<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Art of being alone &#187; เรื่องยาว</title>
	<atom:link href="http://chelie.wordpress.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://chelie.wordpress.com</link>
	<description>Have a heart, Where does it go?</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Dec 2009 04:56:08 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='chelie.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/d2b29c4503215336aaaa7465f59368b4?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Art of being alone &#187; เรื่องยาว</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://chelie.wordpress.com/osd.xml" title="Art of being alone" />
		<item>
		<title>D E S T I N Y</title>
		<link>http://chelie.wordpress.com/2007/03/15/d-e-s-t-i-n-y-1/</link>
		<comments>http://chelie.wordpress.com/2007/03/15/d-e-s-t-i-n-y-1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Mar 2007 07:06:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chelie</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องยาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chelie.wordpress.com/2007/03/15/d-e-s-t-i-n-y-1/</guid>
		<description><![CDATA[1. Do you believe in destiny
บางครั้งการจากพรากก็มาถึงโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว
แม้กระทั่ง เอ่ยปากบอกว่า &#8220;ลาก่อน&#8221; ยังไม่มีโอกาสนั้นเลย&#8230;
หญิงสาวถอนหายใจให้กับข้อความที่ได้รับ “จดหมายอิเล็กทรอนิกส์” เธอย้อนนึกไปถึงการเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างคนสองคน… นาน…จนยากย้อนกลับไปนับวันเวลา ระบบสื่อสารและโทรคมนาคมเข้าครอบคลุมการดำเนินชีวิตแทบทุกกระเบียดนิ้ว การทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือช่วย&#8230; เทคโนโลยีสารสนเทศ “คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต” จึงเข้ามามีบทบาทที่สุด…จดหมายฉบับแรก… 3 ปีที่ผ่านมา“สวัสดี… คุณคงแปลกใจที่อยู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ส่งจดหมายมาถึงคุณ ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกันที่มีคนชื่อเหมือนฉัน&#8230; ใช่แล้วค่ะ ฉันชื่อเหมือนคุณ ฉันพบชื่อคุณจากการสืบค้นชื่อตัวเองเล่นๆ บนระบบอินเทอร์เน็ต ฉันแปลกใจมากที่เห็นชื่อคุณบนกระทู้ในเว็บบอร์ด และฉันได้อีเมลล์คุณมาจากในนั้น ถ้าคุณได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว กรุณาตอบกลับด้วยนะคะ ฉันอยากรู้จัก คนชื่อเดียวกัน..”ชายหนุ่มอ่านจดหมายฉบับนั้นอย่างขำๆ มันเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขาเช่นกัน และคิดในใจว่าผู้หญิงคนนั้นคงว่างมากและไม่มีอะไรทำ ถึงได้ Search ชื่อตัวเองเล่นอย่างนั้น แต่ความรู้สึกหนึ่งที่ตามมาคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำลายความเป็นส่วนตัวของเขาลงอย่างสิ้นเชิง… แต่เขาก็ตอบจดหมายของเธอ…อย่างน้อยที่สุด เธอก็ชื่อเหมือนเขา
