<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Art of being alone &#187; หนังสือใต้หมอน</title>
	<atom:link href="http://chelie.wordpress.com/category/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://chelie.wordpress.com</link>
	<description>Have a heart, Where does it go?</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Dec 2009 04:56:08 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='chelie.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/d2b29c4503215336aaaa7465f59368b4?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Art of being alone &#187; หนังสือใต้หมอน</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://chelie.wordpress.com/osd.xml" title="Art of being alone" />
		<item>
		<title>ภารกิจรักพิทักษ์เธอ</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2009/08/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2009/08/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 04:06:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือใต้หมอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2009/08/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[ภารกิจรักพิทักษ์เธอ 
ชื่อเรื่อง ภารกิจรักพิทักษ์เธอ 
เขียนโดย หญ้าเจ้าชู้ 
พิมพ์ครั้งที่ 1 จำนวน 248 หน้า
สำนักพิมพ์ ไฟน์บุ๊ค
ISBN 978 -611 -7032-08-0
ราคา 185 บาท 
 


แอบเอามาเล่าก่อนอ่านในเล่ม
เรื่องราวของศึกชิง “บ้านพักสวัสดิการ” ของสองหนุ่มสาวอาชีพเดียวกัน เมื่อคนหนึ่งยื่นเรื่องขอบ้านพักตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ขณะที่อีกคนบ้านไกล มาทำงานสายทุกวัน จนเจ้านายส่ายหน้าและให้สิทธิ์บ้านพักตัดหน้าคนที่ขอก่อน จนเป็นเดือดเป็นร้อนมาทวงสิทธิ์คืน และเมื่อตกลงกันไม่ได้ ก็มีทางเดียวคือ “ต้องอยู่ด้วยกัน” แต่เมื่อเงื่อนไขของบ้านพักสวัสดิการคือ “ต้องเป็นครอบครัว” ทั้งคู่จึงต้องสร้างภาพกันสุดฤทธิ์ เพื่อให้ใครๆ เข้าใจว่าเป็นคู่รักกันจริงๆ ถึงแม้จะไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ เพราะอยู่กันไปก็กัดกันไปกลายเป็นความผูกพันไม่รู้ตัว
และถึงแม้ทั้ง “มิรา” กับ “วาทิต” จะเข้าใจว่าเหตุที่ต้องจับพลัดจับผลู มาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันนี้เป็นเพราะเรื่องบ้านพักสวัสดิการ แต่ทั้งคู่ก็หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเป็นแผนการของหัวหน้าหน่วยระดับสูงที่ต้องการให้คนสำคัญอย่างมิราได้รับการคุ้มครองจากเหล่าผู้ก่อการร้ายที่หวังชิงตัวนักถอดรหัสหน่วยข่าวกรองสากล ซึ่งมีไม่กี่คน และหนึ่งในนั้นก็คือมิรา และไม่มีใครเหมาะสมในการเป็นผู้คุ้มกันครั้งนี้เท่าวาทิตซึ่งได้รับภารกิจนี้มาโดยไม่รู้ตัว เพราะยังเข้าใจว่าหน้าที่ของตัวเองคือตามประกบผู้ต้องสงสัยเพื่อป้องกันการก่อการร้ายข้ามชาติ โดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วภารกิจซ้อนคือปกป้องมิราจากการผู้ที่หมายปองนักถอดรหัสที่สามารถอ่านรหัสจากหน่วยข่าวกรองสากลได้
note : ฝากเพื่อนๆ ด้วยนะคะ สำหรับผลงานล่าสุด ที่ค่อนข้างจะใกล้ชีวิตจริงมากที่สุด เล่มนี้ ^^ 
จากคนอ่าน : กล้ายางสีขาว
++++++++++++++
หากต้องการผลงานเล่มอื่นๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=137&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><strong>ภารกิจรักพิทักษ์เธอ </strong></p>
<p><!-- Main --><span><span style="color:#990000;">ชื่อเรื่อง <strong>ภารกิจรักพิทักษ์เธอ </strong><br />
เขียนโดย <strong>หญ้าเจ้าชู้ </strong><br />
พิมพ์ครั้งที่ 1 จำนวน 248 หน้า<br />
สำนักพิมพ์ <a href="http://www.fine-book.com/web/index.php" target="_blank">ไฟน์บุ๊ค</a><br />
ISBN 978 -611 -7032-08-0<br />
ราคา 185 บาท </span></span><!-- End main--></p>
<p> </p>
<p><img src="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245214351.jpg" alt="" width="228" height="332" /></p>
<p><span style="color:#006600;"><strong><br />
แอบเอามาเล่าก่อนอ่านในเล่ม</strong></span></p>
<p>เรื่องราวของศึกชิง “บ้านพักสวัสดิการ” ของสองหนุ่มสาวอาชีพเดียวกัน เมื่อคนหนึ่งยื่นเรื่องขอบ้านพักตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ขณะที่อีกคนบ้านไกล มาทำงานสายทุกวัน จนเจ้านายส่ายหน้าและให้สิทธิ์บ้านพักตัดหน้าคนที่ขอก่อน จนเป็นเดือดเป็นร้อนมาทวงสิทธิ์คืน และเมื่อตกลงกันไม่ได้ ก็มีทางเดียวคือ “ต้องอยู่ด้วยกัน” แต่เมื่อเงื่อนไขของบ้านพักสวัสดิการคือ “ต้องเป็นครอบครัว” ทั้งคู่จึงต้องสร้างภาพกันสุดฤทธิ์ เพื่อให้ใครๆ เข้าใจว่าเป็นคู่รักกันจริงๆ ถึงแม้จะไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ เพราะอยู่กันไปก็กัดกันไปกลายเป็นความผูกพันไม่รู้ตัว</p>
<p>และถึงแม้ทั้ง “มิรา” กับ “วาทิต” จะเข้าใจว่าเหตุที่ต้องจับพลัดจับผลู มาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันนี้เป็นเพราะเรื่องบ้านพักสวัสดิการ แต่ทั้งคู่ก็หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเป็นแผนการของหัวหน้าหน่วยระดับสูงที่ต้องการให้คนสำคัญอย่างมิราได้รับการคุ้มครองจากเหล่าผู้ก่อการร้ายที่หวังชิงตัวนักถอดรหัสหน่วยข่าวกรองสากล ซึ่งมีไม่กี่คน และหนึ่งในนั้นก็คือมิรา และไม่มีใครเหมาะสมในการเป็นผู้คุ้มกันครั้งนี้เท่าวาทิตซึ่งได้รับภารกิจนี้มาโดยไม่รู้ตัว เพราะยังเข้าใจว่าหน้าที่ของตัวเองคือตามประกบผู้ต้องสงสัยเพื่อป้องกันการก่อการร้ายข้ามชาติ โดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วภารกิจซ้อนคือปกป้องมิราจากการผู้ที่หมายปองนักถอดรหัสที่สามารถอ่านรหัสจากหน่วยข่าวกรองสากลได้</p>
<p><span style="color:#990000;">note : ฝากเพื่อนๆ ด้วยนะคะ สำหรับผลงานล่าสุด ที่ค่อนข้างจะใกล้ชีวิตจริงมากที่สุด เล่มนี้ ^^ </span></p>
<p>จากคนอ่าน : <a href="http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=dreamanotherdream&amp;month=02-08-2009&amp;group=2&amp;gblog=19" target="_blank">กล้ายางสีขาว</a></p>
<p>++++++++++++++</p>
<p>หากต้องการผลงานเล่มอื่นๆ ของ &#8220;หญ้าเจ้าชู้&#8221; ก็ตรงไปที่<a href="http://www.fine-book.com/web/index.php" target="_blank">ไฟน์บุ๊ค</a>ได้เลยนะคะ</p>
<p><span style="color:#9900ff;"><strong>รักข้ามรั้ว</strong> </span></p>
<p><img src="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245214932.jpg" alt="" width="244" height="346" /></p>
<p><span style="color:#000099;"><br />
ลุ้นสุดฤทธิ์พิชิตรัก</span></p>
<p><img src="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245215048.jpg" alt="" width="232" height="280" /></p>
<p>และสำหรับผลงานของ &#8220;ดาริกามณี&#8221; ก็ติดต่อโดยตรงที่ <a href="http://www.comeon-book.com/" target="_blank">สนพ.คัมออน</a> ค่ะ</p>
<p><img src="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245215310.jpg" alt="" width="223" height="266" /></p>
