Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ ตุลาคม, 2007

สมุดบันทึก หน้าที่ 4 : แล้วพรุ่งนี้จะดีขึ้นเอง
มีเรื่องเศร้ามากกว่านั้น ในวันที่โดดเดี่ยวอย่างวันนี้
เพิ่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้ไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่เป็นคนเดียวที่ทำให้รู้สึกดีได้ทุกครั้งที่คุยด้วย ทั้งที่เป็นคนสุดท้ายที่เรามักจะโทฯ ไปหา เป็นคนเดียวที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาแต่มักจะชวนคุยด้วยเรื่องอื่นและทำให้เราสบายใจขึ้นเสมอ เป็นคนที่มักยุ่งอยู่ทุก 7 วัน วันละมากกว่า 14 ชั่วโมง เพราะงานที่รับผิดชอบค่อนข้างมาก แต่เขาจะอดทนฟังเรื่องงี่เง่าของเราได้นานกว่าใครเสมอ ทุกครั้งเรามักจะได้ยินเสียงหัวเราะกับเรื่องเล่าตลกๆ ให้เราสบายใจได้อยู่เสมอ และทุกครั้งก่อนจะวางสายสนทนาเขามักจะถามว่า “สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง ถ้ายังก็นอนหลับซะนะแล้วพรุ่งนี้จะดีขึ้นเอง” นั่นคือเพื่อน และเป็นแค่เพื่อน ไม่มีอะไรเคลือบแฝงในมิตรภาพ…
เมื่อตอนที่เราจะย้ายจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ต่างจังหวัดเมื่อปลายปี 2548 เรานัดกินข้าวก่อนเราจะไปอยู่ไกล
ครั้งที่หนึ่ง เพื่อนบอกว่า “ไม่ว่างต้องพาคนป่วยไปโรงพยาบาล”
ครั้งที่สอง เพื่อนบอกว่า “ไม่ว่างต้องไปเฝ้าคนป่วยที่โรงพยาบาล”
ครั้งที่สาม เพื่อนบอกว่า “ไม่ว่างต้องไปงานศพ”
เป็นอันจบ ก็คิดว่าไม่ได้เจอกันแน่ – – ก่อนออกเดินทาง ตอนนั้นอยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ก็เลยโทฯ ไปหาอีกครั้งบอกว่า “เราจะไปแล้วนะ” เพื่อนถามว่า รถไฟออกกี่โมง เราตอบว่าตีห้าครึ่ง เพื่อนบอก “โชคดีนะ” แล้วเราก็รอเดินทาง – – เป็นการเดินทางที่เงียบเชียบและโดดเดี่ยวที่สุด แต่การไปครั้งนั้นเป็นการไปด้วยความฝันและอุดมการณ์ มีเพลง “มาให้บ้านเกิด” [...]

Read Full Post »

