เรื่องสั้นเดือนเมษา : ไม่กี่คำ
มีแค่เพียงคำไม่กี่คำ ที่ทำให้ฉันนั้นลำบากใจ
และก็เก็บกดทุกทุกทีเมื่อเจอเธอครั้งใด
เพราะฉันนั้นรู้ คำหนึ่งคำ นั้นอาจจะทำให้เพื่อนที่เคยชิดใกล้
ต้องห่างและก็อาจจะหายไป
แต่เธอเองจะได้ยินอะไรในใจฉันไหม ได้ยินฉันไหม ว่าอึดอัดใจแค่ไหน
ที่ต้องเก็บกดคำคำนี้ ให้อยู่แค่หัวใจ เพราะไม่กล้าเลยสักที
อยากจะปลดปล่อยคำคำนี้ให้ออกจากข้างใน
แต่ไม่กล้าเลยสักที… ว่าฉันรักเธอเหลือเกิน
“หากเพลงสักเพลงพูดแทนความรู้สึกได้ทั้งหมด… คนเราก็คงไม่มีประโยคใดไว้คุยกัน”
เธอว่าอย่างนั้น เมื่อฟังเพลงบางเพลงแล้วรู้สึกไปกับเพลงนั้น…เธอเป็นคนช่างรู้สึก ช่างอ่อนไหวไปกับสิ่งต่างๆ รอบข้างง่ายดายเสมอ ไม่ว่าจะฝนตก รถติด เด็กเดินตากฝนขายพวงมาลัยหรือยิงกันตายที่ปัตตานี ก็ตาม…
“การบอกรักใครสักคนบางครั้งมันก็ยากเหมือนกันนะ ยากกว่าที่คิดว่ายาก”
เธอรักคนที่เธอรัก แต่เธอไม่อาจบอกเขาไปอย่างที่อยากบอกได้ มันเป็นเรื่องเจ็บปวด รวดร้าวกว่าอะไรทั้งหมด
“ไม่อยากสูญเสีย เพราะรู้ดีว่าจะต้องถูกปฏิเสธ… ไม่แน่ใจว่าจะยอมรับการปฏิเสธได้หรือเปล่า”
นั่นคือเหตุผลที่คำคำนั้นยังคงอยู่ในหัวใจ
“เศร้าดีนะ”
“อื้อ เศร้า แต่ก็มีความสุขดี แค่ได้ใกล้ ได้เห็นความเป็นไป และรับรู้เรื่องราวในชีวิตของคนที่เรารัก บางครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะต่อเติมกำลังใจให้กับวันต่อไปของชีวิต”
เธอพูดทั้งรอยยิ้ม ยิ้มที่ซ่อนความเศร้าไว้ในดวงตา ดูเหมือนเธอจะเป็นเพื่อนที่ดีกับความเศร้า เรียนรู้ความรวดร้าวจนชาชินและท้ายที่สุดเมื่อตัดขาดกันไม่ได้ ก็เป็นเพื่อนกันไปเสียเลยอย่างนั้น
ความรักของเธอตรงข้ามกับผม
สำหรับผม กับคำไม่กี่คำที่ผู้หญิงคนหนึ่งเคยบอกรัก ผมยังจำมันได้ดีเสมอ เธอบอกรักเพราะเธอรู้สึกว่านั่นเป็นความรัก เธอไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง คิดอย่างไรเธอพูดอย่างนั้น คำพูดกับหัวใจของเธอตรงกัน
“ยิ้มอะไร”
คนที่นั่งข้างกันถามขึ้น
“ผมกำลังนึกถึงเธอ”
เธอที่ว่า คือเธอที่บอกรักผม… เธอไปแล้ว ไปจากชีวิตผมนานพอที่จะทำให้ความรู้สึกบางอย่างตกตะกอน แต่ไม่นานพอที่จะทำให้ผมลืมเธอได้ หรือบางทีอาจเพราะผมไม่เคยพยายามที่จะลืมเธอเลยต่างหาก
“ดีจัง อย่างน้อยเธอก็ทำให้คุณยิ้มได้”
“ผมเองก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“น่าเสียดายที่เธอเลิกเขียนหนังสือ เธอเป็นนักเขียนที่มีฝีมือ ฉันชอบอ่านงานที่เธอเขียน”