“&#8230;เราไม่สามารถปิดบังอะไรที่เราเป็นได้เลยหรือ? ในโลกนี้ ก็แปลกดี บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องตามหาใครสักคนอย่างพลิกแผ่นดินเพื่อที่จะพบ&#8230;เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เราค้นหาอะไรก็ได้ง่ายขึ้น&#8230;ชื่อผมแปลว่ากริช ชื่อคุณก็คงแปลเหมือนผม คุณรู้จักกริชไหม? ต้องรู้จักสิ ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ชื่อนี้…ผมกำลังฟังเพลง เพลงเก่าของ Rod Stewart ชื่อเพลง I don’t want [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=56&subd=chelie&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="-1">1. Do you believe in destiny</font></p>
<p><font size="-1">บางครั้งการจากพรากก็มาถึงโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว<br />
แม้กระทั่ง เอ่ยปากบอกว่า &#8220;ลาก่อน&#8221; ยังไม่มีโอกาสนั้นเลย&#8230;</font></p>
<p><font size="-1">หญิงสาวถอนหายใจให้กับข้อความที่ได้รับ “จดหมายอิเล็กทรอนิกส์” เธอย้อนนึกไปถึงการเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างคนสองคน…</font><font size="-1"> </font><font size="-1">นาน…จนยากย้อนกลับไปนับวันเวลา ระบบสื่อสารและโทรคมนาคมเข้าครอบคลุมการดำเนินชีวิตแทบทุกกระเบียดนิ้ว การทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือช่วย&#8230; เทคโนโลยีสารสนเทศ “คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต” จึงเข้ามามีบทบาทที่สุด…</font><font size="-1">จดหมายฉบับแรก… 3 ปีที่ผ่านมา</font><font size="-1">“สวัสดี… คุณคงแปลกใจที่อยู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ส่งจดหมายมาถึงคุณ ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกันที่มีคนชื่อเหมือนฉัน&#8230; ใช่แล้วค่ะ ฉันชื่อเหมือนคุณ ฉันพบชื่อคุณจากการสืบค้นชื่อตัวเองเล่นๆ บนระบบอินเทอร์เน็ต ฉันแปลกใจมากที่เห็นชื่อคุณบนกระทู้ในเว็บบอร์ด และฉันได้อีเมลล์คุณมาจากในนั้น ถ้าคุณได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว กรุณาตอบกลับด้วยนะคะ ฉันอยากรู้จัก คนชื่อเดียวกัน..”</font><font size="-1">ชายหนุ่มอ่านจดหมายฉบับนั้นอย่างขำๆ มันเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขาเช่นกัน และคิดในใจว่าผู้หญิงคนนั้นคงว่างมากและไม่มีอะไรทำ ถึงได้ Search ชื่อตัวเองเล่นอย่างนั้น แต่ความรู้สึกหนึ่งที่ตามมาคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำลายความเป็นส่วนตัวของเขาลงอย่างสิ้นเชิง… แต่เขาก็ตอบจดหมายของเธอ…อย่างน้อยที่สุด เธอก็ชื่อเหมือนเขา</p>
<p>“&#8230;เราไม่สามารถปิดบังอะไรที่เราเป็นได้เลยหรือ? ในโลกนี้ ก็แปลกดี บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องตามหาใครสักคนอย่างพลิกแผ่นดินเพื่อที่จะพบ&#8230;เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เราค้นหาอะไรก็ได้ง่ายขึ้น&#8230;ชื่อผมแปลว่ากริช ชื่อคุณก็คงแปลเหมือนผม คุณรู้จักกริชไหม? ต้องรู้จักสิ ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ชื่อนี้…ผมกำลังฟังเพลง เพลงเก่าของ Rod Stewart ชื่อเพลง I don’t want to talk about it ผมชอบเพลงนี้ แล้วคุณล่ะ?”<br />