สมุดบันทึก หน้าที่ 3 : เรื่องที่ไม่เข้าใจกัน
คนแต่ละคนก็เหมือนวงกลม วงกลมหนึ่งวงนั้นแทน “โลก” ของคนคนหนึ่ง เมื่อคนสองคนรู้จักกันก็เหมือนวงกลมสองวงกำลังทำปฏิกิริยา มันจะแทรกซึมเข้าหากันหรือว่ามันจะกระทบกันแล้วกระดอนออก นั่นก็อยู่ที่คนสองคนกับ “ปฏิกิริยา” ที่มีต่อกัน บางคู่ก็เข้ากันไม่ได้ ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ตาม วงกลมที่แข็งและหนาจะปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่าง มองอีกมุมหนึ่งก็คือการสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเอง ไม่ยินดีที่จะให้ใครปีนข้ามกำแพงนั้นเข้ามาและไม่ยินยอมที่จะออกจากกำแพงของตัวเองด้วย นั่นทำให้วงกลมที่เข้ามากระทบนั้นกระดอนออกไป “ตามแรงที่เข้ามา” แล้วก็เจ็บปวดเมื่อผิดหวังกับปฏิกิริยาตอบรับ การแทรกซึมเข้าหากันไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งต้องอาศัยจังหวะ เพื่อลดแรงปะทะของวงกลมทั้งสองนั้น…
มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งรักมาก เป็นเพื่อนสนิท (ที่อย่างน้อยเราก็คิดว่าเราเป็นเพื่อนสนิท) และเพราะความสนิทเลยทำให้เราไม่ค่อย “รักษาน้ำใจ” กันเท่าใดนัก เพราะรู้ว่าความสนิททำให้เรามักจะไม่ถือสากันในเรื่องราวต่างๆ ทั้งหลาย
ไม่นานมานี้เราสองคนทะเลาะกันอีกครั้งในจำนวนหลายๆ ครั้งที่เราทะเลาะกัน เป็นการทะเลาะกันด้วยเหตุผลโดยมีอารมณ์เป็นตัวดำเนินเรื่อง, น่าแปลกที่เราไม่รู้สึกโกรธที่เขาโกรธ แต่เรากลับรู้สึกว่าการทะเลาะครั้งนี้ของเราเป็นเรื่องที่ดี เพราะนั่นทำให้เราได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเพื่อน รู้ถึงสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างเรา และนั่นทำให้เรารู้ว่าเราจะแก้ปัญหาในเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร
สาเหตุหลักคือความไม่เข้าใจกัน ในเรื่องเดียวกันเราตีความไปคนละอย่าง และการให้ความสำคัญในเรื่องนั้นไม่เท่ากัน ต่างคนต่างเชื่อฝังใจในเหตุผลของตัวเอง จึงเกิดการกระทบกระทั่งถึงขั้นทะเลาะกัน – แต่ในเวลาที่คนเราทะเลาะกัน คือเวลาที่เราได้ระบายความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกไป และเมื่อต่างคนได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริงให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้แล้วก็ย่อมทำให้เกิดความเข้าใจ
ดังนั้น ท้ายสุดเราก็เข้าใจว่าทำไมเรื่องที่เรามองเป็นเรื่องเล็กจึงเป็นเรื่องใหญ่ของเพื่อน และเข้าใจว่าทำไมเพื่อนจึงไม่เข้าใจเรา, แต่สุดท้ายเราก็พายเรือในอ่าง พูดไปพูดมาก็กลับมาที่เดิม เรื่องราวจึงจบด้วยการ “ไม่พูดกันสักพัก” และการทะเลาะกันครั้งนี้กลับทำให้เราเข้าใจกัน” มากขึ้น, หรืออย่างน้อยเราก็เข้าใจเขา ทั้งๆ [...]

Read Full Post »

สมุดบันทึก หน้าที่ 2 : เพื่อน
มีคนที่ถูกนับเป็นเพื่อนสนิทไม่มากคนนัก หนึ่งในนั้นมีหนึ่งคนที่เกิดก่อนหนึ่งวัน ปีเดียวกัน เรียนมัธยมปลายมาด้วยกัน และปัจจุบันก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนเจ้าอารมณ์ และขี้รำคาญ ในบางครั้งการถูกถามซ้ำๆ ในเรื่องเดิมบ่อยครั้งเราก็จะหงุดหงิดนั่นเลยทำให้ลืมติดเบรกและตวาดเพื่อนไปอย่างไม่ตั้งใจ เรื่องราวของวันนั้นยังจำได้ดีถึงวันนี้
“เป็นไงบ้าง สบายดีไหม เรื่องงานเป็นไง ทำงานหรือยัง”
“ถามไปทำไม ถามเพราะเป็นห่วงหรือถามเพราะอยากรู้เท่านั้น”
คำตอบที่พอหลุดออกจากปากไป สายโทรศัพท์จากปลายทางก็ถูกตัดไปด้วย ชั่วขณะที่อึ้งไปสนิท แล้วจึงโทฯ กลับเพื่อขอโทษเพื่อน สามเดือน เราไม่ได้คุยกันอีก ระหว่างนั้นเป็นภาวะครุ่นคิด เราจะยอมเสียเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานับสิบปีเพราะเรื่องเท่านี้หรือ มองกลับอีกมุม ก็อดที่จะน้อยใจเพื่อนไม่ได้ เรื่องแค่นี้จะโกรธจนไม่ยอมเป็นเพื่อนกันอีกก็ตามใจ ในคราวนั้นฑิฐิเดินนำลิ่วไปไกล ไม่สนใจ จะโกรธก็โกรธไป เพราะง้อแล้วไม่ยอมพูดกับเราเองนี่หว่า
นั่นเป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้น กับการไม่แยแสใคร และบอกกับตัวเองว่า มีคนอีกตั้งมากมายที่อยากเป็นเพื่อนกับเรา แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป การเริ่มต้นใหม่กับเพื่อนใหม่เป็นเรื่องยุ่งยากอย่างหนึ่งนั่นคือ เราต้องทำให้เพื่อนใหม่รู้จักและยอมรับในความเป็นเรา ถ้าเราจะเล่าเรื่องอะไรสักเรื่องให้เขาฟังเราต้องเริ่มต้นตั้งแต่หนึ่ง ถ้าเราอึ้ง เขามักจะคิดว่าเรางอน ถ้าเราถอนหายใจ เขาจะคิดว่าเราหนักใจ ตรงข้ามกับเพื่อนสนิท แค่เอ่ยมาสักประโยคเขาก็รู้แล้วว่าเราจะพูดเรื่องอะไร ถ้าเราอึ้งเขาก็รู้แล้วว่าเรากำลังคิดเรื่องส่วนตัว ถ้าเราถอนหายใจ เขาก็รู้ว่านั่นเป็นนิสัยติดตัวเรามาโดยไม่มีสาเหตุอะไร – – เราไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายกับเพื่อนสนิท เราไม่ต้องคิดว่าเพื่อนอยากกินอะไร เราไม่อยากเตะถ้าเขาจะเรียกชื่อแม่แทนชื่อเรา…เหมือนเมื่อคราวมัธยมปลาย [...]