<p>ฝากด้วยนะค้า&#8230;..</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/137/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/137/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/137/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/137/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/137/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/137/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/137/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/137/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/137/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/137/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=137&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2009/08/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245214351.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245214932.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245215048.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/a/arcturus/picture/1245215310.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ผลงานล่าสุด</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2008/03/25/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2008/03/25/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Mar 2008 07:59:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือใต้หมอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2008/03/25/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[นิยายเล่มใหม่ของหญ้าเจ้าชู้ และ ดาริกามณี
เพื่อนๆ คะ เล่มใหม่หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ
ชื่อเรื่องเดิมคือ เรื่องตลกของโชคชะตา (นั่นเอง)
ฝากเพื่อนๆ ช่วยกันหนุน (หลัง) ด้วยนะคะ ^^
อุตส่าห์ลุ้นในบล็อคกันมาตั้งนาน&#8211;
อ่านเป็นเล่ม อีกครั้งก็แล้วกันนะคะ 
เรื่องย่อ ลุ้นสุดฤทธิ์ พิชิตรัก
โดย หญ้าเจ้าชู้

เรื่องราวของเฌลลี หญิงสาวผู้มุ่งมั่นที่จะเอาชนะใจชายหนุ่มที่เธอรักด้วยการยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา นั่นเพราะเธอเชื่อว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่ามากเมื่อเทียบกับลูกชายศาสตราจารย์ด๊อกเตอร์ ขณะที่คุณพ่อของเธอเป็นแค่ครูบ้านนอกธรรมดา ณนนท์เองหรือก็เป็นถึงนักฟิสิกส์นิวเคลียร์ที่หลงคิดว่าตัวเองเป็น “อัจฉริยะระดับเทพ” และไม่เคยคิดอะไรกับเธอมากไปกว่าแค่เพื่อน
ด้วยความรักและภักดี เสาร์-อาทิตย์ เฌลลีขับรถไกลจากจันทบุรี เข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเจอหน้าณนนท์เพียงไม่กี่นาที (ก็ยอม) และทุกครั้งที่เธอเข้าเมืองมาก็มักจะหอบเอาผลไม้ (เมืองจันท์) มาฝากด้วยทุกครั้งไป กระทั่งยอมเป็นทาสรับใช้ กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ล้างรถ เพื่อแลกกับการมีที่ซุกหัวนอนในวันเสาร์-อาทิตย์ (ทุ่มทุนสร้างปานนั้น) ซึ่งบ้านนั้นก็หาได้มีแต่พระเอกคนเดียวหรือก็ไม่ แต่ยังมีอีกสองหนุ่มน้องชายที่นิสัยเหมือนพี่ไม่มีผิด (แต่หน้าตาดีกว่าพี่คนโตลิบลับ) ให้เธอต้องคอยปรนนิบัติ แจ็คพอตสองชั้น เพราะสามหนุ่มพี่น้องถูกเลี้ยงดูอย่างคุณหนูมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยจับงานบ้านสักอย่างเพราะมีคุณนายดารณี มารดาที่แสนประเสริฐ ทำทุกอย่างให้หมด เมื่อมีทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่างเฌลลี สามหนุ่มพี่น้องเลยยิ่งสบายไปใหญ่
ณฌาหรือน้องกลางเป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างเสรีในการใช้ชีวิตไม่ค่อยคิดอะไรวุ่นวายซับซ้อนเหมือนพี่ชายคนโต เขาทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในบริษัทต่างชาติ ทำตัวเหมือนจะเจ้าชู้ แต่ที่จริงเขาก็รักใครรักจริง เขาชอบเฌลลี แต่คิดว่าเธอเหมาะที่จะเป็นคนรักของพี่ชายเจ้าระเบียบของเขามากกว่า
ขณะที่น้องเล็กหรือณธี ซึ่งหลังจากจบ ม. [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=105&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="-1"><font color="#0000cc">นิยายเล่มใหม่ของหญ้าเจ้าชู้ และ ดาริกามณี</p>
<p>เพื่อนๆ คะ เล่มใหม่หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ<br />
ชื่อเรื่องเดิมคือ เรื่องตลกของโชคชะตา (นั่นเอง)<br />
ฝากเพื่อนๆ ช่วยกันหนุน (หลัง) ด้วยนะคะ ^^<br />
อุตส่าห์ลุ้นในบล็อคกันมาตั้งนาน&#8211;<br />
อ่านเป็นเล่ม อีกครั้งก็แล้วกันนะคะ </font></p>
<p><font color="#990000">เรื่องย่อ ลุ้นสุดฤทธิ์ พิชิตรัก<br />
โดย หญ้าเจ้าชู้</p>
<p><img src="http://www.fine-book.com/web/board/view_4022008095358.jpg" /></p>
<p>เรื่องราวของเฌลลี หญิงสาวผู้มุ่งมั่นที่จะเอาชนะใจชายหนุ่มที่เธอรักด้วยการยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา นั่นเพราะเธอเชื่อว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่ามากเมื่อเทียบกับลูกชายศาสตราจารย์ด๊อกเตอร์ ขณะที่คุณพ่อของเธอเป็นแค่ครูบ้านนอกธรรมดา ณนนท์เองหรือก็เป็นถึงนักฟิสิกส์นิวเคลียร์ที่หลงคิดว่าตัวเองเป็น “อัจฉริยะระดับเทพ” และไม่เคยคิดอะไรกับเธอมากไปกว่าแค่เพื่อน</p>
<p>ด้วยความรักและภักดี เสาร์-อาทิตย์ เฌลลีขับรถไกลจากจันทบุรี เข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเจอหน้าณนนท์เพียงไม่กี่นาที (ก็ยอม) และทุกครั้งที่เธอเข้าเมืองมาก็มักจะหอบเอาผลไม้ (เมืองจันท์) มาฝากด้วยทุกครั้งไป กระทั่งยอมเป็นทาสรับใช้ กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ล้างรถ เพื่อแลกกับการมีที่ซุกหัวนอนในวันเสาร์-อาทิตย์ (ทุ่มทุนสร้างปานนั้น) ซึ่งบ้านนั้นก็หาได้มีแต่พระเอกคนเดียวหรือก็ไม่ แต่ยังมีอีกสองหนุ่มน้องชายที่นิสัยเหมือนพี่ไม่มีผิด (แต่หน้าตาดีกว่าพี่คนโตลิบลับ) ให้เธอต้องคอยปรนนิบัติ แจ็คพอตสองชั้น เพราะสามหนุ่มพี่น้องถูกเลี้ยงดูอย่างคุณหนูมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยจับงานบ้านสักอย่างเพราะมีคุณนายดารณี มารดาที่แสนประเสริฐ ทำทุกอย่างให้หมด เมื่อมีทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่างเฌลลี สามหนุ่มพี่น้องเลยยิ่งสบายไปใหญ่</p>
<p>ณฌาหรือน้องกลางเป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างเสรีในการใช้ชีวิตไม่ค่อยคิดอะไรวุ่นวายซับซ้อนเหมือนพี่ชายคนโต เขาทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในบริษัทต่างชาติ ทำตัวเหมือนจะเจ้าชู้ แต่ที่จริงเขาก็รักใครรักจริง เขาชอบเฌลลี แต่คิดว่าเธอเหมาะที่จะเป็นคนรักของพี่ชายเจ้าระเบียบของเขามากกว่า</p>
<p>ขณะที่น้องเล็กหรือณธี ซึ่งหลังจากจบ ม. ปลายจากบ้านเกิดเอ็นทรานส์ติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยย่านบางมดก็ย้ายตัวเองมาอยู่กับพี่ชายทั้งสอง แถมจับพลัดจับผลูไปเป็นดาราทีวีกับเขาอีก (คิดดูว่าหน้าตาดีกันแค่ไหน – บ้านนี้) น้องเล็กมี “พี่แป้น” (ชื่อเล่นของนางเอกที่พระเอกตั้งให้) คอยจัดการโน่นนี่ให้จนกลายเป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่งของเขา เขารักพี่แป้นและคิดว่ามีแต่เธอเท่านั้นที่จะกำราบพี่ชายคนโตของเขาได้</p>
<p>แต่นางเอกของเราก็ต้องเผชิญขวากหนามมิใช่น้อย นอกจากอภิชาติมารดาอย่างคุณนายดารณีจะสกรีนจนละเอียดยิบแล้วยังมีมารหัวใจอย่าง “น้องขนมเค้ก” ที่ทำให้นางเอกเกิดแรงฮึดอยู่พักใหญ่ไปหัดทำเค้กส้มเอาใจพระเอก ผลออกมาคือ “อย่าว่าแต่เค้กเลย ผัดมาม่ายังเค็มเหมือนทะเลบางแสน” เมื่อเอาดีทางของกิน-ไม่ได้นางเอกก็หันไปหาหนทางอื่น ไม่ว่าจะตีท้ายครัวมารดาที่เป็นรองศาสตราจารย์ของเขาจนเอาชนะใจได้รับเกียรติเป็นลูกสาว-แต่ก็แอบหมายใจว่า “ถึงแม้วันนี้จะยังไม่ได้เป็นลูกสะใภ้ ได้เป็นลูกสาวก็ยังดี”</p>
