“ถ้าหากว่าเก่งเกิดเร็วกว่านี้สักหกปี หรือเพียงแค่พี่เกิดช้ากว่านี้อีกสักหน่อย… ก็คงจะดี” ทั้งสองคนมองดูสายน้ำที่ไหลแรงเพราะสายฝนเพิ่งตกกระหน่ำมาหยกๆ เจ้าพระยาหน้าฝน กับคนเศร้าสองคนในร้านไอศกรีมริมท่าน้ำ
“ผมผิดตรงไหนที่รักพี่ ทำไมล่ะ ทำไมพี่ถึงรักผมไม่ได้” เด็กหนุ่มทำท่าเหมือนจะร้องไห้… เขารู้จัก “พี่สาวใจดี” จากอินเทอร์เน็ต หลังจากที่เป็นเพียงคนทักทายธรรมดา การสนทนาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวันทำให้ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว หญิงสาวคิดกับเขาอย่างน้องชาย ในขณะที่เด็กหนุ่มคิดอะไรมากมายไปกว่านั้น
“ไม่เคยมีใครใจดีกับผม…แบบนี้” น้ำเสียงหม่นเศร้า ออกมาจากความรู้สึก
“แต่เก่งยังเด็ก ยังเรียนหนังสืออยู่ พี่อยากให้เก่งตั้งใจเรียน พี่จะเป็นกำลังใจให้นะคะ” ไอศกรีมในถ้วยละลายไปนานแล้ว สายตาหลายคู่มองมาอย่างสงสัย… หญิงสาวในชุดทำงานกับเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลาย เป็นคู่พี่สาวกับน้องชายที่ต่างกันสุดขั้ว
“แต่ผมจะจบแล้ว”
“นั่นสิ พี่ถึงอยากให้เก่งตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมเอนทรานส์ไงคะ”
“ทำไมพี่ถึงเป็นแฟนผมไม่ได้ ก็ไหนพี่บอกว่าพี่ไม่มีแฟน” เขาคาดคั้นเอาคำตอบ
“บางที…ถ้าเก่งโตขึ้น อาจจะเข้าใจมากกว่านี้”
“ทำไมล่ะ ผมไม่ใช่เด็กนะ ผมโตแล้ว ทำไมถึงชอบหาว่าผมเด็กอยู่เรื่อย”
“ก็อย่างนี้แหละ นิสัยของเด็ก”
“ผมขอโทษ”
กอผักตบชวายังลอยตามน้ำ เรือโดยสารผ่านไปมา นานๆ ที่ จะมีเรือลากทรายอืดอาดผ่านไป บนสะพานแขวนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รถรายังวิ่งขวักไขว่… ร้านไอศกรีมริมน้ำที่เย็นจัดด้วยแอร์คอนดิชั่น ทำให้หญิงสาวต้องขยับเสื้อสูทตัวนอกให้กระชับขึ้น เสียงเพลงในร้านยิ่งทำให้เศร้าเข้าไปอีก…
…แค่เพียงดอกไม้ริมทาง เธอจะมองมันสวยถึงเมื่อไหร่ เมื่อไรไม่รู้ จะเกิดอะไรกับฉันแม้สักวันเธอได้เจอะใครบางคน คนที่พร้อมดีดีกว่า…กว่าคนคนนี้ ที่รักเธอ…..
“เรา…เป็นพี่น้องกันนะ” คำพูดที่ทำให้เด็กหนุ่มเกือบต้องร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ
“พี่จะเป็นพี่สาวใจดีสำหรับเก่งเสมอ นะคะ” เธอยิ้มเศร้า ซ่อนน้ำตา
“ผมเกลียดคำคำนี้ที่สุด” ความเจ็บปวดในใจมีมากมายไม่แพ้กัน เพียงแต่คนหนึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากกว่า ในขณะที่อีกคนหนึ่งยังไม่พ้นวัยศึกษา แต่ความรัก [...]