Read Full Post »

สมุดบันทึก หน้าที่ 1 : คนพิเศษ
น่าแปลกที่เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไปแล้วคำว่า “พิเศษ” จะกลายเป็น “ธรรมดา” ได้ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่จะลดปริมาณเมื่อรู้สึกอิ่ม, หรือบางทีความรู้สึกของคนก็อิ่มเป็นเหมือนกัน คนพิเศษจึงกลายเป็นคนไม่พิเศษเหมือนเดิมอีก
นานมาแล้วกับใครคนหนึ่งซึ่งเคยเป็น “คนพิเศษ” ระหว่างเราไม่เคยถูกเรียกว่าเป็นคนรัก, เกือบจะเป็น แต่ความหมางใจระหว่างเราก็เกิดขึ้นเสียก่อน เขาเก็บความเข้าใจอย่างหนึ่งไปด้วย เราเก็บความเข้าใจอย่างหนึ่งมาด้วย เราต่างคนต่างก็เข้าใจไปคนละอย่างแต่ไม่เอ่ยปากพูดกัน ผ่านไปหนึ่งปีเรามีโอกาสได้พบกันโดยบังเอิญ เรากลับมาคุยกันถึงอดีต เรื่อง “ความเข้าใจ” เขาบอกว่า
“ผมเข้าใจว่าคุณไม่ได้รักผม”
“ทำไมเธอจึงคิดว่าฉันไม่รักเธอ”
“เพราะคุณไม่เคยพูดสักคำว่ารักผม”
“ฉันเข้าใจว่าเธอรักคนอื่น”
“ทำไมจึงเข้าใจว่าผมรักคนอื่น”
“เพราะเธอไม่เคยแสดงออกว่ารักฉัน”
แล้วในที่สุดเราสองคนก็เข้าใจตรงกัน แต่หนึ่งปีที่ผ่านมานั้นเขามีคน
รักแล้วและจะแต่งงานในไม่ช้านี้ ความเข้าใจตรงกันจึงไม่มีความหมายเมื่อมันเกิดขึ้นช้าไป และคำว่า “คนพิเศษ” ก็หายไปจากความสำคัญด้วย แต่เรื่องค้างใจระหว่างเราก็จบลงด้วยมิตรภาพ
นั่นเป็นเรื่องของอดีต และคนในอดีต ในขณะที่ปัจจุบันกับคนปัจจุบัน เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในระหว่างมิตรภาพที่ถูกให้ความสำคัญในระดับ “คนพิเศษ” กำลังจะกลายเป็นอดีต เป็นเพราะเราต่างก็ต้องการให้มันเป็น เมื่อทุกอย่างถึงเวลาของมัน ที่เรียกว่า “อิ่ม”
ถ้าเราให้ความสำคัญกับอะไรมากๆ เรามักจะทนุถนอมสิ่งนั้นเป็นพิเศษ ถ้าเราให้ความสำคัญกับใครมากๆ เราก็จะจัดลำดับให้เขาเป็น “คนพิเศษ” ในทางกลับกัน เรายิ่งถนอมมาก ระวังมากเราก็จะยิ่งเป็นห่วงมาก ว่าของสิ่งนั้นจะชำรุดเสียหายบ้างหรือไม่ คนคนนั้นจะเข้าใจเราบ้างหรือเปล่า รักเป็นห่วงเราอย่างที่เราห่วงเขามั้ย เป็นต้น
แต่เมื่อทุกอย่างแตกสลาย เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างมิตรภาพ ความเสียใจจึงมากกว่าสิ่งของธรรมดาเสียหาย [...]