<p>แต่กระนั้นอัจฉริยะระดับเทพก็ยังมิได้มีวี่แววจะชายหางตาแล เขาแค่คิดกับเธอเหมือนเพื่อนสนิท ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่มีใครคบหาเป็นเรื่องเป็นราว เฌลลีท้อใจหลายครั้ง และทำท่าว่าจะยกธงขาวก็หลายหน แต่สุดท้ายก็บอกตัวเองว่า “เออ ไม่เห็นต้องทำใจให้ไม่รักเลยนี่หว่า”</p>
<p>เฌลลีก็ยังพยายามสุดฤทธิ์ที่จะเอาชนะใจชายหนุ่มที่เธอรักหัวปักหัวทิ่มด้วยการสอบทุนไปเรียนต่อด๊อกเตอร์ (บ้าง) ซะเลย,เผื่อว่าจะลดความต่ำต้อยน้อยใจในตัวเองลงไปได้บ้าง แล้วก็ฟลุคมากที่ดันสอบได้</p>
<p>และเมื่อนางเอกไป พระเอกก็เริ่มรู้ใจตัวเอง เขาจะทำอย่างไรต่อไปมาลุ้นกันในเล่มนะจ๊ะ</font></p>
<p>@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@</p>
<p><font color="#000099">ส่วนอีกเล่มที่จะวางแผงในงานสัปดาห์หนังสือวันที่ 26 มีนาคม ถึง 7 เมษายนนี้คือ ปีกแห่งฝัน ค่ะ เล่มนี้ใช้นามปากกา ดาริกามณี ฝากเพื่อนๆ อุดหนุนด้วยนะคะ</font></p>
<p><img src="http://www.bloggang.com/data/arcturus/picture/1206431005.jpg" /></p>
<p><font color="#006633"><b>เรื่องย่อ ปีกแห่งฝัน<br />
ผู้เขียน ดาริกามณี</b></p>
<p>ISBN: 978-974-04-9241-2<br />
Barcode: 978-974-04-9241-2<br />
ขนาด : 145 x 210 x 13 mm<br />
จำนวนหน้า : 224 หน้า<br />
ราคา 159 บาท<br />
<a target="_blank" href="http://www.emotionway.com/"><font color="#005ca2">สำนักพิมพ์ Come On</font></a><br />
<a target="_blank" href="http://www.comeon-book.com/catalog/product_info.php?products_id=213"><font color="#005ca2">รายละเอียดเพิ่มเติม</font></a></p>
<p>เรื่องราวความฝันของฝิ่นกับเอื้อง สองหนุ่มสาวในวัยแสวงหา คนหนึ่งต้องการเอาชนะคำว่า “เจ้าคนนายคน” ของผู้เป็นบิดาที่หมายมั่นปั้นมือให้ลูกชายได้รับราชการทหาร มีเกียรติยศ มีหน้ามีตาในสังคม แต่ลูกชายก็เลือกที่จะทำตามความฝันของตัวเอง นั่นคือการทำไร่กล้วยไม้และไร่กุหลาบ ฝิ่นทำได้ดีถึงขั้นส่งออก แต่กว่าเขาจะก้าวมาไกลขนาดนี้ได้ ชายหนุ่มต้องฝ่าฟันขวากหนามไม่น้อยเหมือนกัน ขณะที่เอื้องต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้จากการทำร้านหนังสือ เธอต้องกู้เงินธนาคารมาทำร้าน และเผชิญกับคำว่า “มันจะได้สักกี่น้ำ” และแน่นอนว่า กว่าเธอจะยืนได้นั้น เธอเกือบล้มไปก็หลายครั้ง</p>
<p>สองหนุ่มสาวได้รู้จักและรักกัน ทั้งคู่มีความรัก มีความฝันและพร้อมที่จะเคียงข้างไปด้วยกัน แต่อยู่ๆ ก็มีอีกหนึ่งหนุ่มก้าวเข้ามาในชีวิตของหญิงสาว นั่นคือ น่าน นายทหารหนุ่มแห่งกองทัพอากาศ ซึ่งเหมือนตอกย้ำฝิ่นเรื่องความหวังของพ่อ น่านเป็นรักแรกของเอื้อง เธอสัญญากับเขาเอาไว้ว่าจะรอแต่เธอไม่คิดว่าเขาจะกลับมา&#8230;และเมื่อวันหนึ่งที่น่านกลับมาในวันที่เธอมีฝิ่นอยู่ข้างกาย นั่นหมายถึงเอื้องต้องเลือกใครเพียงคนเดียว, ขณะที่อิง น้องสาวของเอื้องหลงรักฝิ่นตั้งแต่แรกพบ ไม่มีใครรู้ความรู้สึกในใจของอิง เธอเก็บมันไว้มิดชิด จนกระทั่งเมื่อน่านต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่เอื้อง และฝิ่นกับเอื้องก็เป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น อิงก็ยังเป็นแค่น้องสาวที่แสนดีของฝิ่น เธอบอกกับตัวเองว่า “แค่ได้รักก็พอ”</p>
<p>ฝิ่นมีคุณวรรณนรี มารดาเป็นเหมือนเสาหลักของชีวิต คอยปลอบใจ ให้กำลังใจและคอยพยุงเมื่อเขาล้มลง แม่ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของฝิ่น และนอกจากนั้นฝิ่นก็ยังมีสายรุ้งน้องสาวต่างมารดาคอยเป็นลูกมือในการดูแลไร่พร้อมกับรชตะคนรักของเธอซึ่งคอยดูแลเรื่องฟาร์มเลี้ยงผึ้งให้ ขณะที่อิงก็มีคิมหันต์ที่ชอบอิงอย่างจริงใจ แต่เมื่อรู้ว่าไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของอิงได้ เขาก็จำเป็นต้องยอมแพ้และหาหนทางให้ฝิ่นกับอิงเปิดเผยความในใจต่อกัน</p>
<p>ปีกแห่งฝันฯ เป็นเรื่องราวของความรักที่อยู่บนพื้นฐานของความฝันของสองคนที่คือเอื้องกับฝิ่นที่สุดท้ายแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่ได้ลงเอยกันอย่างที่น่าจะเป็น นั่นเพราะชีวิตคนเรามีเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่อาจคาดเดาได้ล่วงหน้า แม้หัวใจและความรักจะผกผันไปกับเวลาและความผูกพัน แต่เรื่องราวของความฝันและความหวังเป็นสิ่งที่ตั้งมั่นอยู่ในหัวใจไม่อาจมีใครมาทำให้คลอนแคลนได้นอกจากตัวเอง&#8230;</p>
<p>และปีกแห่งความฝันจะโบยบินไปไกลเพียงไหนก็อยู่ที่หัวใจเจ้าของฝันที่จะฝ่าฟันให้ปีกแห่งฝันโบยบินสู่แดนดินแห่งรัก ณ โค้งรุ้ง&#8230;</font></p>
<p><font color="#000099">Note : เป็นเรื่องที่เขียนมานานมากกว่าจะจบ แต่ก็ภูมิใจมากเมื่อท้ายที่สุดแล้วความพยายามทั้งหมดก็ไม่ได้สูญเปล่า ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^</font></font></p>
<p><!-- End main--><font size="3"> </font></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chelie.wordpress.com/105/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chelie.wordpress.com/105/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/105/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/105/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/105/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=105&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2008/03/25/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.fine-book.com/web/board/view_4022008095358.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/arcturus/picture/1206431005.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>หนังสือของวันหยุด</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2007/05/08/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2007/05/08/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 May 2007 07:48:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือใต้หมอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2007/05/08/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[
วันหยุดสุดสัปดาห์ คือสวรรค์วิมานของใครหลายๆ คน และยิ่งคนที่รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในวิมานแล้วด้วยนั้น วันหยุดดูเหมือนจะผ่านไปเร็วเหมือนงูแลบลิ้น เมษายน เป็นเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างยาวสำหรับประเทศไทย ประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้น ขอย้ำ, และนั่นมันทำให้เราอ่านหนังสือจบไปหลายเล่มอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น ฝนตกขึ้นฟ้า และ ยาแก้สมองผูกตราควายบิน ของวินทร์ เลียววาริณ มาถึง ดลใจภุมริน ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่หนาเอาการ แต่ไม่นานก็อ่านจบ หนังสือหลายเล่มเป็นแบบนั้น คนเขียนมักจะวางระเบิดเอาไว้ให้คนติดตามแบบตื่นตาโดยไม่รู้ตัวเสมอ โดยเฉพาะพญาอินทรีย์แห่งทูนอินการ์เด้นท่านนี้ คนที่เรานับเป็นครู ทั้งที่ก็ไม่เคยจะเสี้ยมสอนวิชาการให้เราแม้สักน้อย แต่หนังสือทุกเล่มของท่านที่เราอ่าน เรื่องราวทุกเรื่องที่ท่านเขียน เป็นมากเสียยิ่งกว่า “ครู” เสียอีก เราไม่ติดอกติดใจ มาเฟียก้นซอย เหมือนใครหลายคน แต่เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่าน เมนูบ้านท้ายวัง หนังสือชุดนี้ทำให้เราอยากทำกับข้าวและชื่นชอบในเมนูปลา โดยเฉพาะต้มโคล้ง&#8230; เรามีความสุขที่จะอ่าน เสเพลบอยชาวไร่, ไปจนถึง สนิมสร้อย, ผู้ดีน้ำครำ, ใต้ถุนป่าคอนกรีต, บางลำพูสแควร์ และเล่มอื่นๆ อีกประดามี หนังสือของนักเขียนคนนี้ทำให้เราอยากเป็นนักเขียน และถ้าใครสักคนจะถามว่า เราชอบนักเขียนคนไหนมากที่สุดในประเทศนี้ละก็ บอกได้อย่างไม่ต้องคิดว่า ลุงปุ๊ แห่งสวนทูนอิน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=63&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="-1"><font color="#006600"><img src="http://www.dropshots.com/photos/155824/20070502/200044.jpg" /></p>
