัก
ไม่ใช่คนที่พร้อมจะเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อใคร
ไม่ใช่คนที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครได้
โลกของเขา… คือโลกของเขา
เขาไม่อยากรู้จัก เขาจะไม่เดินไปทักใคร
เขาไม่อยากให้ใครรู้จัก เขาจะไม่เปิดประตูต้อนรับใคร
เขามี “ระยะห่าง” ระหว่างมิตรภาพ กับทุกคน
ไม่เว้นแม้แต่ คนที่รักเขามากที่สุด….
ระยะห่าง ที่ไม่จำเป็นต้องเอื้อมมือเข้าไปหา
หรือไขว่คว้าเพื่อพยายามที่จะใกล้…
เขาชอบ Night With มากกว่า คาราบาว
เขาเลือกที่จะฟัง Nemo มากกว่า ลมพัดใจเพ
และเขาก็มีความสุขกับการได้ทำงานเจ็ดวัน
ได้นอนนานๆ ถ้ามีวันหยุด…
เขารู้ตัวว่าเขาไม่ใช่คนเก่ง และไม่มีความมั่นใจในบางเรื่อง
แต่แอบปลื้มตัวเองที่ไม่มีใครทำได้เหมือนเขาในบางอย่าง
เขาสนใจทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
แต่ไม่เคยชอบอะไรได้นาน…
เขา….
เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครบางคน
เหมือนนิ้วมือนิ้วที่สิบ เหมือนขาข้างขวา
เหมือนแขนข้างซ้าย เหมือนหัวใจสามห้อง
และเหมือนสมองทั้งสองซีกของอีกคน…
เขาอยู่ในอีกมิติหนึ่งของชีวิตคน-คนนั้น
- – – – -

ถ้าเรารักใครสักคนเราอาจจะพูดถึงเขาในบ่อยครั้ง
การที่เราได้พูดถึงคนที่เรารัก มักจะเป็นความสุข
แต่เราอาจจะลืมไปว่า ยังมีคนอื่นอีกหลายคนที่
เห็นเป็นเรื่องน่ารำคาญใจ – -
“ณนนท์ มีตัวตนจริงๆ เหรอ? พามาแนะนำให้รู้จักบ้างสิ”
“อยากเจอ ก็ต้องไปหา ไม่ใช่ให้เขามา เพราะเขาจะไม่มา”
“เฮ้ย… สำคัญขนาดต้องไปหาถึงที่เลยเหรอ ไม่ได้อยากรู้จักขนาดนั้น”
กำแพงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า….
จึงถูกก่อขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว…….
และหลังจากนั้นต่อมา………………
ณนนท์ จึงเป็นเพียง “ตัวละครที่ถูกสมมติขึ้นในนิยาย..”

ไม่มีตัวตนอีกต่อไป

Read Full Post »

ถามตัวเองว่า ทุกวันนี้ มีความสุขกับชีวิตหรือไม่
ถ้าคำตอบคือ “ไม่”
ให้ถามต่อไปว่า
สิ่งที่คิดว่าขาดไปคืออะไร
แล้วมุ่งมั่นแสวงหาในสิ่งนั้น
การตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต
เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับตนเอง
เป็นวิธีที่ดีที่สุด
ที่จะหลีกเลี่ยงการเดินหลงทาง
และเสียเวลาให้กับสิ่งไร้สาระ
ชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่จะคิด
อย่าปล่อยให้บางสิ่งที่เราต้องการ
ตกค้างอยู่ที่ใดที่หนึ่ง
โดยที่ไม่… แม้แต่พยายามค้นหา…/
——————————————————————

บันทึกของวันที่ 31 เดือน 7 ปี 2005
เป็นข้อความจากหนังสือเล่มหนึ่ง
ซึ่งเป็นของขวัญสำหรับใครคนหนึ่ง
ที่กำลังเดินทางไกลไปเรียนต่อ…
ถึงวันนี้คนจากไปอาจจะ “ค้นหา”
ในสิ่งที่จะช่วยเติมเต็ม
ความสุขของชีวิตเจอแล้ว
หรือบางทีก็อาจจะอยู่ในระหว่างค้นหา
การ “ตั้งเป้าหมาย” แล้วได้ลงมือทำ
บางครั้งก็น่าสนุกดี ^____^
เหมือนที่บางคนบอกเอาไว้ว่า
“มีสองทางให้เลือกใช้ชีวิต
ทางแรก คือ ใช้ชีวิตเหมือนกับว่า
ทุกอย่างเป็นธรรมดาสามัญ
กับอีกทางคือ ใช้ชีวิตให้เหมือนกับว่า
ทุกๆ สิ่งคือ ปาฏิหาริย์…

