ถ้าไม่รัก… ก็เขียนไม่ได้
ชีวิตของผมเชื่องช้า และเวลาของผมก็เดินช้าไปพร้อมๆ กัน บางครั้งไม่อยากทำอะไร บางครั้งก็อยากทำอะไรมากมาย แต่เงื่อนไขของชีวิตมักจะไม่เอื้ออำนวยให้ทำในสิ่งที่อยากเท่าไหร่นัก… ผมเดินอยู่ริมถนน แต่ใจผมไม่ได้อยู่กลางถนนหรอกนะ มันแค่โบยบินไป โบยบินที่ไม่ใช่ล่องลอย เพราะการล่องลอยนั้นไร้ซึ่งการบังคับทิศทาง ผิดกับการโบยบิน มันพุ่งตรงมุ่งสู่เป้าหมายอย่างเสรีและมีทิศทาง — ทิศที่หัวใจของผมโบยบินไป คือทิศที่เจ้าของหัวใจผมอยู่ตรงนั้น
“โรแมนติกสุดยอด คิดได้ยังไงนี่เรา” พึมพำขณะที่เอียโฟนเสียบอยู่ในหูฟังเพลงโปรด…
ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม…
มันอาจไม่เพราะไม่ซึ้งไม่สวยงาม เหมือนเพลงทั่วไป
อยากให้รู้ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้
แต่กับเธอคนดี รู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่ายดาย…
เพลงที่ผมฟังครั้งแรกจากการเดินผ่านย่านเซนเตอร์พอยท์ ก่อนถึงวาระสุดท้ายและตายลงอย่างสงบของแหล่งชุมนุมวัยรุ่นชาวสยาม เพลงที่ผมไม่รู้ว่าชื่ออะไร ศิลปินกลุ่มไหนเป็นคนร้อง แต่มันติดเบรกให้สองเท้าผมจนต้องหยุดยืนฟังจบเพลง… เพลงที่บอกว่า “ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้” ประโยคนี้ยังติดหู มันไม่ใช่เพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก และมันก็ไม่ใช่เพลงที่จะฟังแล้วซาบซึ้งกินใจอะไรมากนัก เว้นแต่ว่าใครสักคนจะเป็นอย่างในเพลง ซึ่งนั่นไม่ใช่ผม แต่เป็นใครอีกคนในชีวิตผม—
เธอ.. ที่เป็นเพื่อนคนหนึ่งของผม ในจำนวนเพื่อนไม่กี่คนที่ผมมี เธอเป็นนักแต่งเพลงในค่ายเพลงอินดี้เล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงมากมายนักในแวดวงดนตรี เพลงของเธอไม่ค่อยดัง ไม่ติดชาร์ทของสถานีวิทยุใดๆ แต่เพลงของเธอกินใจ รวดร้าว และเมื่อฟังอย่างตั้งใจ หากเข้าถึงอารมณ์ของเพลง –นั่นอาจทำให้คนฟังมีน้ำตา เธอบอกเสมอว่าเธอแต่งเพลงทุกเพลงขึ้นมาด้วยความรัก บางเพลงมีแรงบันดาลใจมาจากคนใกล้ตัว บางเพลงก็มาจากความรักของเธอที่ไม่เคยสมหวังเลยสักที
“ความเศร้าทำให้เราเขียนเพลงได้ดี”
แล้วเธอก็ยิ้ม ไม่รู้ว่ายิ้มให้ความเศร้าหรือยิ้มให้ผม… บางครั้งที่เรานั่งข้างกัน ผมมักจะมีเอียโฟนเสียบหู ฟังเพลง [...]