ประวัติเอกสารสำหรับ มกราคม, 2008
เรื่องสั้น : ถ้าเพียงแต่…
Posted in เรื่องสั้น on มกราคม 30, 2008 | 4 Comments »
ความสุขของการเขียนคือได้เขียน
Posted in เรื่องอยากเล่า on มกราคม 28, 2008 | 9 Comments »
บุ๊คบายแฮนด์ สัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้ว เพิ่งเจอ เลยเอามาแปะ ให้อ่านเล่นๆ กันน่ะ
:: หญ้าเจ้าชู้ : ความสุขของการเขียนคือได้เขียน ( 01/06/2550 )
http://www.bookbyhand.com/scoop.php?id=21
***สวัสดีค่ะหญ้าเจ้าชู้
// หวัดดีจ้ะ
*** แนะนำตัวให้เพื่อนๆ Book By Hand รู้จักหน่อยค่ะ// เกิดปีเสือจ้ะ > เรียนจบด้านการบริหารระบบห้องสมุดอัตโนมัติ และทำงานประจำที่สถาบัน อุดมศึกษาแห่งหนึ่งในประเทศ > มี รงค์ วงศ์สวรรค์, วินทร์ เลียววาริณ, หนุ่มเมืองจันท์, นิ้วกลม และมุราคามิ ฮารุกิ เป็นชายหนุ่มในดวงใจ > ชอบอ่านหนังสือพอๆ กับที่ชอบเขียนหนังสือ > เขียนหนังสือมาสิบกว่าปี ยุคสำนักพิมพ์ทอฝัน รุ่น นิจ อักษรา, จาริก แรมรอน, กิ่งฟ้า เสนีย์วงค์ฯ (ควันบุหรี่), เซรามิค ประมาณนี้ แต่ไม่เคยดังสักทีเพราะมีนามปากกาเยอะเกินไปและจำนามปากกาตัวเองไม่ค่อยได้ด้วย พอทำท่าว่าจะดังตั้งใจจะรวมเล่มเรื่องสั้นก็ดันเป็นช่วงวิกฤติของธุรกิจการพิมพ์ (ยุคฟองสบู่แตก) แต่พอถึงตอนนี้เราก็ข้ามช่วงวัย [...]
เรื่องสั้นวันที่เศร้า
Posted in เรื่องสั้น on มกราคม 16, 2008 | 7 Comments »
แล้วความเศร้าก็จะจากเราไป
By: Chelie M. Harn Cooper
มีไม่กี่อย่างในชีวิตผมที่ดูจะกลายเป็นกิจวัตร เป็นวิถี และท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นความเคยชิน ผมไม่ค่อยชอบความเคยชิน เพราะมันแปลว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว และยังเกิดขึ้นเป็นประจำซ้ำซากอยู่จนปัจจุบัน ซึ่งมันไม่น่าตื่นเต้นอีกแล้วนั่นก็คือ ความเหงา-โดดเดี่ยว-เดียวดาย ความเหงาเป็นเพื่อนซี้ คุ้นเคย และสนิทสนมกันดีแต่ก็ไม่ได้บ้าจี้ถึงขั้นหลงรักความเหงาหรอก เพราะผมยังติสท์ไม่พอ ผมเพียงแค่เอาเป็นเอาตายกับการฆ่าเวลาให้มันตายลงเท่านั้นเอง
นอกจากเป็นนักรบแล้ว ผมยังเป็นนักฆ่าเวลามืออาชีพอีกด้วย