<p>วันหยุดสุดสัปดาห์ คือสวรรค์วิมานของใครหลายๆ คน และยิ่งคนที่รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในวิมานแล้วด้วยนั้น วันหยุดดูเหมือนจะผ่านไปเร็วเหมือนงูแลบลิ้น เมษายน เป็นเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างยาวสำหรับประเทศไทย ประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้น ขอย้ำ, และนั่นมันทำให้เราอ่านหนังสือจบไปหลายเล่มอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น <strong>ฝนตกขึ้นฟ้า </strong>และ <strong>ยาแก้สมองผูกตราควายบิน</strong> ของวินทร์ เลียววาริณ มาถึง <strong>ดลใจภุม</strong>ริน ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่หนาเอาการ แต่ไม่นานก็อ่านจบ หนังสือหลายเล่มเป็นแบบนั้น คนเขียนมักจะวางระเบิดเอาไว้ให้คนติดตามแบบตื่นตาโดยไม่รู้ตัวเสมอ โดยเฉพาะพญาอินทรีย์แห่งทูนอินการ์เด้นท่านนี้ คนที่เรานับเป็นครู ทั้งที่ก็ไม่เคยจะเสี้ยมสอนวิชาการให้เราแม้สักน้อย แต่หนังสือทุกเล่มของท่านที่เราอ่าน เรื่องราวทุกเรื่องที่ท่านเขียน เป็นมากเสียยิ่งกว่า “ครู” เสียอีก เราไม่ติดอกติดใจ <strong>มาเฟียก้นซอย </strong>เหมือนใครหลายคน แต่เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่าน <strong>เมนูบ้านท้ายวัง </strong>หนังสือชุดนี้ทำให้เราอยากทำกับข้าวและชื่นชอบในเมนูปลา โดยเฉพาะต้มโคล้ง&#8230; เรามีความสุขที่จะอ่าน <strong>เสเพลบอยชาวไร่</strong>, ไปจนถึง <strong>สนิมสร้อย</strong>, <strong>ผู้ดีน้ำครำ</strong>, <strong>ใต้ถุนป่าคอนกรีต</strong>, <strong>บางลำพูสแควร์</strong> และเล่มอื่นๆ อีกประดามี <u>หนังสือของนักเขียนคนนี้ทำให้เราอยากเป็นนักเขียน</u> และถ้าใครสักคนจะถามว่า เราชอบนักเขียนคนไหนมากที่สุดในประเทศนี้ละก็ บอกได้อย่างไม่ต้องคิดว่า ลุงปุ๊ แห่งสวนทูนอิน มาวินเป็นหมายเลขหนึ่งแน่นอน หรือถ้าเป็นนักเขียนเมืองนอก&#8230;ก็เป็นลุงปุ๊ตอนที่อยู่ต่างประเทศนั่นแหละ</p>
<p>ต้นเดือนห้า พฤษภาคม ฝนหล่นกระทบดินเพราะพายุ ไม่เป็นอุปสรรคของการอ่าน เสียงประสานของฟ้าที่ครืนๆ มาในบ่อยครั้งฟังไปก็เพลินดี มีวันหยุดติดกันสามวันตั้งแต่เสาร์ถึงจันทร์ เป็นอันว่าความสุขก็อยู่ที่บ้านกับการอ่านหนังสืออีกเช่นเคย แปลกดี ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ดูจะมีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น ทั้งๆ ที่ก็ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่าเดิม อาจจะเพราะไม่ต้องเดินทางไกลไปทำงาน อาจจะเพราะเลิกงานกลับบ้านแล้วไม่มีกิจกรรมอื่น อาจจะเพราะไม่มีครอบครัวให้ต้องเอาใจใส่ เหนือสิ่งอื่นใดคือ บรรยากาศเป็นใจสำหรับการอ่านหนังสือมาก</p>
<p>ความสุขของคนโสด – บางคนเลือกที่จะทำงานเยอะๆ ในช่วงที่มี “แรง” ในวาระที่ยังไม่มีภาระครอบครัว หลายคนเลือกทำงานหนักเพื่อทำเงิน และเป็นสุขกับการหาเงิน ซึ่งก็อดที่จะนึกถึงคนใกล้ตัวไม่ได้&#8230; เราสองคนมีความสุขที่แตกต่างกันพอควร ซึ่งต่างใช้ “ความโสด” ของเราไปกับ “ความสุข” คนละแบบ เรามีวันหยุดสำหรับการอ่านและเขียน เขามีวันหยุดสำหรับการทำงาน-ทำเงิน และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตจากเงินที่หามา เรามีความสุขกับการได้เดินช้าๆ มีเงินแค่พอจ่าย ไม่พอบ้างก็ดิ้นรนไปตามยะถา อดออม กระเหม็ดกระแหม่ ขัดสนบ้างในบางทีก็สนุกดีตามประสา แต่ถ้าต้องใช้เวลาไปกับการทำงานเพื่อที่จะให้ได้เงินมากๆ แล้วล่ะก็ดูจะไม่ใช่วิสัยที่ถูกฝึกมาให้เป็นอย่างนั้น, แต่ใครๆ ก็มักพูดว่า “วันหยุดยาวๆ น่าจะเขียนหนังสือได้เยอะๆ นะ” ในความเป็นจริงแล้ว ต่อให้หยุดสั้น หรือหยุดยาว เรื่องการเขียนหนังสือนี่ดูจะเป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้จริงๆ เพราะเขียนตามใจ อยากเขียนก็เขียน ไม่อยากเขียนก็ไม่-แม้กระทั่งจะเปิดไฟล์เรื่องนั้น ถ้าคิดพล็อตออก แม้ตอนตีสามก็จะลุกมาเขียน แต่ถ้าคิดไม่ออก บางครั้งเป็นเดือนๆ ก็เขียนไม่ได้&#8230; เพราะงั้น การเขียนหนังสือของเราจึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ – แต่การอ่านนี่ดูเหมือนจะเกิดจากความเคยชินมากกว่าอย่างอื่น อาจจะเพราะหนังสือวางอยู่ตรงหน้า อาจเพราะว่าบางเล่มยังไม่ได้อ่าน หรืออาจเพราะไม่อยากคิดอะไรในวาระนั้น การหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านจึงเป็นการใช้เวลาไปอย่างรู้สึกว่าไร้ค่าน้อยที่สุดแล้ว&#8230;</p>
<p>วันหยุดนี้ก็เช่นกันหนังสือที่อ่านจบไปเป็นหนังสือแปลชื่อ <strong>The Final Detail </strong>ในชุด Myron Bolitar Novel ที่ยืมมาจากเพื่อนสาวความสูงร้อยสี่สิบแปด อีกแค่สองเซ็นติเมตรเท่านั้นเธอก็จะได้หนังสือชื่อ<strong>ชีวิตร้อยห้าสิบเซ็นติเมตร</strong> เป็นของขวัญวันเกิดแล้ว และภาวนาว่าวันเกิดเธอปีนี้ความสูงเธอจะถึง&#8230;</p>
<p>จากนั้นเหมือนเครื่องติด เมื่อลองไล่นิ้วไปตามสันหนังสือก็พบว่ามีบางเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน (ข้ามเล่มที่อ่านยังไม่จบไป) นั่นก็คือ <strong>อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ&#8230;ที่รัก</strong> ของ ชมัยภร แสงกระจ่าง ที่เขียนในชื่อ ไพลิน รุ้งรัตน์ ไม่รู้ว่ารอดหูรอดตาไปได้ยังไง ตั้งแต่ปี 1999 หยิบลงมาอ่านและใช้เวลาไม่นานเกินไปนัก, จบแล้วก็ทำให้อยากแนะนำหนังสือให้คนอื่นได้อ่านบ้าง ตามประสาผู้มีอาชีพเดียวกับนางเอกของเรื่องและมีจันทบุรีเป็นจังหวัดในดวงใจ หลายเล่มในเรื่องเป็นหนังสือที่เคยอ่านแล้ว และหลายเล่มทำให้อยากหามาอ่าน โดยเฉพาะวรรณกรรมไทยยุคก่อนเราเกิด ดูจะเป็นแม่แบบและเป็นแรงบันดาลใจของนักเขียนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี จากหนังสือเหล่านั้น แตกแขนงมาเป็นการเขียนในแบบร่วมสมัยก็หลายเรื่อง จบเรื่องราวของหมอจุลกับแม่ลมเย็นลงแล้วก็เริ่มว่าง&#8230; เสียงเรือหางยาวที่ดังเป็นระยะสร้างความรำคาญเป็นพักๆ – แต่ก็แปลกดี วันนี้ไม่มีเสียงโทรศัพท์จากใครเลย</p>
<p>ย้อนกลับไปที่วินทร์ เลียววาริณ อีกที คนนี้ ทีแรกไม่คิดว่าจะอ่านหนังสือของเขาเป็นเรื่องเป็นราวและเอาจริงเอาจังขนาดนี้ แต่ดูเหมือนเรื่องมันจะเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนเพราะบังเอิญไปรู้จักกับชายหนุ่มสถาปนิกรั้วเดียวกับวินทร์ เลียวฯ คนหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกห้องสมุดแห่งเดียวกัน ห้องสมุดประชาชนแสงอรุณ – เราคุยกันเรื่องหนังสือ เขาอยากลองอ่านหนังสือของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ และเราเองก็อยากลองอ่านหนังสือของ วินทร์ แน่นอน เราต่างก็ไม่ยืมจากห้องสมุด เพราะข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา แต่เราเอาหนังสือของตัวเองมาแลกกันอ่าน เราเอา <strong>ผู้ดีน้ำครำ</strong> ไปแลก <strong>ปีกแดง </strong>มาอ่าน และหลังจากนั้นเราก็กลายเป็นแฟน วินทร์ เลียววาริณ อย่างไม่รู้ตัว หรือจะให้ถูก เราเป็นแฟน พุ่มรัก พานสิงห์ ต่างหาก</p>
<p>งานหนังสือเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ครึกครื้นและน่าแปลกใจที่ตลาดหนังสือประเทศไทยไม่ได้ซบเซาไปตามเศรษฐกิจอย่างที่คิดไว้ หนังสือดีๆ มีให้เลือกเยอะพอๆ กับที่ต้องเลือกว่าเล่มไหนคือหนังสือดีๆ นั่นแหละ จำไม่ได้ว่าเป็นประโยคของใครที่พูดถึงเรื่องการอ่าน</p>