Read Full Post »

“ก้อนหินหนึ่งก้อน เอาไว้ทับกระดาษ
ก้อนหินหลายก้อนเอาไว้สร้างกำแพงเมืองจีน”
ลงท้ายในคอลัมน์อะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับสร้างๆ
ของ “นิ้วกลม” ในอะเดย์ น่ะนะ
อ่านแล้วก็คิดถึงประโยคนึงที่ไปเจอในหนังสือพิมพ์
ฉบับไหนก็ลืมไปแล้ว เขาว่า “ที่ศิลปินวาดท้องฟ้าเป็นสีแดงได้
เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นสีฟ้า”
ประโยคที่ไม่เกี่ยวกันเลยกับก้อนหิน ของนิ้วกลม
ไม่รู้เหมือนกันว่าเราคิดโยงเข้าหากันได้ยังไง
แต่เรากำลังจะบอกว่า “คนเรามันต้องมีจินตนาการ”
ท้องฟ้าของใครก็ท้องฟ้าของคนนั้น
มันไม่เหมือนกันหรอก
บางคนมีท้องฟ้าเป็นสีชมพู
ถ้านั่นอยู่ในห้วงเวลาที่เขากำลังตกหลุมความรัก
บางคนก็มีท้องฟ้าเป็นสีดำ
ถ้าชีวิตเขากำลังอยู่ในช่วงตกหลุมความทุกข์…
เราเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบท้องฟ้า
อาจจะเพราะเราชอบเมฆ ชอบถึงขั้นที่
ว่าตั้งใจจะซื้อกล้องถ่ายรูปคุณภาพดีๆ
เพื่อถ่ายรูปเมฆเป็นคอลเลคชั่นโดยเฉพาะนั่นเลยแหละ…

ก้อนหินหนึ่งก้อน กับเมฆหนึ่งก้อน
ไม่ต่างกันในรูปแบบของผลที่ได้จากมัน…
ก้อนหินทับกระดาษได้
แต่ก้อนเมฆทับกระดาษไม่ได้
ก้อนหินเป็นกำแพงเมืองจีนได้
แต่ก้อนเมฆเป็นกำแพงเมืองจีนไม่ได้…
สิ่งที่ก้อนเมฆทำได้… คือ ทำให้เกิด “น้ำ”
ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของก้อนหิน
และกำแพงเมืองจีน….
ศิลปินไม่ได้วาดได้แค่ท้องฟ้าสีแดงหรอก
ที่จริงเขายังวาดกำแพงเมืองจีนบนท้องฟ้าได้อีกด้วย
เพราะเขารู้อยู่แล้ว ว่า…. มันเป็นก้อนหิน!

Read Full Post »