อันที่จริงนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการจะเป็น เพียงแค่วาสนาและชะตากรรมนำพามาให้เป็น ชีวิต… บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้ที่จะมีชีวิตแบบไหน มันไม่ได้ง่ายอย่างทฤษฎีเสมอไป และสำหรับผม กับวิถีประจำวันที่ค่อนข้างน่าเบื่อไม่แพ้การกินอาหารรสชาติเดิมทุกวันซ้ำซาก เช้าไปทำงาน เย็นกลับบ้าน…ชีวิตหนุ่มโสดที่หากใครคิดว่าเป็นชีวิตที่เสรีและมีความสุขล่ะก็ นั่นอาจจะไม่ใช่สำหรับผม, แน่ล่ะ ผมไม่ได้เป็นเอเลี่ยนจากดาวพุธนี่นะ ถึงจะได้คุยกับใครๆ ไม่รู้เรื่อง หรือมีโลกส่วนตัวสูงเสียจนใครแตะต้องไม่ได้ ผมเพียงแต่มีความสุขดีกับชีวิต “ไปวัน วัน” เข้าสังคมบ้างเมื่อต้องการเพื่อน และเรียนรู้ความสงบเมื่ออยู่โดดเดี่ยว ไม่สุดโต่งอย่างฮิตเลอร์หรือประเสริฐอย่างมหาตมะ คานธี – แม่ชีเทเรซ่า
ผมก็แค่นักรบตัวเล็กๆ ที่ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ “ชี้นกต้องเป็นนก ชี้ไม้ต้องเป็นไม้” หากเป็นคนรักยังพอจะขัดใจ ชี้ไม้-ไม่พอใจบอกว่าเป็นรถถัง เธอก็คงไม่กล้าหือเท่าไหร่ แต่กับผู้เป็นนาย ไม้จะเป็นนกไม่ได้เลยเด็ดขาด…เพราะไม่งั้น ชีวิตการงานจะอับเฉาไปนานเลยทีเดียว… [...]
เป็นอย่างอื่น เป็นไม่เป็น
Posted in พึมพำกับตัวเอง on มกราคม 14, 2008 | 7 Comments »
เป็นคนที่….
โกรธใครนานๆ ไม่เป็น
จะเป็นก็แต่
เกลียดเลย….
บางครั้งมีกำแพงสูง หนา
อย่าแหย่ตีนเข้ามา…
เดี๋ยวจะโดนพายุ….
ชีวิตเรื่อยๆ มาเรียงๆ
ไม่ตั้งความหวังว่า “งานที่ทำต้องมั่นคง”
แต่… “เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบ เมื่อนั้นก็จะเปลี่ยน”
เป็นคนดี… แค่เท่าที่พอเป็นได้
อะไรที่มากไป และไม่ใช่สิ่งที่ชอบ
ก็จะไม่ทำ……
มีความรัก และมีคนที่รัก…
แต่เมื่อเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เรา…
ก็หันหลังให้และไม่ใยดีอีกเลย
ไม่ชอบแข่งขัน ไม่ชอบแย่งชิง
ถ้ารู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ เป็นการแข่งขัน
จะวางมือ…. แล้วเดินหนี
…..
เป็นอย่างนี้
และเป็นอย่างอื่น
เป็นไม่เป็น…./
สมุดบันทึก 6
Posted in พึมพำกับตัวเอง on มกราคม 11, 2008 | 3 Comments »