<p><em>– ชีวิตคนเราไม่ได้ยาวนานนักเมื่อเทียบกับจำนวนหนังสือในโลก เพราะงั้นก็ควรเลือกที่จะอ่านในเล่มที่ทำให้เกิดคุณค่ากับชีวิตจริงๆ </em></p>
<p>เราเถียงน่ะ, อย่างน้อยก็ในใจ, เพราะคงไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าเล่มไหนที่จะทำให้เกิด “คุณค่ากับชีวิต” เราจึงเปลี่ยนประโยคเขาเสียใหม่ว่า</p>
<p><em>–ชีวิตคนเราแสนสั้นนักจงเลือกอ่านเล่มที่อยากอ่าน&#8230;</em></p>
<p>หนังสือทุกเล่มมีคุณค่าในตัวของมันทั้งนั้นแหละ อยู่ที่เราจะหยิบ จับ ฉก และฉวยมาใช้ได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก และเราอยากให้ทุกคนอ่านในเล่มที่ “อยากอ่าน” อย่าเพิ่งไปคาดหวังว่ามันจะได้คุณค่าหรือไร้คุณค่าเสียเลยทีเดียว ถ้าเล่มไหนที่เจอแล้วอยากอ่าน อย่าลังเลนานเพราะมันจะทำให้ความอยากนั้นลดถอยลงไป หยิบขึ้นมาเปิดคำนำ, ขอแนะนำให้อ่านคำนำ มากกว่าคำโปรยปกหน้า-หลัง<strong> เพราะคำนำ หรือคำนิยม เป็นสิ่งที่มาจากใจของคนเขียน แต่คำโปรยปกมาจากใจของการตลาด&#8230; </strong></p>
<p>วันอาทิตย์นี้หนังสือที่เลือกหยิบมาอ่านต่อคือ <strong>โลกของโซฟี, ชามี, อิชมาเอล (Ishmael)</strong> เล่มแรกในคำนำบอกว่า เป็น หนังสือปรัชญา แต่การพิมพ์ถึงครั้งที่แปด (เล่มที่ถืออยู่นี้) แปลได้ไหมว่าคนไทยชอบเรื่องราวเกี่ยวกับปรัชญา&#8230;</p>
<p>ส่วนชามีเป็นนวนิยายของทมยันตี นักเขียนอีกท่านที่เราศรัทธาในการใช้ภาษาและการเล่าเรื่อง ถึงแม้ระยะหลังทมยันตีจะยืนยันการ ‘รับใช้ศาสนา’ อย่างจริงจังไปนิด แต่นิยายก็คือ นิยาย ใครจะได้อะไรไปมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นจะ ‘อยากได้’ ในสิ่งที่ผู้เขียนให้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก และสำหรับเล่มสุดท้าย</p>
<p>อิชมาเอลในตอนหนึ่งของคำนำบอกไว้ว่า “อิชมาเอล ถ่ายทอดแนวคิดสำคัญทางชีววิทยา เช่นแนวคิดทางนิเวศวิทยา สมดุลของระบบนิเวศ วิวัฒนาการและความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านรูปแบบของงานวรรณกรรม” เล่มนี้น่าอาจจะเข้าใจยากสำหรับคนที่ไม่สนใจเรื่องชีววิทยา แต่ก็น่าสนใจเพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยบางคนใช้เป็นตำราประกอบการสอนเลยทีเดียว แต่ก็ไม่คิดว่าจะอ่านหนังสือสองสามเล่มนี้จบภายในวันสองวันนี้แน่ๆ อย่างน้อยความ “อยากอ่าน” ยังมีไม่มากพอที่จะทำให้เอาจริงเอาจังกับมันนัก</p>
<p>ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่กระโดดเข้ามาอยู่ในหัวข้อ “อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะที่รัก (ของเรา) ” อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แน่นอนเพราะมันเป็นเล่มที่ ‘อยากอ่าน’ แต่คงต้องใช้เวลา โดยเฉพาะหลายเล่มของ อัลแบร์ การ์มู ฉบับแปลที่ส่ายสายตาไปเห็นพอดี ทั้ง <strong>ความตายอันแสนสุข คนนอก มนุษย์คนแรก ผู้บริสุทธิ์ ความเข้าใจผิดและกาลีกูลา การเนรเทศและอาณาจักร</strong> กับเล่มที่ถืออยู่ในมือตอนนี้คือ <strong>มนุษย์สองหน้า </strong>อัลแบร์ กามู เป็นนักเขียนซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักอ่านบางกลุ่มในบ้านเรา แต่บางคนก็ไม่ชอบเอาเสียเลย ว่ากันไม่ได้ เพราะของอย่างนี้เป็นเรื่องของรสนิยม เหมือนบางคนชอบปลาดิบแบบญี่ปุ่นและอีกคนชอบปลาร้าแบบอีสานน่ะแหละ</p>
<p>ก่อนวันหยุด เข้าอบรมเกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยา ได้ฝึกการมองตัวเองอย่างตัวอย่างอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ฝึกการมองคนอื่นอย่างยุติธรรม และฝึกการฟังมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะจากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้รู้ว่าทำไมเราจึงมองคนอื่นในมุมลบไม่ใช่ฝึกที่จะมองคนอื่นแต่ฝึกที่จะมองตัวเอง กล้าที่จะตรงไป ตรงมากับตัวเองและยอมรับความจริงในสิ่งที่ตัวเองเป็น และหลังจากกิจกรรมก็เลยมีโอกาสได้คุยกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมท่านหนึ่งที่ชื่นชอบผลงานของสองพี่น้อง หุตางกูร ทินกร และปริทรรศ คุยกันถึง <strong>คนไต่ลวดบนดาวสีฟ้า ทัชมาฮาลบนดาวอังคาร โลกของจอม </strong>และยอมรับกับความไม่ธรรมดาในฝีมือของทั้งคู่&#8230;</p>
<p>ดูเหมือนจะเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของคนที่ทำงานกับหนังสือ คือมีหนังสือให้เลือกอ่านค่อนข้างมาก และยิ่งถ้ามีเวลาด้วยแล้ว หนังสือก็คือ “สวรรค์วิมาน” ที่จะกระโดดเข้าไปหาตอนไหนก็ได้</p>
<p><strong>การอ่านทำให้ได้กำไร การเขียนทำให้ได้ค่าเรื่อง</strong></p>
<p>มีใครบางคนบอกไว้แบบนี้&#8230;./</font></font><!-- End main--></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chelie.wordpress.com/63/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chelie.wordpress.com/63/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/63/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/63/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/63/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/63/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/63/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/63/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/63/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/63/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/63/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/63/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=63&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2007/05/08/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.dropshots.com/photos/155824/20070502/200044.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>รักข้ามรั้ว</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2007/01/31/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2007/01/31/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Jan 2007 07:07:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือใต้หมอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2007/01/31/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[
ในที่สุด รักข้ามรั้ว ก็เป็นเรื่องเป็นราว และเป็นเล่ม
สมกับที่ตั้งหน้าตั้งตาคอยมาเป็นปี
ต้องขอบคุณสำนักพิมพ์ไฟน์บุ๊ค อย่างสูงยิ่ง
ที่ทุ่มทุนสร้างโดยไม่หวั่นว่าจะขายไม่ออก ^^&#8221; 
ติดตามเรื่องราว และ ข่าวคราวได้จากตรงนี้ค่ะ
Just Do It ! ! ! ! 
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=26&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="-1"><img src="http://www.dropshots.com/photos/155824/20070118/172008.jpg" /></font></p>
<p><font size="-1">ในที่สุด รักข้ามรั้ว ก็เป็นเรื่องเป็นราว และเป็นเล่ม<br />
สมกับที่ตั้งหน้าตั้งตาคอยมาเป็นปี<br />
ต้องขอบคุณ<a target="_blank" href="http://www.fine-book.com/home.html"><font color="#005ca2">สำนักพิมพ์ไฟน์บุ๊ค </font></a>อย่างสูงยิ่ง<br />
ที่ทุ่มทุนสร้างโดยไม่หวั่นว่าจะขายไม่ออก ^^&#8221;</font><font size="-1"> </font><font size="-1"><br />
ติดตามเรื่องราว และ ข่าวคราวได้จาก<a target="_blank" href="http://www.fine-book.com/web/bookview.php?id=62"><font color="#005ca2">ตรงนี้ค่ะ</font></a></font></p>