D E S T I N Y

1. Do you believe in destiny
บางครั้งการจากพรากก็มาถึงโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว
แม้กระทั่ง เอ่ยปากบอกว่า “ลาก่อน” ยังไม่มีโอกาสนั้นเลย…
หญิงสาวถอนหายใจให้กับข้อความที่ได้รับ “จดหมายอิเล็กทรอนิกส์” เธอย้อนนึกไปถึงการเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างคนสองคน… นาน…จนยากย้อนกลับไปนับวันเวลา ระบบสื่อสารและโทรคมนาคมเข้าครอบคลุมการดำเนินชีวิตแทบทุกกระเบียดนิ้ว การทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือช่วย… เทคโนโลยีสารสนเทศ “คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต” จึงเข้ามามีบทบาทที่สุด…จดหมายฉบับแรก… 3 ปีที่ผ่านมา“สวัสดี… คุณคงแปลกใจที่อยู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ส่งจดหมายมาถึงคุณ ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกันที่มีคนชื่อเหมือนฉัน… ใช่แล้วค่ะ ฉันชื่อเหมือนคุณ ฉันพบชื่อคุณจากการสืบค้นชื่อตัวเองเล่นๆ บนระบบอินเทอร์เน็ต ฉันแปลกใจมากที่เห็นชื่อคุณบนกระทู้ในเว็บบอร์ด และฉันได้อีเมลล์คุณมาจากในนั้น ถ้าคุณได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว กรุณาตอบกลับด้วยนะคะ ฉันอยากรู้จัก คนชื่อเดียวกัน..”ชายหนุ่มอ่านจดหมายฉบับนั้นอย่างขำๆ มันเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขาเช่นกัน และคิดในใจว่าผู้หญิงคนนั้นคงว่างมากและไม่มีอะไรทำ ถึงได้ Search ชื่อตัวเองเล่นอย่างนั้น แต่ความรู้สึกหนึ่งที่ตามมาคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำลายความเป็นส่วนตัวของเขาลงอย่างสิ้นเชิง… แต่เขาก็ตอบจดหมายของเธอ…อย่างน้อยที่สุด เธอก็ชื่อเหมือนเขา
“…เราไม่สามารถปิดบังอะไรที่เราเป็นได้เลยหรือ? ในโลกนี้ ก็แปลกดี บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องตามหาใครสักคนอย่างพลิกแผ่นดินเพื่อที่จะพบ…เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เราค้นหาอะไรก็ได้ง่ายขึ้น…ชื่อผมแปลว่ากริช ชื่อคุณก็คงแปลเหมือนผม คุณรู้จักกริชไหม? ต้องรู้จักสิ ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ชื่อนี้…ผมกำลังฟังเพลง เพลงเก่าของ Rod Stewart ชื่อเพลง I don’t want [...]

Read Full Post »

กระดาษใบไม่ใหญ่นัก พิมพ์ด้วยอักษร ขนาด 25 p.
ติดอยู่บนโต๊ะในโรงอาหารของคณะเศรษฐศาสตร์…
เหลือบไปเห็นพอดีจึงอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม
กับถ้อยความเล็กๆ ที่คนเจ้าความคิด
บรรจงเอามาติดด้วยกาวสองหน้าอย่างดี…
มองในมุมหนึ่งก็น่ารักดี…
และอดคิดไม่ได้ว่าคนที่
นั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นอยู่ข้างๆ นี่
เขาจะเห็นกระดาษใบเดียวกันนี้หรือเปล่า…
และคิดต่อไปอย่างฟุ้งซ่านว่า
เขาจะคิดว่ามันเป็นโชคชะตา หรือว่า
แค่บังเอิญที่ได้นั่งอยู่ข้างๆ เรา…
ทั้งๆ ทีไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิด
แต่ก็เป็นเรื่องที่ชวนคิดไม่หยอก….
นัยยะที่ซุกไว้, คนที่เขียนถ้อยความนี้เท่านั้น
ที่อาจจะรู้ดีแก่ใจกว่าใครทั้งหมด…
มันแปลว่าเขาตั้งคำถามขึ้นมาตรงๆ ว่า
“เพราะคนเราทุกวันนี้ห่างเหินกันเกินไปหรือเปล่า?”
แค่นั่งอยู่ข้างๆ กันในโรงอาหาร เรียนที่เดียวกัน
หรืออาจจะทำงานตึกเดียวกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน
ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกัน เจอหน้ากันทุกเช้า
แต่เราก็ไม่เคยรู้จักกันเลย….
มันจะเป็นไปได้ไหมนะ ที่เราจะหันมาทักทายกันบ้าง?
เราคุ้นเคยสนิทสนมกับจอมอนิเตอร์
เราวางใจ-สนิทใจกับโทรศัพท์มือถือ
แต่เราเหมือนอยู่กันคนละโลก
ขณะที่นั่งติดกันบนรถเมล์
และเรามักจะตื่นตระหนกตกใจ
หาก อยู่ๆ ใครคนที่นั่งข้างๆ นั่น
ทะลึ่งมาทักทายเราด้วยคำว่า “สวัสดี”
คนเรามักจะสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
กั้นตัวเรากับคนอื่นให้เกิดช่องว่างอยู่เสมอ…
นั่งข้างกัน “บังเอิญ หรือโชคชะตา”
ประโยคคล้ายกันนี้ มีใครคนหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า
“มีสองทางที่เราจะเลือกใช้ชีวิต
ทางแรก ใช้ชีวิตให้เหมือนกับว่า
ทุกอย่างเป็นธรรมดาสามัญ
คือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว
และ อีกทาง คือ ใช้ชีวิตให้เหมือนกับว่า
ทุกๆ สิ่งคือปาฏิหาริย์”
คนที่นั่งข้างๆ ยังโซ้ยก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นอย่างเมามัน
และไม่ได้สนใจถึงความบังเอิญ
หรือโชคชะตาอะไรสักอย่างนั่นหรอก…
แต่ไม่นานจากนั้น 20 นาที เขาก็ได้กลายมาเป็น
“คนที่นั่งข้างกัน” จริงๆ ในชั้นเรียน
วิชาภาษาอังกฤษชั่วโมงแรกของวันนั้น/