แล้วในที่สุด… เวลาก็ผ่านไป พร้อมกับมิตรภาพและไมตรีอันดีงาม…</p>
<p>“มิตรภาพไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า” ทั้งสองคนต่างก็เชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน…หญิงสาวที่ชื่อแปลว่ากริช ก็คิดอย่างเดียวกันกับชายหนุ่มคนนั้น…ดังนั้นแล้วทั้งสองคนจึงเป็นเพียงเพื่อนทางตัวอักษรที่ดีต่อกัน&#8230;.ทั้งคู่ไม่พบกันในโลกของความจริง….</p>
<p>“คุณว่า…ความรักเกิดขึ้นได้ไหม? จากเพียงตัวอักษร” คำถามของเธอ…</p>
<p>“ไม่หรอก ไม่มีทางเป็นไปได้.. เพราะความรักไม่ใช่นามธรรม… ถ้าเป็นแต่เพียงความรู้สึกที่เกิดจากใจเท่านั้นก็ไม่เรียกว่าความรัก แต่เรียกว่าความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันเท่านั้นเอง….. ผม ไม่มีความรักจากตัวอักษร ชีวิตต้องอยู่กับความจริง ไม่ใช่การสร้างภาพ และวาดหวัง แต่ทุกๆ การเข้าออกของลมหายใจคือการมีชีวิต ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ชีวิตผมคือเหตุกับผลและความจริงเท่านั้น”</p>
<p>“คุณเคยฟังเพลงต้นชบากับคนตาบอดของเฉลียงไหมคะ… ฉันชอบเพลงนั้นมาก เพลงนั้นบอกกับฉันว่าทุกสิ่งสวยงามหรือไม่นั้นอยู่ที่คนเราจะมอง… ความรักก็เช่นกัน คุณกับฉันพบเจอเรื่องราวในชีวิตที่แตกต่างกัน เราทั้งสองคนจึงมีมุมมองของความรักที่แตกต่างกัน….”</p>
<p>ในปีถัดมา…กับความก้าวหน้าของมิตรภาพทาง “ตัวหนังสือ” ก็ยังเป็นเพียง “ตัวหนังสือ” ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น…การบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป ปรึกษาหารือ และพูดคุยกันก็เพียงใช้สื่อตัวหนังสือผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต… ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันจึงเป็นเพียงสิ่งที่วาดมันขึ้นมาจาก…ความนึกคิด</p>
<p>“ความผูกพันเกิดจากการได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้กินข้าว ดูหนังฟังเพลง ทำงานร่วมกัน จับต้องมองเห็นได้ และมีกิจกรรมที่ต้องสื่อสารด้วยรูปลักษณ์ ด้วยตัวตน…แต่มิใช่เพียงตัวอักษร… เพราะเมื่อวันหนึ่งผ่านไป การสิ้นสุดของระบบสื่อสารมาถึง…ตัวหนังสือก็จะหายไป สิ่งที่เหลืออยู่คืออะไร? ในเมื่อต่างก็ไม่เคยพบเห็นแม้แต่ดวงตาหรือรอยยิ้มของกันและกัน??? เราต้องแยกแยะระหว่างชีวิตจริงที่ดำเนินอยู่กับความต้องการให้เป็น…”<br />
ระบบสื่อสารไม่มีสิ้นสุด…ชายหนุ่มผู้มีชีวิตอยู่กับความเป็น “นักวิทยาศาสตร์” มีระบบอินเทอร์เน็ตไว้ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น…หญิงสาวผู้มีระบบอินเทอร์เน็ตเป็นเพื่อนแก้เหงา สิ่งที่เหมือนกันของสองคนคือ “ชื่อ”</p>
<p>“ฉันเป็นนักเดินทาง เป็นนักมานุษยวิทยา ศึกษาเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ เรียนรู้การดำเนินชีวิตของปุถุชน โดยเฉพาะชนเผ่าต่างๆ ในโลก…ฉันเดินทางไปรอบโลก หลายประเทศ ทั้งศิวิไลย์และทุรกันดาร ในทุกที่ที่ฉันไปมีเรื่องราวมากมายให้เรียนรู้ เพราะโลกเรากว้างใหญ่ ฉันจึงได้รู้ว่าฉันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กนิดเดียวในโลกกว้างใหญ่นี้ งานอดิเรกของฉันคือ การดูดาว… ชนพื้นเมืองบางกลุ่มจะไม่ออกไปทำมาหากิน ถ้าดาวบางดวงไม่ได้อยู่ในรัศมีโคจรที่เคยอยู่&#8230; ฉันชอบดูดาวและดาวที่ฉันชอบมีชื่อว่า อาร์คทุรุส (Arcturus) มีอีกชื่อหนึ่งว่า ดาวยอดมหาจุฬามณี และมีชื่อเรียกกันในกลุ่มคนดูดาวบางกลุ่มว่า ‘ดาริกามณี’ เพราะดาริกาหมายถึงดาว และมณีแปลว่าดวงแก้ว ดาริกามณีจึงแปลว่าดาวดวงแก้ว ซึ่งก็คือ อาร์คทุรุส นั่นเอง&#8230;.</p>