<p><font size="-1"><font size="2">Just Do It ! ! ! ! </font><!-- End main--></font></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chelie.wordpress.com/26/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chelie.wordpress.com/26/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/26/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=26&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2007/01/31/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.dropshots.com/photos/155824/20070118/172008.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>แมงกะพรุนถนัดซ้าย</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2007/01/26/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2007/01/26/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2007 02:14:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือใต้หมอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2007/01/26/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[
สองบทที่อ่านถึงสองรอบคือ “แค่ชอบคงไม่พอ” กับ “สุดเวหากับแค่คืบ” พูดถึงบทแรก นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้รู้สึกได้เลยว่าอะไรหลายๆ อย่างที่เรากำลังทำและคิดจะทำและอยากทำทั้งหลายนั้นเราควรถามตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ว่า “แค่ชอบ หรือว่านี่แหละใช่” ถ้าเมื่อไหร่ที่มากกว่าแค่ชอบ เราจะทุ่มทั้งชีวิตจิตใจ แต่ถ้าเราแค่ชอบ เราก็จะไม่ใส่ใจมากเท่าที่ควร&#8230; ไม่ว่านั่นจะเป็นเรื่องงาน การใช้ชีวิต หรือว่าเรื่องของความรักก็ตาม และพูดถึงความรักก็ต้องบอกว่า “มายาพระจันทร์” นี่ก็ทำเอาตกหลุมรักพระจันทร์เสียจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียด้วย ไม่ว่าพระจันทร์จะมีด้านมืด ด้านสว่าง ยังไงพระจันทร์ ก็ยังเป็นพระจันทร์ ในเมื่อเรารู้ว่าพระจันทร์เป็นแบบนั้นถ้าเรารักจริงๆ เราก็ต้องยอมรับในด้านมืดของพระจันทร์&#8230;หลุมอุกกาบาตจะลึกแค่ไหนก็ยอม “ตก” ลงไป เช่นกันค่ะ ^_^
เรื่องราวของสุดเวหากับแค่คืบ คนเขียนก็ตั้งใจตั้งชื่อ “ศิลปิน” ในเรื่องให้แมทซ์กับเรื่องที่เขียนจนไม่ต้องเดาไปถึงไหน ไกลๆ เพราะชื่อก็บอกแล้วว่าคนหนึ่งนั้นสุดเวหา อีกคนนั้นก็แค่คืบ ตรงไปตรงมา&#8230; เรื่องราวของสองหนุ่มศิลปินที่ต้องทำงานในโจทย์เดียวกัน คนนึงมองโลกในแง่ร้ายอย่างสุดโต่ง คนนึงมองโลกในแง่ดีธรรมดา เมื่อโจทย์คือ ต้องวาดภาพที่สามารถ “จู่โจมเข้าหาคนดูโดยไม่รู้ตัว” และคนที่ครุ่นคิดที่จะเอาชนะอย่างเอาเป็นเอาตาย แน่นอนว่าต้องเป็น “สุดเวหา” เขากังวลว่า “แค่คืบ” จะลอกงาน กังวลว่าจะพ่ายแพ้ และอีกมากมายที่สั่นประสาทจนเขาหวาดหวั่น ในขณะที่แค่คืบทำงานไปอย่างใจเย็น และไม่เครียดเคร่งกับสิ่งที่ทำ และเมื่อวันตัดสินมาถึง ทั้งสองภาพ มีผ้าดำคลุมไว้เพื่อไม่ให้เห็นว่าข้างในเป็นรูปอะไร [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=22&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="-1"><img src="http://www.julluj.com/pic/061104_prapas.jpg" /></font></p>
<p>สองบทที่อ่านถึงสองรอบคือ “แค่ชอบคงไม่พอ” กับ “สุดเวหากับแค่คืบ” พูดถึงบทแรก นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้รู้สึกได้เลยว่าอะไรหลายๆ อย่างที่เรากำลังทำและคิดจะทำและอยากทำทั้งหลายนั้นเราควรถามตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ว่า “แค่ชอบ หรือว่านี่แหละใช่” ถ้าเมื่อไหร่ที่มากกว่าแค่ชอบ เราจะทุ่มทั้งชีวิตจิตใจ แต่ถ้าเราแค่ชอบ เราก็จะไม่ใส่ใจมากเท่าที่ควร&#8230; ไม่ว่านั่นจะเป็นเรื่องงาน การใช้ชีวิต หรือว่าเรื่องของความรักก็ตาม และพูดถึงความรักก็ต้องบอกว่า “มายาพระจันทร์” นี่ก็ทำเอาตกหลุมรักพระจันทร์เสียจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียด้วย ไม่ว่าพระจันทร์จะมีด้านมืด ด้านสว่าง ยังไงพระจันทร์ ก็ยังเป็นพระจันทร์ ในเมื่อเรารู้ว่าพระจันทร์เป็นแบบนั้นถ้าเรารักจริงๆ เราก็ต้องยอมรับในด้านมืดของพระจันทร์&#8230;หลุมอุกกาบาตจะลึกแค่ไหนก็ยอม “ตก” ลงไป เช่นกันค่ะ ^_^</p>
<p>เรื่องราวของสุดเวหากับแค่คืบ คนเขียนก็ตั้งใจตั้งชื่อ “ศิลปิน” ในเรื่องให้แมทซ์กับเรื่องที่เขียนจนไม่ต้องเดาไปถึงไหน ไกลๆ เพราะชื่อก็บอกแล้วว่าคนหนึ่งนั้นสุดเวหา อีกคนนั้นก็แค่คืบ ตรงไปตรงมา&#8230; เรื่องราวของสองหนุ่มศิลปินที่ต้องทำงานในโจทย์เดียวกัน คนนึงมองโลกในแง่ร้ายอย่างสุดโต่ง คนนึงมองโลกในแง่ดีธรรมดา เมื่อโจทย์คือ ต้องวาดภาพที่สามารถ “จู่โจมเข้าหาคนดูโดยไม่รู้ตัว” และคนที่ครุ่นคิดที่จะเอาชนะอย่างเอาเป็นเอาตาย แน่นอนว่าต้องเป็น “สุดเวหา” เขากังวลว่า “แค่คืบ” จะลอกงาน กังวลว่าจะพ่ายแพ้ และอีกมากมายที่สั่นประสาทจนเขาหวาดหวั่น ในขณะที่แค่คืบทำงานไปอย่างใจเย็น และไม่เครียดเคร่งกับสิ่งที่ทำ และเมื่อวันตัดสินมาถึง ทั้งสองภาพ มีผ้าดำคลุมไว้เพื่อไม่ให้เห็นว่าข้างในเป็นรูปอะไร และเมื่อ อาจารย์ “ลมพัดชายเขา” กับประดาลูกศิษย์ศิลปะเข้ามาดูแล้วก็ต้องตกตะลึงในภาพของ สุดเวหาที่เขา วาดภาพใบหน้าของตัวเองในกระจกหน้าต่างที่สะท้อนเงาของเขา&#8230; แต่ขณะที่แค่คืบไม่เปิดผ้าคลุมสีดำนั้นออก อาจารย์บอกให้เปิดผ้าคลุมออกเขาก็บอกว่า “เปิดไม่ได้” ดังนั้นใครๆ จึงลงความเห็นว่า แค่คืบพ่ายแพ้สุดเวหา แต่อาจารย์ลมพัดชายเขาไม่คิดอย่างนั้นเมื่อเขามองมันชัดๆ อีกครั้งหนึ่งจึงพบว่า นี่แหละคือรูปที่ “จู่โจมคนดูโดยไม่รู้ตัว” จริงๆ เพราะภาพที่แค่คืบวาดก็คือ รูปวาดผ้าสีดำที่กำลังคลุมเฟรมผ้าใบที่มีขาตั้งอยู่นั่นเอง&#8230;</p>
<p>คิดว่าหลายคนที่เป็นแฟนคุณจิก – จะต้องชอบ เพราะการเล่าเรื่องแบบคนขี้อำนี่&#8230; ชอบมาตั้งแต่ “เกาะก๋วยเตี๋ยว” แล้วล่ะ, อ่ะ ในเล่มไม่ใช่แค่นี้ เพราะพออ่านมาถึง “ซุนวู” แล้วก็เหมือนโดนน็อคด้วยประโยคคมๆ ของซุนวูเข้าไปอีก “สู้ตายอาจถูกฆ่า กลัวตายอาจถูกจับ ฉุนเฉียวอาจถูกยั่ว เย่อหยิ่งอาจถูกหยาม ขี้สงสารอาจถูกก่อกวน” ตำราพิชัยสงครามเล่มนี้กลายเป็นหนังสือเล่มที่ “อยากอ่าน” ขึ้นมาทันที โดยเฉพาะประโยคนี้</p>
<p>รบร้อย ชนะร้อย ยังหาใช่ความยอดเยี่ยมไม่<br />
มิต้องรบ แต่ชนะ จึงเป็นความยอดเยี่ยม</p>
<p>แต่ที่อ่านแล้วประทับใจมากกว่าอื่นใด ก็เห็นจะเป็น “ของขวัญจากหลวงปู่” นั่นเอง&#8230; อ่านจบตอนก็ต้องเดินไปหยิบ “โยนิโสมนสิการธรรม” มาอ่านอีกครั้ง-ให้กำลังใจตัวเอง ^_^</p>
<p>ถึงบรรทัดนี้แล้ว&#8230; ก็ไม่บอกล่ะนะว่าหนังสือเล่มนี้มีดีที่ตรงไหน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกไปถึง “ความรักในมือข้างซ้าย” ที่ ณนนท์ เคยเขียนเอาไว้ว่า</p>
<p>“คนเรามักจะถนัดด้านขวาเรามักจะเคยชินกับการใช้มือขวาทำงาน เรามักจะมือขวาในการยืดจับสิ่งต่างๆ รวมทั้งหัวใจของคนรัก แต่รู้ไหมว่ามือขวากำลังทำร้ายหัวใจอยู่ เรามักจะใช้มือที่ถนัดในการทำสิ่งต่างๆ เมื่อเราแปรงฟันด้วยมือขวา เราจะแปรงฟันโดยอัตโนมัติไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แต่เมื่อเราลองมาแปรงฟันด้วยมือซ้าย จะพบว่าเราต้องมีความตั้งใจในการแปรงฟันมากขึ้น</p>
<p>ดังนั้น ถ้าเราเอาหัวใจมาไว้ในมือซ้าย เราก็จะต้องตั้งใจดูแลหัวใจดวงนั้นให้มากขึ้น ลองเปลี่ยนจากการดูแลหัวใจด้วยมือข้างขวาการดูแลหัวใจด้วยความเคยชินมาเป็นการดูแลหัวใจด้วยมือข้างซ้าย ซึ่งเป็นการดูแลหัวใจด้วยความตั้งใจ แล้วเราอาจจะพบว่าที่ผ่านมาเราได้ทำความตั้งใจหล่นหายไปมากมาย นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ถึงมีหัวใจอยู่ข้างซ้าย”</p>
<p>ณนนท์ กับคุณประภาสไม่ได้รู้จักกัน และ ณนนท์ ก็ไม่เคยตั้งคำถามว่า “แมงกะพรุน ถนัดซ้าย” หรือเปล่า&#8230;</p>