Read Full Post »

ณ ท้องสนามหลวง และศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ สิบเก้านาฬิกากว่าๆ ของค่ำคืนวันที่ห้าธันวาคมประชาชนคนไทยล้วนพร้อมใจกันจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่พระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี, โฟกัสลงมาที่สถานที่เล็กๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร คนที่นั่นกำลังตั้งใจฟังเสียงจากเครื่องรับโทรทัศน์ภายในห้องโถงโล่งอันใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทุกประเภทตั้งแต่ สนามแข่งขันกีฬา เวทีประกวดร้องเพลง รวมไปถึงร้านตัดผม แต่วันนี้พวกเขาทั้งหลายต่างยืนสำรวม สงบนิ่ง ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเงี่ยหูฟังว่าในโทรทัศน์นั้นมีอะไร…
เจ้าหน้าที่เริ่มเดินแจกเทียนไข ซึ่งมีกล่องนมตัดครึ่งเสียบตรงกลางเพื่อป้องกันหยดน้ำตาเทียนไม่ให้ไหลย้อยลงมาโดนมือ… ซึ่งกล่องนมเปล่าเหล่านี้อาจจะไม่จำเป็นสำหรับ “คนที่มองเห็น” แต่สำหรับเด็กตาบอดแล้ว ค่อนข้างจำเป็นมาก… แต่น่าเสียดายที่ กล่องนมเปล่าเหล่านี้ แม้จะตัดเป็นลายกนกสวยงาม แต่ก็ไม่อาจป้องกันเปลวเทียนที่อาจจะเผลอลุกไหม้เส้นผม หรือเสื้อผ้า ของเด็กๆ ได้ ถ้าเพียงแต่พวกเขาจะถือมันไว้ใกล้ตัวเอง (หรือเพื่อนๆ จนเกินไป)เด็กหญิงฟาง ชั้น ป.1 ห้องครูอุ้ย ถามว่า วันนี้เป็นวันอะไรทำไมถึงจุดเทียน, และเมื่อเธอฟังเสียงจากโทรทัศน์ ประโยคคำถามต่อมาคือ สนามหลวงเป็นยังไง และ อีกมากมายหลายสิบคำถาม ซึ่งถ้าหากใครมีโอกาสได้อยู่กับเธอเหล่านี้ ก็จะต้องเป็น “อับดุล” ถามอะไรต้องตอบได้หมด… เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไม เด็กๆ เหล่านี้จึงไม่เคยหมดคำถามสักที… ยิ่งเราตอบคำถามไปเท่าไหร่ พวกเขาก็จะมีคำถามใหม่ที่เกิดจากคำตอบที่เราให้ไปนั่นแหละ… เสมอๆ ดังนั้นแล้วคนตอบคำถามจึงต้องช่างอธิบายพอสมควร คำถามที่ไม่คิดว่าจะถูกถามเช่น ปูอัดเป็นยังไง มีสีอะไร? ดอกไม้ดอกนั้นสีอะไร [...]

