หัวหน้า

มีเพื่อนหนุ่มหน้าตาเกือบดีอยู่กับเขาคนหนึ่ง ที่นอกจากหน้าตาจะเอาชนะใจสาวแก่แม่หม้ายและชายด้วยกันแล้ว ยังเป็นคนเก่ง มีความสามารถขั้นเทพในงานสาขาอาชีพของเขา นอกจากเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม เป็นอาจารย์ เป็นนักกีฬา เป็นนักดนตรี มีชีวิตที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบในระดับหนึ่ง เขาสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองในแต่ละเดือนได้ค่อนข้างสูงจากการเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชน ขณะที่งานประจำนั้นเงินเดือนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของการทำงานนอก
เคยถามว่าทำไมไม่ลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวเสียเล่าในเมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งงบประมาณ ความสามารถ และกำลังคน เขาตอบว่า เพราะเขามีหัวหน้าที่เก่ง มีวิสัยทัศน์และมีความสามารถ เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากหัวหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน การปกครอง และที่สำคัญคือ วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีมุมมองที่เห็นถึงอนาคตไปหลายก้าว ทำให้เขารู้สึกศรัทธาและเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำและพร้อมที่จะเดินเคียงข้างสร้างองค์กรให้เติบโตไปกับหัวหน้าคนนี้
กับเพื่อนอีกคนเป็นหนุ่มที่หน้าตาดีมีทุกอย่างไม่แตกต่างกับคนแรก แต่คนนี้กลับร่ำร้องอยากลาออกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยเหตุผลที่ว่า หัวหน้าไม่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลพอที่จะบริหารองค์กรให้ก้าวหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น เพราะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อยศ เพื่อตำแหน่ง และบริหารองค์กรไม่ต่างจาก “รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง” ไม่ว่าเขาจะเสนอแนวคิดใดไปก็ไม่เคยได้รับการสนับสนุนเลยสักครั้ง
หัวหน้าคนนี้มีลูกน้องอยู่หลายคน คนหนึ่งเป็นคนขยันมากทำงานเหมือนมดงาน ไม่เคยบ่น ไม่เคยเกี่ยงงาน แต่ก็เป็นการทำงานตามคำสั่ง รับคำสั่งมาแล้วก็ทำงานอยู่อย่างนั้น ไม่มีการพัฒนาศักยภาพตัวเอง ส่วนคนต่อมาก็ใช้เวลางานไปกับเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะขายประกัน หรือเรียนต่อในชั้นสูงขึ้นไปอีก และคอยทำงานตามคำสั่ง สั่งให้ทำก็ทำ ไม่สั่งก็เฉยเสียอย่างนั้น ลูกน้องคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน นั่นคือการทำงานตามคำสั่ง ซึ่งหัวหน้าคนนี้ก็แปลกที่ไม่ใช้งานคนตามความสามารถที่แต่ละคนมีอยู่ ตรงข้ามกับประโยคที่ว่า Put the right man on the right job อย่างสิ้นเชิง
นั่นทำให้เพื่อนคนนี้มานั่งทบทวนถึงสาเหตุว่าทำไมองค์กรถึงไม่พัฒนาเสียที ไอ้ครั้นจะโทษ “ลูกน้อง” ว่าไม่ได้ความก็ดูจะเกินไป เพราะงานที่ได้รับมอบหมายก็ไม่มีใครบกพร่อง แต่ทำไมองค์กรจึงไม่เติบโตเสียทีทั้งที
———————————–
ถึงแม้ว่าเรื่องของ “หัวหน้า” นี้จะไม่ใช่เหตุผลหลักที่เขาทั้งสองยังปักหลักทำงานนี้อยู่ แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นำมาคิดตามได้ เมื่ออยู่ในฐานะ “หัวหน้า” แล้วนั้น อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการปกครองลูกน้อง ทำอย่างไรที่จะทำให้คนในบังคับบัญชานั้นนับถือ ศรัทธาเราอย่างแท้จริง นั่นเป็นเรื่องที่ท้าทายความเป็น “หัวหน้า” อย่างมาก

ต้องใช้พระเดชเป็น และต้องมีพระคุณล้นเหลือ ด้วยจ้า
^^ แหม เรื่องราวดูคุ้นๆ ชอบกลเนอะเธอ
อ้อ ๆ ลืมไป อีกอย่างหนึ่ง เป็นหัวหน้าคน ก็ต้องรู้จักพัฒนาตัวเองด้วยนะจ๊ะๆ