<p>เขารู้แต่ว่า บางครั้งก็ต้องดูแลหัวใจด้วยมือข้างซ้ายบ้าง เท่านั้นเอง ^_^</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chelie.wordpress.com/22/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chelie.wordpress.com/22/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/22/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=22&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2007/01/26/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.julluj.com/pic/061104_prapas.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>เท่าดวงอาทิตย์</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Jan 2007 10:02:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือใต้หมอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[
ประภาส ชลศรานนท์. เท่าดวงอาทิตย์. พิมพ์ครั้งที่ 4.เวิร์คพอยท์สำนักพิมพ์. 2547
จำไม่ได้หรอกว่า ก่อนหน้านี้มีหนังสือ “คุยกับประภาส” ชื่ออะไรบ้างจำได้แต่ว่าเคยอ่าน กบเหลาดินสอ มะเฟืองรอฝาน ตัวหนังสือคุยกัน เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย และเล่มนี้&#8230;
จับใจความได้คร่าวๆ ถึงเรื่องเล่าของคุณประภาส คือ เหมือนการ “จับเข่านั่งคุย” เมื่อมีคำถามเกิดขึ้นปุ๊บ คุณประภาสจะไม่ตอบหรอกว่า ผมก็คิดอย่างนี้ ผมก็คิดย่างนั้น หรือ ผมว่ามันเป็นอย่างนี้ ผมว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่คุณประภาสจะเป็น “นักยกตัวอย่าง” ซึ่งจะเล่าเรื่อง เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น และเพื่อให้มองในมุมอื่นที่ต่างออกไป ซึ่งที่จริงบางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่โดยทั่วไปเราๆ ก้ไม่ค่อยนึกถึงกันนัก&#8230; ในเล่มนี้ ที่ชอบที่สุดเป็นตอนที่ &#8230; ตอนไหนจำไม่ได้แล้ว จำได้แต่เนื้อหา ที่บอกว่า แม่แอบกินไอศกรีมในตู้เย็นที่ลูกสาวซุกซ่อนไว้ซอกลึกสุดของตู้เย็น แล้วแม่ก็ยังไปเอามากินจนได้ ลูกสาวกลับมาจากทำงานเห็นแม่กำลังกินไอศกรีมก็ดุใหญ่ ว่าอุตส่าห์ซ่อนแล้วยังหาเจออีก คนเป็นแม่ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ แอบไปร้องไห้เสียใจที่ลูกไม่รัก ไอติมแค่นี้ก็ต้องหวงด้วย ในขณะที่ตัวลูกสาวเองกลับคิดอีกอย่างหนึ่งคือ ที่ไม่อยากให้แม่กินเพราะกลัวว่าโรคเบาหวานแม่จะกำเริบ เธอเป็นห่วงไม่อยากให้แม่ป่วย ซึ่ง เป็นเรื่องของ มุมมองของคนที่ “ยืนอยู่คนละจุด”
อ้อ อีกตอนก็คือ “หมาหมอบ” [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=18&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="-1"><img width="208" src="http://images.demonqueen.multiply.com/image/2/photos/upload/300x300/RGFzAAoKCrQAAHqeNg81/coversun2.jpg?et=23pcATFHR0CJZglBP7vdUQ" height="277" /></font></p>
<p>ประภาส ชลศรานนท์. เท่าดวงอาทิตย์. พิมพ์ครั้งที่ 4.เวิร์คพอยท์สำนักพิมพ์. 2547</p>
<p>จำไม่ได้หรอกว่า ก่อนหน้านี้มีหนังสือ “คุยกับประภาส” ชื่ออะไรบ้างจำได้แต่ว่าเคยอ่าน กบเหลาดินสอ มะเฟืองรอฝาน ตัวหนังสือคุยกัน เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย และเล่มนี้&#8230;</p>
<p>จับใจความได้คร่าวๆ ถึงเรื่องเล่าของคุณประภาส คือ เหมือนการ “จับเข่านั่งคุย” เมื่อมีคำถามเกิดขึ้นปุ๊บ คุณประภาสจะไม่ตอบหรอกว่า ผมก็คิดอย่างนี้ ผมก็คิดย่างนั้น หรือ ผมว่ามันเป็นอย่างนี้ ผมว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่คุณประภาสจะเป็น “นักยกตัวอย่าง” ซึ่งจะเล่าเรื่อง เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น และเพื่อให้มองในมุมอื่นที่ต่างออกไป ซึ่งที่จริงบางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่โดยทั่วไปเราๆ ก้ไม่ค่อยนึกถึงกันนัก&#8230; ในเล่มนี้ ที่ชอบที่สุดเป็นตอนที่ &#8230; ตอนไหนจำไม่ได้แล้ว จำได้แต่เนื้อหา ที่บอกว่า แม่แอบกินไอศกรีมในตู้เย็นที่ลูกสาวซุกซ่อนไว้ซอกลึกสุดของตู้เย็น แล้วแม่ก็ยังไปเอามากินจนได้ ลูกสาวกลับมาจากทำงานเห็นแม่กำลังกินไอศกรีมก็ดุใหญ่ ว่าอุตส่าห์ซ่อนแล้วยังหาเจออีก คนเป็นแม่ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ แอบไปร้องไห้เสียใจที่ลูกไม่รัก ไอติมแค่นี้ก็ต้องหวงด้วย ในขณะที่ตัวลูกสาวเองกลับคิดอีกอย่างหนึ่งคือ ที่ไม่อยากให้แม่กินเพราะกลัวว่าโรคเบาหวานแม่จะกำเริบ เธอเป็นห่วงไม่อยากให้แม่ป่วย ซึ่ง เป็นเรื่องของ มุมมองของคนที่ “ยืนอยู่คนละจุด”</p>
<p>อ้อ อีกตอนก็คือ “หมาหมอบ” ซึ่งคล้ายจะบอกว่า เมื่อเจอกับเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิตแล้วที่เหลือก็จะเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่ก็เคยเชื่อตลอดมาว่า “เรื่องราวต่างๆในชีวิต มันยังไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุดหรอก เพราะเรายังผ่านมันมาได้ทุกครั้ง” ความหมายอาจจะใกล้เคียงกัน แต่ก็อาจต่างกัน ^_^</p>
<p>อ่านหนังสือหนึ่งเล่ม เราได้มุมมองที่ต่างออกไป หนึ่งเรื่อง เหมือนเราคุยกับคนอื่นหนึ่งคน อ่าน “เมนูปรารถนา” ก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังคุยกับ ฮิมิโตะ อ่าน เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง ก็รู้สึกเหมือนนั่งคุยใต้ร่มไม้ แดดร่มลมตกริมทะเล กับคุณสุรักษ์ และเมื่ออ่านเท่าดวงอาทิตย์ ก็อดคิดไม่ได้ว่า เหมือนกำลังนั่งถกกับคุณประภาส ยังไง ยังงั้น&#8230;.</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chelie.wordpress.com/18/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chelie.wordpress.com/18/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/18/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=18&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://images.demonqueen.multiply.com/image/2/photos/upload/300x300/RGFzAAoKCrQAAHqeNg81/coversun2.jpg?et=23pcATFHR0CJZglBP7vdUQ" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ยิว</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Jan 2007 09:52:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือใต้หมอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[โดย หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช, 2510 พิมพ์ครั้งที่ 7, 2545 ดอกหญ้า
สืบเนื่องมาจากการดูหนัง 2 เรื่อง คือ Schinler’s list กับ The Pianist และอ่านหนังสือ 2 เล่มคือ The Reader’s และ Anne Frank : The Diary of the young girl เลยทำให้เกิดความสนอกสนใจและอยากรู้อยากเห็นถึงเรื่องราวและความเป็นมาเป็นไปของ “ยิว”
ในที่สุดก็หาหนังสือชื่อ “ยิว” มาอ่านจนได้ พร้อมด้วยความกระจ่างในเรื่องของยิว ซึ่งถึงแม้จะเป็นมุมมองในทางบวกของผู้เขียน แต่อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ได้เห็นถึงการเอาตัวรอดของยิว การนับถือศาสนา
ยูดาย ด้วยจิตใจอย่างแท้จริง&#8230; และแน่นอน รู้ถึงสาเหตุของการเกลียดชังถึงต้องล้างผลาญยิวของฮิตเลอร์แล้วล่ะ
ยิวเป็นคนเก่ง และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคน
- ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกศาสนาหนึ่งคือ ศาสนาคริสต์ มีศาสดา คือพระเยซู เป็นยิว
- ศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่ใหญ่ที่สุดอีกศาสนาหนึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากศาสนาของพวกยิว
- ผู้เริ่มลัทธิใหญ่อีกลัทธิหนึ่งในโลก คือ ลัทธิคอมมิวนิสต์ ชื่อว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=17&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>โดย หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช, 2510 พิมพ์ครั้งที่ 7, 2545 ดอกหญ้า</p>