ประวัติเอกสารสำหรับ กุมภาพันธ์, 2008
เรื่องสั้นปลายกุมภา
Posted in เรื่องสั้น on กุมภาพันธ์ 26, 2008 | 11 Comments »
แอบรักคนที่เคยบอกรัก
Posted in พึมพำกับตัวเอง on กุมภาพันธ์ 22, 2008 | 10 Comments »
ถ้ารักใครสักคนแล้วไม่ได้บอกรัก
จะรู้สึก อึดอัด ขัดใจ…
เหมือนท้องเสีย แต่ไมได้เข้าห้องน้ำ
เมื่อได้บอกออกไปแล้ว มักจะสบายใจ
เหมือนได้เข้าห้องน้ำ
ถึงแม้ว่าจะถูกปฏิเสธ…
เหมือนห้องน้ำเต็ม
—
การบอกรัก แล้วถูกปฏิเสธ
มันก็เจ็บปวดรวดร้าวดี
แต่ก็ไม่ได้หมายถึง จะเลิกรัก คนที่รัก…
เพียงแต่ต้องเปลี่ยนจากการ “บอกรัก”
มาเป็น “แอบรัก” แทน–
ก็ดีเหมือนกัน,
เพราะเมื่อไหร่ที่เราเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น
เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าเราโกหก
ที่บอกรักเขา – -
ไม่ได้มาจากดาวไหน
Posted in พึมพำกับตัวเอง on กุมภาพันธ์ 12, 2008 | 14 Comments »
ประเด็นของเรื่องมาจากหนังสือชื่อ Men are From Mars, Woman are form Venus ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ (ประมาณนี้ล่ะมั้ง หนังสือเป็นภาษาอังกฤษ –อ่านไม่ออก) เพิ่งค้นเล่มนี้เจอก็ตอนที่เก็บข้าวของให้ “เข้าระเบียบ” ในที่ที่มันควรจะอยู่ –
ไม่ได้เปิดอ่านมันมากไปกว่าหน้าแรกที่เขียนเอาไว้ว่า
“เผื่อจะรู้จักตัวเองมากขึ้น” คนให้เป็นผู้ชาย เป็นวิศวกร ความสามารถที่ต้องยอมรับว่า “อัจฉริยะ” ในวิชาชีพของเขา เราเคยสนิทกันมาก แต่ตอนนี้เราไม่ได้สนิทกันแล้ว ชื่อเขาคือ “สมศักดิ์” ชื่อเล่นที่เราเรียกคือ “คุณจุ๋ม” หนังสือเล่มนี้ไม่ใหม่ เพราะเขาอ่านมันก่อนที่จะให้เรามา และเขาก็ขีดไฮไลท์ในระหว่างประโยคที่เขารู้สึก “พิเศษ” กับมัน
เราไม่ได้อ่านเล่มนี้อีก และเราก็จำไม่ได้ว่าเนื้อหาของเรื่องมันเป็นยังไง… แต่สิ่งที่เราจำได้คือ มิตรภาพระหว่างเรากับคุณสมศักดิ์ — ดูเหมือนเราจะรู้จักกันเพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์อะไรสักอย่างก็จำไม่ได้แล้ว คล้ายๆ MSN พ.ศ.นี้ แต่นั่นจะไม่ได้ทำให้เราสนิทกันได้ถ้าไม่บังเอิญเพราะว่าคนรักของคุณสมศักดิ์ทำงานที่เดียวกับเรา…
มันเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ใช่โชคชะตา –
คุณสมศักดิ์มานั่งรอ “คนรัก” ที่ล็อบบี้ของอาคารทุกวัน ส่วนเราก็ไปนั่งกินกาแฟทุกวันและเมื่อวันหนึ่งที่ว่างเหลือแค่ตรงหน้าเรา คุณสมศักดิ์เดินมาขอนั่งด้วย เขาชวนคุย… เขาไม่รู้ว่าเราคือคนที่คุยกับเขาทางโปรแกรมนั้น เราก็ไม่รู้ว่าเขาคือคนเดียวกับที่เรารู้จัก… แต่เมื่อเจอกันสองสามครั้งก็แลกเบอร์กัน—นั่นเลยทำให้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน
โลกมันกลม ประเทศไทยมันแคบ—และเราก็ไม่ได้มาจากดาวคนละดวง แค่มาจากท้องพ่อท้องแม่คนละคน
ตอนนั้นเราเรียนที่ชลบุรี [...]