<p>…บางทีฉันก็ชอบมองดูเมฆ เมฆบนฟ้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และในสภาพพื้นที่ที่แตกต่างเมฆก็ต่างกันด้วยในเวลาว่างๆ ฉันจึงวาดรูปเมฆ.…ที่เดิมเวลาเปลี่ยน เมฆก็เปลี่ยน ฉันว่าเมฆก็เหมือนคน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” และสิ่งที่อีกคนตอบกลับมาคือ&#8230;.</p>
<p>“ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิจัยซึ่งทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป มีสมมติฐาน มีการทดลอง และมีผลของการทดลอง…งานอดิเรกคือการดูดาว…ดาวแต่ละดวงคือขยะอวกาศ การโคจรของดวงดาวเป็นเพียงการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติของระบบสุริยะจักรวาล…ดาวยอดมหาจุฬามณี เป็นดาวฤกษ์ที่สังเกตได้ง่าย มีความสว่างปรากฏอันดับ 4 ของท้องฟ้า อยู่ห่างจากโลกประมาณ 37 ปีแสง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 เท่าของดวงอาทิตย์ คำว่า &#8220;อาร์คทุรุส&#8221; หมายถึง &#8220;คนเลี้ยงหมี&#8221; (The Bear-keeper) โดยคนเลี้ยงสัตว์ หรือคนเลี้ยงหมีนี้ จะเดินตามหลังกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) และกลุ่มดาวหมีเล็ก (Ursa Minor) ไปรอบๆ ขั้วฟ้าเหนือตลอดเวลา ส่วน&#8230; เมฆเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเท่านั้นในทัศนะของผม …”</p>
<p>&#8230;สิ่งที่สองคนเหมือนกัน คือสิ่งที่สองคนแตกต่างกัน&#8230;</p>
<p>ความแตกต่าง…บางครั้งก็คือ “ช่องว่าง” ของมิตรภาพที่ถูกมองข้ามไป…แต่เมื่อวันหนึ่งช่องว่างนั้นขยายวงออกไป กว้างขั้น กว้างขึ้น จึงได้รับรู้ถึงความห่าง…</p>
<p>และเมื่อคนคนหนึ่งมีชีวิตอยู่กับเพียง “ความจริง” เขาจึงตั้งคำถามให้กับตัวเองว่าสิ่งที่กำลังเป็นไปในทุกวันนี้…คืออะไร? เขากำลังหลอกตัวเองใช่หรือไม่? เขาไม่ต้องการ “ผล” ที่จะเกิดขึ้นเมื่อการจากลามาถึง… วันหนึ่งที่ระบบสื่อสารใช้งานไม่ได้ วันนั้นเขาจะไม่มีตัวหนังสือจากใครอีกคนที่มีชื่อเดียวกัน ความเคยชินจากการต้องเปิดจดหมาย การรับรู้เรื่องราวความเป็นไป รับรู้เรื่องราวแปลกใหม่จากการเดินทางของหญิงสาว และเมื่อวันหนึ่ง วันหนึ่งที่นานกว่านี้… เมื่อเขาไม่มีสิ่งเหล่านี้… แล้วจะเป็นเช่นไร? เขากลัว…ในสิ่งที่มองไม่เห็น</p>
<p>การ “ตัดให้ขาด” อาจจะยุ่งยากลำบากในช่วงระยะแรก…แต่ระหว่างเขาและเธอไม่มีอะไรในความเป็นไปมากกว่า “ชื่อของเราเหมือนกัน” นอกจากนั้น… ไม่มีอะไรอีกเลยที่จะบอกได้ว่าเธอมีตัวตน….ในโลกของความจริง</p>
<p>แล้วในที่สุด “นักวิทยาศาสตร์” ก็หาข้อสรุปให้กับตัวเองได้…สำหรับมิตรภาพที่ไม่เห็นหน้า&#8230;<br />
&#8230;ไม่มีจดหมายจาก กิรปัน แต่ก็ยังมีจดหมาย จาก กิรปัน… หญิงสาวเพียรส่งจดหมายถึงเขาอย่างที่เคยเป็นเช่นปกติที่เป็น แต่เธอก็ไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับจากชายหนุ่มเลย… นับแต่นั้น…</p>