“เมื่อลูกโป่งเป็นอิสระ ภาระของมือก็หมดลง”
ในหนังสือแคนโต้เล่มไหนก็จำไม่ได้แล้ว แต่ก็ชอบมาก มานึกได้พอดีในห้วงความรู้สึกเมื่อกำลังมองดูลูกโป่งลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า และในมือว่างเปล่าไร้ภาระ – ลูกโป่งเป็นความบอบบาง เย่อหยิ่ง เพราะความสวยงาม และต้องการจะดิ้นรนจะขึ้นไปบนฟ้าอยู่เสมอ ถ้าถือเชือกไม่แน่นลูกโป่งอาจหลุดมือและลอยขึ้นฟ้าไป สมัยเป็นเด็ก เคยร้องเอาเป็นเอาตายเพื่อลูกโป่งที่มีเชือกเส้นเล็กเท่าเส้นด้ายมาถือไว้ในมือ แต่มักจะได้ลูกโป่งที่มีไม้พลาสติกขนาดแท่งดินสอ ยาวสักฟุตมัดลูกโป่งอยู่ปลายด้ามมาแทน แต่หากวันไหนโชคดีมีวาสนาก็จะได้ลูกโป่งมีเชือก หรือเรียกว่า “ลูกโป่งสวรรค์” มาครอง เดินไปมา อวดเพื่อนๆ กำเชือกไว้เสมือนว่าหนัก ถนอมราวกับเป็นของแตกหักง่าย สมบัติล้ำค่าที่ถ้าหากไม่ดูแลให้ดีแล้วมันจะถูกฉกฉวยเอาไปโดยมือที่มองไม่เห็นจากท้องฟ้า เมื่อกลับถึงบ้าน ก่อนนอนจะเอาไปปล่อยไว้ในมุ้ง มุ้งหูที่มัดปลายทั้งสี่เข้ากับมุม แล้วปล่อยลูกโป่งให้ลอยอยู่ในนั้น นอนมองมันจนหลับไป ตกเช้าลูกโป่งตกอยู่ปลายเท้า โยนยังไงก็ไม่ยอมขึ้น หนำซ้ำยังลูกเล็กลงอีกต่างหากและนั่นทำให้มันหมดค่า หมดราคา เมื่อโตขึ้นลูกโป่งสวรรค์ จึงถูกมองในมุมที่ต่างไป – ทุกครั้งที่มองมันลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กลับรู้สึกว่านั่นคือความสวยงามที่แท้จริง ลูกโป่งค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้า และถูกพัดพาไปในทิศทางต่างๆ แล้วแต่ว่าลมเวลานั้นจะพัดไปทางไหน ลูกโป่งต่างสี ต่างขนาดเมื่อมันถูกปล่อยให้ลอยขึ้นฟ้าไป ในขณะที่แหงนมองคอตั้ง เป็นความรู้สึกดีอย่างนึกไม่ถึง และหากมีโอกาสได้ถือลูกโป่งสวรรค์คราใด จึงไม่ลังเลเลยที่จะปล่อยให้มันหลุดมืออย่างตั้งใจ… แล้วมองมันลอยขึ้นฟ้าไปอย่างชื่นชม
กับคนบางคนเราเคยให้ความสำคัญกับเขาเหมือนลูกโป่งสวรรค์ สวยงาม และพร้อมจะลอยหายถ้าไม่ดูแลให้ดี… ถนอมรักษาราวกับกลัวว่ามือที่มองไม่เห็นจากท้องฟ้าจะมาคว้าเอาไปง่ายๆ กงวลว่าจะไปเกี่ยวกับกิ่งไม้แล้วแตกกระจาย กังวลว่าจะมีใครแกล้งเอาเข็มมาจิ้ม กังวลว่าลมแรงจะพัดให้หลุดมือ [...]