Read Full Post »

ทุกคนมีเรี่ยวแรง
แต่ก็ก็มีเวลาเหนื่อย
และอยากพัก,
 
ชีวิต ก็คือการผจญภัย
คือ การเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้
 
บางครั้งต้องอาศัยความอดทน อดกลั้น
บางทีก็ต้องรอคอย…
 
การรอคอยอย่างอดทน
มันทดสอบสมรรถภาพ
ทางจิตใจคนได้เป็นอย่างดี,
 
คนเราจะเข้มแข็งได้
ก็ต่อเมื่อได้เผชิญกับอุปสรรคแท้จริง
ได้เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา
ได้เรียนรู้ที่จะหาทางออกของปัญหา
 
แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์มีอยู่ในตัว-ทุกคนคือ
“การเรียนรู้และแสวงหา”
 
เปิดใจยอมรับในสิ่งใหม่ๆ
เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้
และลองทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำได้…
 
“ฟัง” ในเรื่องที่แม้จะไม่อยากฟัง
เพราะนั่นจะทำให้ได้รับรู้เรื่องราวที่ไม่อยากรู้
มันทดสอบความอดทนได้เป็นอย่างดี
 
“คิด” ในเรื่องที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้
บางครั้งสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้นั่นแหละ
ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว ต้องจัดการกับมันให้ได้
ดังนั้นแล้วต้องรู้จัก “ฟังและคิด” ในสิ่งต่างๆ
ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ….
 
เข้มแข็งเข้าไว้ และตั้งใจทำในสิ่งที่กำลังทำให้ดีที่สุด

Read Full Post »

ไทย

ไทย

ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย
เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย…..
 
แปดนาฬิกา…และสิบแปดนาฬิกาของทุกวันจะได้ยินประโยคนี้ ก่อนที่เสียงเพลงชาติไทยจะดังขึ้นตามมาในทุกสถานีวิทยุ… ทั่วประเทศ
ในโรงเรียน…ธงชาติไทยค่อยๆ เลื่อนจากต้นเสาไปสู่ยอดเสาช้าๆ จนจบเพลง ธงชาติไทยก็ขึ้นถึงปลายเสาธง… เด็กๆ ทุกคนพร้อมใจกันร้องเพลงชาติไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน และทุกโรงเรียนทั้งประเทศเราจะได้ยินเสียงเพลงชาติไทยพร้อมๆ กันในเวลาแปดนาฬิกา ธงชาติไทยจะอยู่บนยอดเสา ปลิวไสวอยู่อย่างนั้นจนถึงเวลาสิบแปดนาฬิกา เวลาที่เพลงชาติไทยดังขึ้นอีกครั้ง… ธงชาติไทยจะถูกลดลงจากยอดเสาและรอ…จนถึงรุ่งขึ้นในเวลาแปดนาฬิกาของอีกวัน อย่างนี้…ทุกวันเรื่อยมา…
ในระหว่างเรียน… จะมีเพลงที่ครูสอนเกี่ยวกับ “ชาติไทย” อยู่เสมอ เด็กๆ ร้องเพลงนี้ได้
ไตรรงค์ธงไทยปลิวไสวสวยงามสง่า
สีแดงคือชาติ สีขาวศาสนา น้ำเงินหมายว่าพระมหากษัตริย์ไทย
 
เสาธง… บ้างเป็นไม้ไผ่ บ้างเป็นโลหะ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับการมีธงชาติไทยปลิวไสวอยู่บนยอดเสา… ธงชาติไทย… และเพลงชาติไทยคือสิ่งที่บอกให้เรารู้ว่าเราเป็น “ไท” เป็นเอกราช มีเสรีภาพ เราทุกคนถูกปลูกฝังว่า เกิดเป็นคนไทยต้องรักชาติ… เมื่อเป็นเด็ก เราต่างเคร่งครัดในคำสอนนั้นเป็นอย่างดี… เด็กๆ ทุกคน “รักชาติ”
ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย
เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย….
 