เพิ่งเริ่มต้น
Posted in พึมพำกับตัวเอง on กุมภาพันธ์ 8, 2008 | 10 Comments »
เคยรับปริญญามาแล้วสองครั้ง
เป็นสองครั้งที่ใช้เวลาในการ “ซ้อม” พอสมควร
เพราะมีคนจำนวนมากซ้อมด้วยกัน
มีพิธีกรรม และพิธีการอย่างเป็นทางการ
เป็นความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง
แต่ทำให้จดจำไปเนิ่นนาน…
ถ้า “การรับปริญญา” หมายถึง ความสำเร็จ
อันเกิดจากความเพียร พยายามในการศึกษาเล่าเรียน
ในระดับอุดมศึกษา บัณฑิตศึกษา หรือ ดุษฎีบัณฑิต
“การประดับยศ” ก็หมายความไม่ต่างกัน ผิดกันแต่ว่า
ไม่ใช่การแสดงความยินดีจากความสำเร็จ
แต่เป็นการแสดงความยินดีในการ “เริ่มต้น”
การเริ่มต้นที่บางครั้ง
คนเริ่มต้นก็อาจจะ “ยัง” ไม่แน่ใจตัวเองนักว่า
“ใช่ที่ใช่” แล้วหรือยัง แต่เมื่อเลือกมาแล้ว
ก็ต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ให้ดีที่สุด
ไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
ไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบ
และไม่ใช่ทุกคนที่ชอบแล้วจะได้ทำในสิ่งนั้น
หากมีใครสักคนถามว่าตอนนี้สิ่งที่เรากำลังทำอยู่
“ใช่ที่ชอบแล้วหรือยัง” เราคงตอบยังไม่ลังเลว่า
“ยัง” เพราะเรายังต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน
ทัศนคติ เปลี่ยนความรู้สึก และปรับตัวให้เข้ากับ
องค์กรใหม่ ส่งแวดล้อมใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่…
เราอาจจะเคย “วิ่ง” ตลอดเวลาการทำงานที่ผ่านมา
อยู่ๆ เราต้องมาเปลี่ยนเป็น “เดิน” ในทันที
การหยุดวิ่งแบบกระทันหัน ทำให้เราเกือบหัวทิ่ม…
วันประดับยศครั้งแรกต้องมีการซักซ้อม
โดยแผนกปกครองของกองกำลังพล
เราเป็นคนเดียวที่ซ้อมบ่อยครั้งกว่าคนอื่นๆ
หัวหน้าแผนกปกครองเป็นคนซ้อมเตรียมความพร้อมให้
“อย่าก้มหน้าครับ เดินตัวตรงๆ สบตาครับอย่าหลบ”
ซ้อมอยู่อย่างนั้นถึงห้าครั้งจนต้องยกมือไหว้…
“ขอโทษค่ะ มันตื่นเต้น”
ความรู้สึกขณะจะเข้ารับปริญญาเป็นอย่างไร
ความรู้สึกขณะจะเข้าประดับยศก็อย่างนั้น…
ในระหว่างพิธีการ
เจ้ากรมจะเป็นคนประดับยศให้ทีละคน
เรียงลำดับจากนายทหารชั้นสูงสุดลงมาถึงชั้นท้ายสุด
และเราเป็นคนสุดท้าย,
มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ของกรมฯ มาเป็นเป็นสักขีพยาน
ในการประดับยศเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับการเลื่อนยศ
และประดับยศต่อไป
ซึ่งหลังจากที่ท่านเจ้ากรมฯ ประดับดาวลงบนบ่าให้เรียบร้อย
หัวหน้า และเพื่อนร่วมงานก็จะมาแสดงความยินดี
ด้วยการมอบช่อดอกไม้ มอบของที่ระลึก และจัดงานเลี้ยงให้
เมื่อทุกอย่างผ่านไปอย่างเรียบร้อยแล้ว
บางอย่างก็เปิดเผย…
“อันที่จริงตอนซ้อมน่ะไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่หรอก
แต่เขินมากกว่า เพราะหัวหน้าแผนกปกครองน่ะ–
หล่อโคตร………………………………………….”
ต้องแต่งงาน?