<p>เวลาผ่านไป… อีกปี…หญิงสาวยังปฏิบัติอย่างที่เคย เธอเชื่อว่าเขาอ่านจดหมาย เพียงแต่เขาไม่มีเวลาตอบกลับมาเท่านั้น แต่ยิ่งเนิ่นนานวันเธอกลับเริ่มไม่แน่ใจ…จดหมายถูกตีกลับมาเนื่องจากตู้จดหมายที่เธอส่งไปถึงนั้นไม่มีพื้นที่เหลือพอสำหรับจดหมายฉบับใหม่อีกแล้ว…</p>
<p>หญิงสาวเปิดแอคเคาน์ขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะเขียนจดหมายถึงเขา เธอเขียนจดหมายเหมือนที่เคยเขียน และส่งไปในอีเมลล์แอดเดรสใหม่ที่เธอเปิดขึ้นมานั้นเอง จดหมายทุกฉบับของเธอที่ส่งไปนั้นไม่เคยถูกเปิดอ่าน นั่นเพราะว่าคนที่มีรหัสผ่านมีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น เธอรอว่าสักวันเขาจะติดต่อกลับมาและเธอก็จะให้รหัสผ่านแก่เขา ให้เขาเปิดอ่านจดหมายหลายร้อยฉบับในเวลานับปีที่เธอส่งถึงเขา…</p>
<p>เธอไม่เคยถามตัวเองว่า “ส่งไปทำไม?” ไม่เคยถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรกับผู้ชายที่มีชื่อเดียวกัน เธอไม่เคยนึกถึงสิ่งที่ไม่มีตัวตนจริง สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเธอคือ “การรอคอยอย่างอดทน” รอ “ตัวหนังสือ” ที่ส่งมาจากอีเมลล์แอดเดรสของเขา หญิงสาวไม่ได้เศร้าโศกกับการรอคอย ไม่ได้ร่ำร้องการ “กลับมา” การเขียนจดหมาย ถึงเขาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยบรรเทาความเงียบเหงาและอ้างว้างในโลกของความจริง ความจริงที่เธอไม่มีใครสักคนเป็นเพื่อนร่วมชีวิต</p>
<p>ในวัยสามสิบพอดีกับดีกรีปริญญาเอก ใครๆ ก็บอก “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” ความอ้างว้างเงียบเหงาจับขั้วใจ หน้าที่การงานที่ต้องพบปะกับผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ ต่างศาสนาและความเชื่อ ก็ช่วยเพียงให้เธอได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ ได้ค้นหา ศึกษาเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ชีวิตที่ไม่ต้องอยู่กับที่นิ่งๆ ไม่ได้ช่วยขจัดความอ้างว้างเดียวดายที่ซุกซ่อนอยู่ใต้หัวใจของเธอได้แม้สักน้อย… เธอไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอจึงไม่มีใคร<br />
จดหมายตอบโต้ระหว่างเธอกับเขาบางฉบับถูกพิมพ์ออกมาเก็บในแฟ้มเอกสาร เพราะกำลังใจของเธอคือเนื้อความในจดหมายนั้น…</p>
<p>“จงทำในสิ่งที่ชอบ…ชีวิตคือการผจญภัยไปสู่สิ่งที่ไม่รู้และต่อสู้อย่างอดทนเพื่อไปให้ถึงในสิ่งที่มุ่งหมาย” ประโยคสั้นๆ ที่เป็นเพียงประโยคธรรมดา…จากใครก็ได้ แต่หญิงสาวผู้มีชื่อแปลว่ากริชถือมันเป็นคัมภีร์ในการดำรงอยู่&#8230;</p>
<p>เวลาผ่านจวบจนถึงปีที่ 4 มีอีเมลล์ 7 แอดเดรสที่เธอเปิดขึ้นมานับแต่ปี 1999 ถึง 2004 รวมกว่า 820 ฉบับ ซึ่งไม่เคยถูกเปิดอ่านเลยแม้สักฉบับเดียว เรื่องราวมากมายของเธอถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือเพื่อบอกเล่าให้เขาฟัง… ในสักวันหนึ่งที่เขาและเธอได้พบกัน&#8230;</p>
<p>ในที่สุดหญิงสาว…กับการรอคอยที่แสนเนิ่นนานของเธอก็จบลงเหมือนดังการเริ่มต้น… เธอค้นหาชื่อของตัวเองบนอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง…แล้วเธอก็ได้รู้ว่าชายหนุ่มนักวิทยาศาสตร์ผู้มองเห็นดวงดาวเป็นเพียงขยะของระบบสุริยะจักรวาล เขาผู้มีชื่อเสียงเรียงนามเขียนด้วยตัวอักษรตัวเดียวกัน ความหมายเดียวกัน… เขาเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาพันธุวิศวกรรมมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ… ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตามหา</p>