“เป็นเพราะผมทีเดียว”
เป็นเพราะผมจริงๆ สำหรับเหตุผลที่เธอไป ผมยังจำมันได้ดีกับคำไม่กี่คำของเธอ
“ที่คอยทวงงานเขียนอยู่บ่อยๆ มีอยู่สองเหตุผลเท่านั้น คือ หนึ่งอยากคุยด้วย และสองคืออยากฝึกให้เขียนได้ด้วยตัวเอง อยากให้มีชื่อเสียงด้วยตัวเอง ที่ให้ช่วยเขียนงานนั่นน่ะเป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ เพราะถ้าหากต้องการความช่วยเหลือจริงๆ เรายังมีมืออาชีพ อีกหลายคนที่เต็มใจช่วยเราอยู่แล้ว ที่เรายังขอให้เขียนด้วยกันนั่นเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เราสองคนยังมีเรื่องต้องติดต่อกัน เท่านั้นเอง”
ในตอนนั้นผมไม่เข้าใจหรอกว่ามันหมายความถึงอะไร ผมรู้สึกแค่ ทุกครั้งที่เธอโทฯ มาหา เธอจะถามผมว่า “เขียนงานไปถึงไหนแล้ว” และลงท้ายด้วยคำว่า “รักจริงๆ เลยผู้ชายคนนี้” ซึ่งคำไม่กี่คำนั่นเองที่ทำให้ผมหงุดหงิด มันเป็นความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล แต่ผมรู้สึกขัดใจในคำว่ารักของเธอ
ผมรู้ว่าเธอรักผม และมันก็มากพอที่ใครคนหนึ่งจะรักใครสักคนได้นั่นแหละ เพราะสิ่งที่แทนคำพูด คือการกระทำของเธอที่แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่า ถ้าไม่รักคงทำไม่ได้ แต่ความรักของเธอ เหมือนธุลีในสายลม ผมไม่เคยมองมัน
“เลิกพูดเรื่องนี้ซะที พูดอยู่ได้ซ้ำซาก”
เธอไม่เคยได้รับการรักษาน้ำใจจากผม เธอไม่เคยได้ยินคำพูดรื่นหู ไม่เคยได้รับความอบอุ่นในสัมผัส แต่เธอก็ไม่เคยที่จะร้องขอมันเช่นกัน ความรักของเธอทำให้ผมรู้สึกว่าเธอกำลังล้ำเส้น เธอคืบก้าวเข้ามาในชีวิตของผมด้วยเครื่องมือที่ชื่อความจริงใจ แต่เธอผูกมัดผมไม่ได้หรอก ชีวิตของผมเสรีเกินไปที่จะอนุญาตให้ใครทำอย่างนั้น
ผมไม่รักเธอ นั่นคือประโยคที่ผมบอกตัวเอง
ความคิดแบบนั้นเกิดขึ้นเสมอเมื่อผมมีเธอวนเวียนอยู่ใกล้ๆ จนเมื่อวันหนึ่งเธอมาหา พร้อมคำบอกลาอย่างไม่มีเยื่อใย ผมจึงได้เข้าใจคำว่า “รัก” ของเธอในตอนนั้น ตอนที่เธอจากไปแล้ว
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้บอกรัก พูดเถอะ บางครั้งคำไม่กี่คำนั่นแหละที่อาจจะเปลี่ยนเราไปทั้งชีวิต

คุณไม่ได้รักเธอจริงหรอ
ชอบประโยคสุดท้ายจัง ^^
ชีวิตนี้ยังไม่รู้ว่ายังจะมีการเปลี่ยน อีกครั้งรึเปล่า…
ความรักหนอ ความรัก
ปล. พี่คะพี่ ขอกระซิบนอกประเด็นนิดนึง
พี่ตุ๊กตาฝากความคิดถึงมาให้นะคะ
แย่จังความรัก