เรื่องสั้นเดือนมกรา
Posted in เรื่องสั้น on มกราคม 7, 2008 | 15 Comments »
ก็แค่โลกของเราเหงาไม่เท่ากัน
By: Chelie M. Harn Cooper
ผมไม่ใช่คนที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกหรอก เพียงแต่ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองช่างโดดเดี่ยวสิ้นดีในวันที่ควรจะมีใครสักคนเคียงข้างอย่างวันนี้ มันอาจจะเป็นเพียงวันหนึ่งในสามร้อยหกสิบห้าวัน มันมีวันนี้ทุกปีนั่นแหละ และผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้โดดเดี่ยวเท่าไหร่นัก ทุกคนมีเรื่องให้ฉลอง ดื่มกิน ร้องรำ และเมามาย จะมีก็แต่ผม…หรืออีกหลายคนที่อยู่ในห้วงแห่งความเหงา ที่จริงผมไม่ชอบคำว่าเหงาเท่าไหร่เลย ใครกันนะช่างบัญญัติคำนี้ขึ้นมาใช้ ใครกันนะที่เป็นคนเหงาคนแรกในโลก
แล้วความเหงาเคยทำให้ใครตายบ้างมั้ยนะ…
ในวันที่พลุไฟเกลื่อนกระจายอยู่ในกระดาษท้องฟ้า สีสันละลานตา และมันก็สวยงามจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรเหมาะสมกับท้องฟ้ามากไปกว่าพลุไฟอีกแล้วในเวลานั้น, เสียงเตือนข้อความเข้าในโทรศัพท์มือถือดังติดต่อกันหลายครั้ง และส่วนใหญ่มันไม่ใช่ของผม เพราะในระหว่างที่ใครๆ ฉลองวันสุดท้ายของปี และยินดีกับวันแรกของอีกปีนั้น ผมนั่งอยู่บนรถที่กำลังมุ่งตรงกลับเข้าเมืองหลวง ชีวิตผมอาจจะสวนทางกับใครอีกหลายคน บางคนกำลังรอรถที่จะโดยสารกลับบ้านต่างจังหวัด ในขณะที่ผมกำลังโดยสารรถนั้นจากต่างจังหวัดกลับเข้ากรุง อันที่จริง ชีวิตผม…ก็มักจะสวนทางกับใครๆ อย่างนี้อยู่ทุกบ่อย และมันก็บ่อยเสียจนรู้สึกว่า
โลกของเราหมุนไม่ตรงกัน…
ผมไม่ได้เหงาเป็นประจำซ้ำซาก เพียงแต่เป็นบางห้วงแห่งเวลา และผมชินชากับมันแล้ว แค่บางครั้งผมรู้สึกว่าความเหงามันเยี่ยวใส่ผมในบางอารมณ์ที่ผมไม่อยากถูกน้ำ เท่านั้นเอง
อยู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ เลขหมายที่ไม่มีในเมมโมรี่ของมือถือ… ใครบางคนโทฯ มาหา – ใครบางคนที่จะว่าไปแล้ว ผมก็ยังนึกหน้าไม่ออกด้วยซ้ำ เธอเข้ามาในชีวิตผมอย่างไรและเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมจำไม่ได้หรืออาจจะไม่ได้จำ นั่นเพราะเธอสำคัญไม่พอที่จะจำ อืมม์ ไม่ใช่สิ, เธอไม่ใช่ผู้หญิงโดดเด่นในรูปหน้า บุคลิก [...]
ระหว่างน้ำกับฟ้า
Posted in กวีสินะ on มกราคม 4, 2008 | 6 Comments »
ระหว่างน้ำกับฟ้า…
ทำไมถึงเพิ่งมา เอาป่านนี้?
เคยไหม?…
ตามหาใครสักคนมาตลอดชีวิต
พบแล้ว…
กลับรู้สึกว่า….
ไม่อยากแตะต้อง
โลกของเขา…
ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว
“ฉันไม่มีอะไรเลยในชีวิต แม้แต่ ความหวัง”
แล้วเคยไหม?….มีใครคนหนึ่งในชีวิตตลอดมา
(แม้จะไม่ใช่คนที่ตามหา)
ไม่เคยรู้เลยว่า…
ความรู้สึกแท้จริงของอีกฝ่ายเป็นเช่นใด..
จนเมื่อวันหนึ่ง จากกันไป
จึงได้รู้ว่า….
แท้จริงแล้วนั้น
เรารู้สึกอย่างเดียวกัน…
แต่…
เราจากกันแล้ว….