<p>เธอถามตัวเองซ้ำซากอยู่อย่างนั้นว่าการพบเจอนั้นเพื่ออะไร? บางครั้งเมื่อมีการตั้งความหวัง ก็ย่อมต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่จะตามมา นั่นอาจจะเป็นความผิดหวัง แต่เธอบอกกับตัวเองเพียงว่า</p>
<p>“ขอให้ได้พบเจอเพียงสักครั้ง แม้ต้องตายก็ไม่เสียดายเวลาที่รอคอยมาทั้งหมดของชีวิต” นั่นเอง…เธอจึงเดินทาง&#8230;</p>
<p>สนามบินแห่งนี้….ขณะที่ผู้คนกำลังรอเปลี่ยนเครื่อง… ภายในเทอร์มินัล ละลานตาไปด้วยผู้คนหลายชาติหลายภาษา ทุกคนอาจจะต่างที่มา ต่างที่ไป หรือบางคนอาจจะมาจากที่เดียวกันแต่ต่างจุดหมาย บางคนอาจจะมาจากคนละที่แต่มีปลายทางเดียวกัน&#8230; หลายคนได้ “ลงเรือ (บิน) ลำเดียวกัน” เหมือนเส้นชะตาของชีวิตขีดให้มาบรรจบกัน แล้วก็ลากออกไป เพื่อที่เส้นชีวิตนั้นจะได้ไปบรรจบกับคนอื่นต่อไป เรื่อยๆ จนกว่าวันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง&#8230; และมีคนสองคนในเวลานี้ที่เส้นชะตาชีวิตของทั้งคู่ถูกขีดให้มาบรรจบกัน&#8230;.</p>
<p>“ผมกำลังจะไปเคนยาไปหาใครคนหนึ่งที่ผมเชื่อว่าโชคชะตากำหนดมาให้เราทั้งสองคนเป็นคู่กัน” ทั้งคู่นั่งเคียงข้างกัน มองออกไปนอกกระจกบานใส.. คนที่เพียงบังเอิญตกอยู่ในสถานภาพเดียวกันคือ ‘รอคอย’ คงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการผูกมิตร&#8230; อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งเหงาเพียงลำพัง&#8230;</p>
<p>“ฉันกำลังจะกลับเมืองไทย…บางที ใครคนหนึ่งอาจจะรอฉันอยู่ที่นั่น…” เธอเอ่ยตอบในประโยคที่เข้าใจว่านั่นเป็นคำถาม หรือบางที เธออาจจะเพียงอยากบอกเล่าให้ใครสักคนฟัง&#8230;.</p>
<p>“คุณว่า…ความรักเกิดขึ้นได้ไหม? จากเพียงตัวอักษร” เขาเป็นคนถามประโยคนี้&#8230;</p>
<p>“ฉันเชื่อในโชคชะตาค่ะ เจอก็เพราะโชคชะตา จากก็เพราะโชคชะตา&#8230; ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้วให้เป็นไป&#8230; ความรักเป็นเรื่องของโชคชะตา&#8230;ถ้าตัวหนังสือทำให้คนรู้จักกัน แล้วทำไมตัวหนังสือจะทำให้คนรักกันไม่ได้ล่ะคะ”</p>
<p>“ผมลังเลอยู่หลายปี ไม่มีอะไรที่จะบอกให้แน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่โชคชะตากำหนดมาให้&#8230; ผมไม่เคยพบผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้ว่าเธอมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร สูงต่ำดำขาว ขี้ริ้วหรืองดงาม แต่ผมก็อยากพบเธอ&#8230;เพื่อที่จะบอกถึงความรู้สึก ในตลอดเวลาที่ผ่านมา&#8230; มันอาจฟังดูงี่เง่า แต่ผมรู้สึกว่าเมื่อผมมีบางอย่างแล้ว แต่ผมปล่อยให้มันหลุดมือหายไป ซึ่งมันคือสิ่งที่ผมขาดไม่ได้ และผมควรไปตามกลับคืน&#8230;” เขาระบายความในใจ</p>
<p>“คุณรักตัวหนังสือของเธอค่ะ ไม่ใช่ตัวเธอ&#8230;”</p>
<p>“ถ้าตัวหนังสือนั้นถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึก จากจิตใจและ&#8230;ด้วยหัวใจ&#8230; ผมก็แน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้เองแหละที่ผมต้องตามหา ไม่ว่าเธอจะอยู่มุมไหนของโลกใบนี้&#8230;”</p>