Read Full Post »

หลังจากถีบตัวเองกระเด็นออกจากหน้าจอมอนิเตอร์ชั่วคราว ไปนั่งนับจังหวะลมหายใจเล่นที่ชานเมือง ริมคลองอัมพวา (อีกครั้ง) ในจำนวนหลายครั้งที่ผ่านมา, ไม่ได้คลั่งไคล้หลงใหลอะไรในอัมพวาเป็นพิเศษ ไม่มีแรงบันดาลใจให้ต้องไสหัวตัวเองไปถึงที่นั่น แม้ในวันที่เหงาเบ็ดเสร็จอย่างเช่นทุกวัน มันเป็นเพียงเพราะว่าอัมพวาอยู่ใกล้พระรามสอง มากกว่าที่พระรามสองอยู่ใกล้กับเกาะสีชัง…
อัมพวาเป็นความไม่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ชอบการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย ซึ่งอาจถูกป้อนข้อมูลมาว่าที่นั่นมีนักท่องเที่ยวแห่แหนกันไปเพื่อให้ได้ชื่อว่า ไปอัมพวามาแล้ว คนที่ไม่ชอบคนมากๆ จะไม่ชอบไป, แต่ในบางจังหวะ อัมพวาที่มากด้วยผู้คนก็เป็นอัมพวาที่น่ารัก เพราะมักจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ การเดินเฉียดไหล่กับคนในชุมชน ฟังบทสนทนาของคนสองฝั่งคลองที่ตะโกนหากันแข่งกับเสียงเรือท่องเที่ยว เสียงเรียกเรือผัดไทย โอเลี้ยง ดังอยู่ริมคลอง และเมื่อพาตีนเดินไปจนสุดปลายทางคลองด้านหนึ่ง นั่งมองการกระเพื่อมไหวของแม่น้ำยามเรือแล่นผ่าน ถ้าเพียงแต่จะลัดเลาะไปในละแวกที่เป็นวิถีปกติของชุมชน จะพบความเงียบสงบซุกซ่อนตัวเองอยู่ในท่ามกลางการท่องเที่ยวแบบโหวกเหวกโวยวาย
หิ่งห้อย ตลาดน้ำ และโฮมสเตย์ อาจจะทำให้ใครๆ อยากไปเยือนอัมพวา แต่อาม่ากำลังอาบน้ำให้หลานชายตัวน้อยริมคลองบางทีก็น่าสนใจกว่า หรือการได้นั่งสนทนากับคุณยายสองคนพี่น้องซึ่งแท็กทีมกันไม่แต่งงาน พร้อมทั้งให้เหตุผลกับสาวๆ ยุคใหม่ว่า “ผู้ชายสมัยนี้ไม่อดทน” ไม่อดทนกับความยากลำบาก ไม่อดทนกับความเบื่อหน่าย และไม่อดทนกับความยั่วยุของอบายมุข – ยายว่าอย่างนั้น นั่นก็เป็นการเปิดประตูอีกบานของทัศนคติ…
อัมพวาในความเป็นชุมชนที่ถูกดัดแปลงให้รองรับกับการท่องเที่ยวในห้วงเวลาซึ่งผู้คนต่างโหยหาอดีต และธรรมชาติ เป็นจังหวะดีของอัมพวาที่สามารถแจ้งเกิดได้และทำเอาตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นดาวตกรุ่นไปในระยะเวลาเพียงไม่นาน –
บางกลุ่มคนพยายามที่รักษาวัฒนธรรมอัมพวา, บางกลุ่มคนพยายามนำสิ่งทันสมัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว และอีกบางกลุ่มคนสงสัยในความเป็นคนอัมพวาของตัวเอง… คนเก่าแก่ในชุมชนที่ค่อยๆ ล้มหายตายจากไป คนรุ่นใหม่เข้าไปทำมาหากินในเมืองหลวงซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยกิโลเมตร, ทั้งหมดเป็นเรื่องของปากท้อง การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเป็นหน้าที่ของทุกคนหลังที่ลมหายใจแรกเริ่มสูดเอามลพิษของโลกกลมๆ ใบนี้เข้าไป บางเสียงที่หล่นจากปากคนอัมพวา
“อยากให้คนในท้องถิ่นไม่ทิ้งชุมชนไปไหน ก็ต้องหางานให้เขาทำ [...]