Posted in พึมพำกับตัวเอง on กุมภาพันธ์ 5, 2008 | 12 Comments »
เรา : มีข่าวดีมาบอก
เขา : ทำไม– จะแต่งงานแล้วเหรอ ยินดีด้วยนะ
เรา : ทำไมแต่งงานถึงต้องยินดีล่ะ
เขา : อ้าว ก็จะมีอะไรที่จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้หญิงที่อายุเกินสามสิบ
นอกจากเรื่องการแต่งงาน
- – -
มีคนคู่หนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกเศร้าเมื่อต้องนึกถึงเรื่องแต่งงาน
ห้าปีกับสัมพันธภาพอันดี ที่ไม่ใช่ ผมรักคุณ หรือคุณรักผม แต่เป็น เรารักกัน
แต่ความรัก ไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมดของชีวิต เพราะคู่นี้ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกมาก
ฝ่ายชายไม่สามารถวางแผนอนาคตวันข้างหน้าร่วมกับฝ่ายหญิงได้
เนื่องจากครอบครัวของฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ
ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้าเขาก็จะไม่ถูกยอมรับ –
ทั้งที่ทั้งคู่รักกัน…
- – -
เรื่องราวของคนคู่นี้เป็นกรณีศึกษาที่ทำให้เราไม่สามารถจะมองเลยผ่านไปได้
ขณะเราเองก็มักจะถูกถามเรื่องแต่งงานอยู่บ่อยครั้ง
ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้นก็ยิ่งถูกถามบ่อยขึ้น
ทั้งที่ทุกอย่างในชีวิตแทบจะเรียกได้ว่า “สมบูรณ์แบบ”
มีงานทำที่มั่นคงพร้อมด้วยยศถาบรรดาศักดิ์
มีความรู้ความสามารถที่ไม่มากมาย
แต่ก็เพียงพอที่จะทำมาหากินได้ไม่อดอยาก
มี “พื้นฐานจิตใจดี” ดังที่มีเพื่อนบางคนบอกเอาไว้
ครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง ก็ค่อนข้างอบอุ่น ไม่มีปัญหาอะไร
หน้าตาไม่สวยแต่ก็ไปวัดไปวากับเขาได้ – -
แต่ทำไมถึงยังไม่แต่งงาน?
นี่เป็นคำถามที่ชวนหงุดหงิดสิ้นดี
- – -
ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนในโลกที่จะเหมาะกับการแต่งงาน
การถูกตั้งคำถามว่า “แต่งงานหรือยัง” บางครั้งก็นึกโกรธคนถาม
ตอบแบบนางร้าย
1. เรื่องส่วนตัว – อยากรู้ไปทำไม (วะ)
2. ถ้าแต่งแล้ว กับ ยังไม่แต่ง มันมีผลกับการตายของใครหรือเปล่า
3. คิดว่าเราไม่มีปัญญาเลี้ยงตัวเองหรือไง ถึงต้องแต่งงาน
4. คิดว่าผู้หญิงต้องอยากแต่งงานทุกคนงั้นหรือ
5. ไม่มีใครเอา – แล้วไงล่ะ?
ตอบแบบนางเอก
1. ยังไม่พร้อมค่ะ
2. กำลังดูๆ [...]
กองทัพไทยในใจ
Posted in เรื่องอยากเล่า on กุมภาพันธ์ 1, 2008 | 1 ความคิดเห็น »
มีโอกาสได้ไปฐานทัพเรือสัตหีบ ไปไหว้อนุสาวรีย์เสด็จในกรมฯ (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) บิดาแห่งกองทัพเรือ ไปดูเรือรบหลวง ตาปี คีรีรัฐ บางปะกง รัตนโกสินทร์ และ จักรีนฤเบศร ไปดูศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล ไปดูหาดนางรำฐานทัพเรือสัตหีบ
ภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้คือ ความตึง แข็ง แกร่ง และกร้าวอย่างทหารเรือ และสถานที่นั้นเป็นราชการ ปิดตายสำหรับคนภายนอก แต่เมื่อได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนก็ทำให้เปลี่ยนแนวคิด ทัศนคติ และความรู้สึกที่มีต่อ “ทหาร” ได้มากขึ้น อย่างน้อยที่สุด ความสวยงาม สะอาดตา ของพื้นที่กองทัพเรือก็ทำให้ผู้มาเยือนครั้งแรกประทับใจ.. ผู้ชายทั้งนั้น แต่สถานที่สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่าทึ่ง นั่นเพราะระเบียบ วินัยและการฝึกฝนของทหาร สอนมาอย่างนั้น…
การมีระเบียบวินัย เป็นสิ่งดี เพราะวินัย ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
มองจากที่สูง บริเวณทั่วไปของฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นเวิ้งอ่าวที่มีเกาะแก่งเล็กๆ อยู่โดยรอบ เป็นฐานที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับการ “รับมือ” กับการรบเสด็จในกรมฯ หรือเสด็จเตี่ย เป็นบุคคลที่น่ายกย่องเชิดชู บูชา เป็นปูชนียบุคคลที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง… ประเทศไทยโชคดีที่มีกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประเทศไทยโชคดีที่มีคน “ตายเพื่อชาติ” ได้ถึงขนาดนี้…
ย้อนมองกลับมา… เรา สามัญชนธรรมดา ทำอะไรเพื่อบ้านเมืองและผืนแผ่นดินเกิดได้บ้าง?
หลังกลับจากสัตหีบ [...]