<p>“เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรที่พรหมลิขิตกำหนดมาแล้วได้ ขอให้คุณโชคดี และได้พบเธอ&#8230;” ทั้งคู่เพียงยิ้มให้กัน และนั่นเป็นเพียงบทสนทนาสั้นๆ ของคนสองคนที่เพิ่งได้พบกัน ทั้งสองคนไม่ได้ ‘ลงเรือ (บิน) ลำเดียวกัน’ ไม่ได้มาจากที่เดียวกันแต่ต่างจุดหมาย แต่มากจากคนละที่และมีคนละปลายทาง</p>
<p>เส้นชะตาของชีวิตขีดให้มาบรรจบกัน แล้วก็ลากออกไป&#8230;.<br />
เพื่อที่เส้นชีวิตนั้นจะได้ไปบรรจบกับคนอื่นต่อไป เรื่อยๆ<br />
จนกว่าวันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง&#8230;.</p>
<p>ณ ภาควิชาพันธุวิศวกรรม ขณะที่นั่งรอคนที่มาพบ&#8230;.ข่าวหนังสือพิมพ์ไทยฉบับแรกที่เธอหยิบอ่าน กรอบหนึ่งเป็นข่าวเรื่องอุบัติเหตุของสายการบินระหว่างประเทศของประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง&#8230; หญิงสาวมิได้ใส่ใจนัก เพราะความรู้สึกนึกคิดเธอจดจ่ออยู่กับคนที่เธอมาพบ.. ซึ่งเธอไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าจะมา เธออาจจะไม่ได้พบเขา แต่เพียงแค่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ เมื่อไหร่ก็ไม่สายที่จะได้พบ.. แต่หากวันนี้ได้พบกันแล้วเธอยังนึกไม่ออกว่าประโยคแรกเธอจะพูดกับเขาว่ายังไงดี&#8230;</p>
<p>“ขอโทษครับ&#8230;ที่ทำให้คุณรอนาน คุณมาช้าไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเองครับ อาจารย์เพิ่งไปต่างประเทศเมื่อคืนนี้&#8230; ลาพักยาวเสียด้วยสิครับ เอาอย่างนี้ไหม&#8230; ถ้าอาจารย์กลับมาแล้วผมจะรีบติดต่อคุณทันทีเลย คุณทิ้งเบอร์แล้วก็ที่อยู่ไว้ก็ได้ครับ&#8230;”</p>
<p>“ไม่เป็นไรค่ะ&#8230;ฉันจะกลับมาใหม่ เมื่อเขากลับมาแล้ว&#8230;ฝากแค่โน้ตนี่ก็พอค่ะ” &#8230;&#8230;./</p>
<p> Next 2.</p>
<p></font></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chelie.wordpress.com/56/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chelie.wordpress.com/56/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chelie.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chelie.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chelie.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chelie.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chelie.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chelie.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chelie.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chelie.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chelie.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chelie.wordpress.com/56/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chelie.wordpress.com&blog=556668&post=56&subd=chelie&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chelie.wordpress.com/2007/03/15/d-e-s-t-i-n-y-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/f45feec872ff5a23397f9b84330d3058?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">chelie</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>