Read Full Post »

นิทรรศการภาพถ่ายขาว-ดำ ว่าด้วยคอนเสปท์เกี่ยวกับ วิถีแห่งจิตใจ ณ แกลเลอรี่ฮอลล์ ที่ใหญ่มากแห่งหนึ่ง ศิลปินที่มาแรงที่สุดแห่งยุคสมัย ชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว ด้วยผลงานที่แตกต่างในเรื่องมุมมอง และการถ่ายทอด นั่นทำให้เขาเป็นที่ถูกจับตามอง…
เบื้องหลังของความสำเร็จ มาพร้อมกับความเจ็บปวดบางประการ
“ถ้าคุณชอบถ่ายรูป ฉันจะชวนคุณเดินทางท่องเที่ยวถ่ายรูปด้วยกัน ถ้าคุณชอบสีน้ำมันฉันจะชวนคุณปาดแปรงลงบนผืนผ้าใบ ถ้าคุณใช้กล้องไม่เป็นฉันจะสอนให้ ถ้าคุณใช้พู่กันไม่คล่องฉันจะฝึกคุณ”
ทั้งหมดนั้นมาจากความรัก และความรักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ใครคนหนึ่งยอมเสียสละสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเองเพื่อคนอีกคน
“ความฝันของฉันคือการได้เห็นคุณประสบความสำเร็จในความฝันของคุณ”
เธออยู่ข้างหลัง เป็นทุกอย่างที่เป็นได้ เธอเปิดประตูบานที่เขาไม่รู้ว่าเขาเปิดได้ ประตูที่เป็นพร… จากสวรรค์ นั่นทำให้เขาเชื่อมั่นมากขึ้น ความอหังการ์ และทะเยอทะยานผุดพราวในสำนึกพร้อมกับความสำเร็จทีละขั้น…
และเมื่อถึงสูงสุด….
“ในทุกครั้ง เรามักจะคุยกันเรื่องของงาน แต่เราไม่เคยคุยกันเรื่องของเรา”
เธอปวดร้าว และเจ็บลึกดั่งถูกเสียบด้วยคมมีด กรีดลงบนเนื้อใจ
“ถ้าไม่มีเรื่องงาน แล้วเราจะยังมีเรื่องอื่นระหว่างเราอยู่อีกไหม”
คำถามเจ็บปวด แต่กินใจ… ตลอดเวลามา ความเพียรเพียงอย่างเดียวของเธอคือสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นแก่เขา
และวันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว….
* * * * *
เขาไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่ได้รับมานั้นคุ้มค่ากับการสูญเสียไปมากน้อยแค่ไหน, ใช่… เขาไม่เคยสนใจเธอ ไม่เคยมีเธออยู่ในหัวใจ ไม่แม้แต่สักนิด แต่เขาจำเป็นต้องมีเธอ เพราะถ้าไม่มีเธอเขาก็จะไร้ซึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ในทุกๆ อย่างขึ้นมา เธอเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างในทุกเช้า เป็นเหมือนเงา ที่ติดอยู่กับเขาทุกโมงยาม เป็นในสิ่งที่เขาไม่อาจนิยามได้มากไปกว่าที่เธอเป็น…
“เธอพยายามทุกอย่างเพื่อผม ความสำเร็จของผมมาจากเธอ”
เขาไม่ลังเลใจที่จะบอกออกไปแบบนี้ เมื่อถูกถามถึงเบื้องหลังความสำเร็จ
“เธอเป็นแรงบันดาลใจ และแรงบันดาลใจคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ใครสักคนกล้าหาญ ฮึกเหิม และ มีความมั่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด”
ในรอยยิ้ม และคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกในใจ…
“เธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยู่ในงาน [...]

Read Full Post »