ขึ้นอยู่กับที่-ที่ถูกวาง
Posted in กวีสินะ on มกราคม 2, 2008 | 2 Comments »
ใช้สำหรับ “ใส่ใจ”
โลกที่เรา มองเข้าไป
กับโลกที่ใคร มองออกมา
บางครั้ง เหมือนกัน
บางครั้ง ต่างกัน
น้อยครั้ง เหมือนกัน
ส่วนใหญ่ ต่างกัน
ใช้สำหรับ “วางใจ”
สำหรับใครบางคน
เป็นได้มากกว่าแค่ คนสำคัญ
และอาจเหลือแค่ คนรู้จักกัน
บางครั้ง คนเดียว
บางครั้ง หลายคน…
ขึ้นอยู่กับ – ที่ที่ถูก “วาง”
สมุดบันทึก 5
Posted in พึมพำกับตัวเอง on มกราคม 2, 2008 | 1 ความคิดเห็น »
เมื่อมีใครจากไปคนหนึ่ง
“เมื่อมีใครจากไปคนหนึ่ง นั่นเท่ากับว่าเรามีใครให้คิดถึงเพิ่มขึ้นอีกคน” ประโยคที่ไปจำมาจากไหนก็นึกไม่ออก ทำให้คิดต่อเนื่องจาก “เรื่องที่ไม่เข้าใจกัน” เพราะการเป็นวงกลมสองวง ของคนสองคน – – สำหรับเพื่อนคนนี้ ณ ขณะเวลานี้ จึงมีเพียงอย่างเดียวที่เราจะสื่อถึงกันได้ นั่นก็คือ “ความคิดถึง” การจากไปโดยการตกลงใจของทั้งสองฝ่ายไม่ใช่การจากลาอย่างถาวร แต่เป็นการจากกันชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่สักวันเราจะเรียกความเชื่อใจกลับมา เรียกความศรัทธากลับคืน (ถึงแม้จะไม่เหมือนเดิมก็เถอะ)
การจากกันในวันนี้ก็เหมือนเพื่อนไปเรียนต่อเมืองนอก ไม่นานเขาก็กลับมา เราอาจจะไม่ได้คุยกันเพราะค่าโทฯ มันแพงมาก แต่เราก็รู้ว่าเราคิดถึงกัน เราอาจจะแอบเขียนถึงกันบ้างเพราะเราต่างก็คิดถึงกัน แต่เราไม่ส่งเรื่องที่เราเขียนให้เพื่อนอ่าน เพราะนั่นจะทำให้ความคิดถึงหดสั้นลงไป เราจะสะสมความคิดถึงเอาไว้จนกว่ามันจะระเบิดออกมา แล้วเราอาจจะส่งข้อความไปเพียงว่า “คิดถึงนะ จุ๊บๆ” เป็นภาษาที่คนวัยสามสิบกว่าขึ้นไปไม่ใช้กัน, แต่นั่นจะทำให้ใครอีกคนยิ้มได้แน่ เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นภาษาที่น่ารัก จนอดนึกไม่ได้ว่าคนส่งข้อความไปต้องอายุราวๆ 18 จะว่าไป ความสดใสของคนวัย 17-18 ก็เป็นเรื่องที่น่ารัก, แอบคิดไปถึง – เมื่อเด็กวัยนั้นทะเลาะกัน จะมีสักกี่เรื่องที่ทำให้คนวัยมัธยมปลายทะเลาะกับเพื่อนได้
น้อยใจที่เพื่อนไปมีเพื่อนสนิทคนใหม่
โกรธเพื่อนที่ไม่ยอมรอกลับบ้านพร้อมกันตอนเลิกเรียน
งอนที่เพื่อนมีแฟน…
เพราะในวัยรุ่น เพื่อนคือสิ่งค้ำค่า เหมือนสมบัติที่ใครจะมายื้อแย่งไปไม่ได้ เพื่อนจึงเป็นความสำคัญที่มาเป็นอันดับหนึ่งของวัยรุ่น แต่เมื่อโตขึ้น ลำดับความสำคัญจึงค่อยๆ ถูกเบียดแซงไปด้วยเรื่องของหน้าที่การงานและครอบครัว คำว่าเพื่อนของคนที่โตแล้วกับคนที่กำลังจะโต จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในความหมาย
คนโตแล้วมักจะให้ความสำคัญกับเพื่อน แต่ไม่ค่อยเอาใจใส่เพื่อน –รักเพื่อน [...]