<p>สืบเนื่องมาจากการดูหนัง 2 เรื่อง คือ Schinler’s list กับ The Pianist และอ่านหนังสือ 2 เล่มคือ The Reader’s และ Anne Frank : The Diary of the young girl เลยทำให้เกิดความสนอกสนใจและอยากรู้อยากเห็นถึงเรื่องราวและความเป็นมาเป็นไปของ “ยิว”</p>
<p>ในที่สุดก็หาหนังสือชื่อ “ยิว” มาอ่านจนได้ พร้อมด้วยความกระจ่างในเรื่องของยิว ซึ่งถึงแม้จะเป็นมุมมองในทางบวกของผู้เขียน แต่อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ได้เห็นถึงการเอาตัวรอดของยิว การนับถือศาสนา<br />
ยูดาย ด้วยจิตใจอย่างแท้จริง&#8230; และแน่นอน รู้ถึงสาเหตุของการเกลียดชังถึงต้องล้างผลาญยิวของฮิตเลอร์แล้วล่ะ</p>
<p>ยิวเป็นคนเก่ง และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคน</p>
<p>- ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกศาสนาหนึ่งคือ ศาสนาคริสต์ มีศาสดา คือพระเยซู เป็นยิว</p>
<p>- ศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่ใหญ่ที่สุดอีกศาสนาหนึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากศาสนาของพวกยิว</p>
<p>- ผู้เริ่มลัทธิใหญ่อีกลัทธิหนึ่งในโลก คือ ลัทธิคอมมิวนิสต์ ชื่อว่า คาร์ล มาร์กส์ ก็เป็นยิว</p>
<p>- นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ชื่อ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งเป็นผู้เปิดทางให้มนุษย์เข้าสู่ยุคปรมาณูและเป็นผู้ชี้ทางให้มนุษย์เดินทางไปถึงพระจันทร์ในอนาคตด้วยทฤษฎีฟิสิกส์ของเขา ก็เป็นยิว</p>
<p>- ซิกมันด์ ฟรอยด์ ผู้ซึ่งได้เปิดเผยจิตของมนุษย์ออกไปให้คนได้ศึกษา ก็เป็นยิว</p>
<p>- และเมื่อ 300 ปีก่อนนั้น นักปรัชญาอีกคนหนึ่งชื่อ สปิโนซ่า ผู้ซึ่งได้ยกเอาวิชาปรัชญาออกมาจากวิทยาคมเอามาศึกษาเป็นวิทยาศาสตร์นั่นก็เป็นยิว เช่นเดียวกัน</p>
<p>ประวัติของยิว จากหนังสือเล่มนี้มีอยู่ว่า เมื่อสี่พันปีก่อนมีชายชื่อเตราห์ได้นำบุตรชายของเขาคือ อะบราฮาม พร้อมด้วยภรรยาของบุตรชายชื่อซาราห์ และหลานชายชื่อโลต ออกเดินทางไปในป่าและได้เดินทางข้ามแม่น้ำยูเฟรติสไปยังอีกฟากหนึ่งแล้วเดินทางต่อไปทางทิศเหนือ การที่ได้ข้ามแม่น้ำมานี้ทำให้เตราห์และคนในครอบครัวได้ชื่อว่า อิวรึม แปลว่า ผู้ที่ข้ามไปแล้ว หรือผู้ที่มาจากฝั่งข้างโน้น คำว่า อิวรึม ต่อมาได้เพี้ยนเป็น<br />
คำว่า “ฮีบรูว์ : Hebrew” ในภาษาอังกฤษ</p>
<p>เตราห์และครอบครัวเดินทางขึ้นเหนือไปจนถึงดินแดนที่เป็นประเทศตุรกีในปัจจุบัน เขาได้ถึงแก่ความตายและอะบราฮามจึงเป็นหัวหน้าครอบครัวต่อไป และบนภูเขาแห่งหนึ่งอะบราฮามก็ได้พบกับพระผู้เป็นเจ้านามว่า “พระยะโฮวา” พระผู้เป็นเจ้าได้ทำสัญญากับอะบราฮามว่าจะทรงรับอะบราฮามและลูกหลานของเขาไว้ในอุปการะ และให้ผู้ชายทุกคนที่อยู่ในอุปการะของพระองค์นั้นต้องทำสุหนัต คือ ตัดหนังหุ้มปลายองคชาตเมื่ออายุได้แปดวันหรือมิฉะนั้นก็ต้องตัดเมื่อเขารีตนับถือศาสนาเดียวกับชนในอุปการะของพระองค์ ซึ่งสัญญาที่พระองค์ให้ไว้เป็นเครื่องตอบแทนนั้นคือ ดินแดนคะนาอัน ซึ่งคือประเทศอิสราเอล ในปัจจุบัน</p>
<p>พระผู้เป็นเจ้าซึ่งอะบราฮามได้พบบนภูเขานั้นเป็นพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวซึ่งพวกยิวเชื่อถือว่าได้ทรงสร้างโลกมนุษย์ตลอดจนสุรยจักรวาลนี้ขึ้น และพระนามที่เรียกว่า “พระยะโฮวา” นั้นเป็นของผู้อื่นเรียก พวกยิวแท้ไม่เคยออกนามพระเจ้าเลย แต่เรียกด้วยตัวอักษรซึ่งออกอีกเสียงไม่ได้สี่ตัวคือ “ยฮวฮ” ตามปกติแล้วยิวจะเรียกพระผู้เป็นเจ้า 3 ทางคือ “เอโลฮิม” แปลตรงๆ ว่า พระผู้เป็นเจ้าหรือเทวะ, ทางที่สองคือ “ยฮวฮ” และทางที่ 3 คือการเอาทั้งสองทางมารวมกันคือ “ยฮวฮ เอโลฮิม” นั่นคือประวัติศาสตร์</p>
<p>และขอเล่าอย่างคร่าวๆ ว่ายิวเป็นชนชาติที่ไม่อยู่นิ่ง คือมักจะเดินทางท่องเที่ยวไปตามภูมิภาคต่างๆ แยกย้ายกระจัดกระจายกันไปในหลายๆ ประเทศ ยิวเคยมีดินแดนปาเลสไตน์เป็นที่อยู่อาศัยแต่ก็ถูกตีเอาไปด้วยพวกอาหรับ พวกยิวจึงต้องอพยพเร่ร่อนไปอยู่ในหลายประเทศ แต่ยิวก็อยู่ไหนได้ไม่นานก็มักจะมีเรื่องมีราวให้ต้องระเห็จออกจากถิ่นที่อยู่เดิมอยู่เรื่อยไป ไม่ใช่เพราะยิวเป็นพวกหาเรื่อง หรือนักเลงแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของศาสนาล้วนๆ</p>
<p>การเผยแพร่ศาสนาของคริสต์ และการตั้งข้อรังเกียจของอิสลามทำให้ยิวอยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นสุข เพราะคริสต์ก็กล่าวหาว่ายิวเป็นพวกทำให้ศาสนาเสื่อมและเป็นพวกนอกศาสนา แต่ยิวเป็นคนเก่ง ฉลาดและมีหัวทางการค้า เมื่อประเทศใดที่ระบบเศรษฐกิจไม่ดีก็ให้ยิวเข้าประเทศไปช่วยฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ ยิวส่วนใหญ่ทำงานด้านการธนาคาร การคลัง และทำการค้า ออกเงินกู้ เมื่อประเทศเจริญขึ้นก็พยายามหาทางขับไล่ยิวออกนอกประเทศเนื่องจากสาเหตุทางการนับถือศาสนา และความเป็นเชื้อชาติยิวซึ่งมีความแตกต่างจากเจ้าของประเทศ หลายๆ ประเทศกีดกันแบ่งแยกยิวด้วยการสร้างเก็ตโตให้อยู่ซึ่งเป็นชุมชนของยิวโดยเฉพาะ</p>
<p>ยิวในหลายร้อยปีก่อนจึงมักจะตกเป็นคนอีกจำพวกหนึ่งซึ่งถูกตั้งข้อรังเกียจอยู่เสมอ แต่ยิวก็เอาตัวรอดได้เสมอมาเช่นกัน และยิวก็เป็นอย่างนี้ตลอดมาจนกระทั่งถึงสงครามโลก เมื่อครั้งที่ฮิตเลอร์สั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว เนื่องจากความเกลียดชังอย่างรุนแรง</p>
<p>“&#8230;.. สำหรับคนที่แอนตี้เซมิติคแล้ว เหตุสำคัญที่ทำให้เกลียดยิวก็เพราะว่ายิวนั้นเป็นยิว ข้อนี้เป็นความผิดอย่างหนักของยิวเหนือความผิดหรือความชั่วอื่นๆ และความผิดนี้ไม่มีทางที่จะให้อภัยได้ ถึงยิวจะเปลี่ยนศาสนาหรือทำคุณงามความดีอย่างใดๆ ก็ตามที ยิวก็จะยังเป็นยิวอยู่นั่นเอง และเป็นวัตถุแห่งความเกลียดชัง ต้องคิดทำลายล้างผลาญตลอดไป สภาพจิตใจที่เรียกว่าแอนตี้เซมิติคจึงมิใช่ความเกลียดชังอย่างธรรมดาซึ่งเกิดจากเหตุสามัญและเป็นความเกลียดชังที่ใครๆ ก็มี แต่ความว่าความรู้สึกแอนตี้เซมิติคนั้นเป็นปัญหาทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง ซึ่งใครเป็นแล้วออกจะรักษายาก ถ้าจะหาสาเหตุแห่งโรคทางใจนี้ให้ได้ ก็พอจะกล่าวได้ว่าสาเหตุนั้นคือความกลัวนั่นเองคนที่เกลียดยิวแบบอินตี้เซมิติคนั้น ที่แท้ก็กลัวยิวเพราะยอมรับว่ายิวนั้นมีคุณสมบัติต่างๆ ที่เหนือกว่าตนจนไม่สามารถที่จะแข่งขันเอาชนะได้ เมื่อเกิดความรู้สึกที่ไม่รู้ตัวว่าจะแข่งขันในทางที่ชอบที่ควรไม่ได้แล้ว ทางออกก็มีเหลืออยู่ทางเดียวคือทำลายล้างผลาญยิวให้หมดไป&#8230;&#8230;” ( หน้า247)</p>
<p>นั่นเป็นเหตุให้ยิวหลายล้านต้องตาย (เหมือนใน Schinler’s list กับ The Pianist และใน The Reader’s และใน Anne Frank : The Diary of the young girl นั่นแหละ&#8230;..</p>
<p>ความเกลียด ที่มีสาเหตุมากจากความกลัวของฮิตเลอร์ ได้ทำลายเผ่าพันธุ์ยิวลงไปมาก แต่นั่นก็ทำให้ยิวทั้งหลายได้เปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ คือการได้ประเทศอิสราเอลกลับมาเป็นของยิวในปัจจุบัน</p>
<p>ยิวไม่ใช่นักสู้ ไม่ใช่นักรบ แต่ยิวเป็นนักบริหาร รู้จักเอาตัวรอดด้วยปัญญามากกว่ากำลัง และแม้ในทุกวันนี้คนยิวก็ดูจะมีทั่วไปในทุกพื้นที่ในโลก&#8230;&#8230;/<br />
 </p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chelie.wordpress.com/17/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chelie.wordpress.com/17/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/17/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=17&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2007/01/24/%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>