เหตุผลของ “เมืองหลวง” คือการจราจรติดขัด จึงเป็นธรรมดาในเวลาแปดโมงเช้าที่นักเรียนต้องยืนตรงเคารพธงชาติอย่างพร้อมเพรียงกันหน้าเสาธง เด็กหลายคนยังอยู่บนรถเมล์ กระเป๋าหนักจนทำให้ไหล่เอียง บนรถรับส่งที่ต้องนั่งครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอดเส้นทาง และรถของผู้ปกครองบนท้องถนน เด็กหลายคนต้องรับประทานอาหารเช้าในรถ
เด็กๆ ไม่สงสัยหรอกว่าทำไมพ่อแม่จึงให้เขาเรียนหนังสือในโรงเรียนดังแต่อยู่ไกลจากบ้านเกือบครึ่งเมือง เด็กๆ ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อที่จะอาบน้ำแต่งตัวมายืนรอรถรับส่ง และถ้าบังเอิญว่าตื่นสาย หรือแค่หาถุงเท้าไม่เจอก็อาจจะทำให้พลาดรถรับส่ง… นั่นทำให้เป็นภาระของพ่อแม่ที่ต้องไปส่งและพลอยทำให้พ่อกับแม่ไปทำงานสายอีกด้วย [...]

Read Full Post »

เคย…นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา
นึกถึง หนทางที่ผ่านพ้น
และนึกถึงคนที่ “ผ่าน” พบ….คนบางคน “ผ่านตา”
แต่ไม่เหลืออะไรให้จดจำ
ผิดกับอีกบางคน
ที่ “อยู่ในความทรงจำ” เนิ่นนาน
แม้เพียงพบเจอแค่ครั้งเดียวผู้คนล้วนหลากหลาย
วิถีชีวิต
วิธีการใช้ชีวิต
เรื่องราวต่างๆ ในชีวิต
คนคนหนึ่ง
ก็เหมือนโลกใบหนึ่ง
เราได้รู้จักใครคนหนึ่ง
เท่ากับเราได้รู้จักโลกใหม่ใบหนึ่ง
และ….
ทุกคน
มี “เสี้ยว” ชีวิตที่น่าค้นหา
น่าสนใจ…
ใครบางคนดังกล่าว
อาจเพียงผ่านมา
แล้วผ่านไป
บนหนทางสายยาวไกลของชีวิต….
แต่เรื่องราวจากใครบางคนดังกล่าวนั้น
อาจติดอยู่ในความทรงจำ – เนิ่นนาน…

Read Full Post »

รักต้องห้าม ?

Part : 1
เก็บเอาไว้เถอะเก็บเอาไว้ ยังมีคนต้องการ
ผ่านวันนี้มาจากเมื่อวาน ยังมีวันต่อไป
แอบเอาไว้ เถอะแอบเอาไว้ ดูใจให้นาน นาน
จำเอาไว้ คารม ไอ้ที่หวาน หวาน ปากและใจต่างกัน…
 เพลงที่ถูกเปิดซ้ำซากวนกลับไปมาเป็นรอบที่… นับไม่ถ้วน นี่ถ้าหากเป็นเทป ม้วนอาจยืดไปแล้วก็เป็นได้… ครั้งแรกที่ตั้งอกตั้งใจฟัง… มันทำให้หญิงสาวอย่างเธอมีน้ำตา! โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย… “หึ…” เธอเผลอเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียง… ใช่ นาฬิกามันเคยอยู่ตรงนั้น แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่มันเคยอยู่ บางที มันอาจจะแค่เปลี่ยนที่ตั้งจาก “หัวเตียงนี้ ไปเป็นหัวเตียงโน้น”เธอไม่ได้ข่าวคราวคนที่เคยรัก… นับตั้งแต่วันที่ลาจากกัน… มันเป็นความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุดในชีวิตหญิงสาวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงสามสิบปี แต่ “เสียท่า” ให้กับคนที่นอนร่วมเตียงกันทุกคืน… อาจจะเป็นเพียงความบังเอิญ หรืออาจจะเป็นความตั้งใจก็สุดคาดเดา เมื่อเธอพบเขากำลังเดินโอบไหล่สะพายกระเป๋า พะเน้าพะนอคลอเคลียประหนึ่งว่าเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันกับ หญิงสาวร่างเล็ก ตัวสั้น ป้อม ตูดใหญ่ ไหล่กว้าง คนนั้น… เธอคิดในใจ “หมอนี่…ถูกผีเข้าหรือไง” เธอไม่ได้ใช้เวลา “ตั้งสติ” นานนัก… อาชีพทนายความทำให้เธอต้องมีไหวพริบ และ “ทันคน” ใช่… เธอแทบจะ “ทัน” [...]

Read Full Post »

เรื่องที่เก่ากว่า