Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘เรื่องสั้น’

เรื่องสั้น : บูรพา
“คนเรา เกิดมาชาติหนึ่ง ได้ทำเพื่ออุดมการณ์สักครั้งก็คุ้มค่านักแล้ว”
ข้อความในหน้ากระดาษใบแรกของสมุดบันทึก ที่บรรจงดึงออกมาและค่อยๆ ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โปรยปลิวออกจากหน้าต่างรถไฟ จากต้นทางสุดชายแดนปลายด้ามขวานกลับสู่เมืองหลวงแห่งศิวิไลย์ คนนั่งตรงข้ามปรายตามอง หากก็ไม่กล่าวสิ่งใด
นั่นสินะ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใครในเวลานี้ทั้งนั้น ไม่มีใครสบสายตากับใครหากไม่จำเป็น ทั้งที่ต่างก็อาศัยอยู่บนผืนดินแผ่นเดียวกัน… รถไฟแล่นไกลออกจากต้นทางจนเหลือเพียงเงาจางๆ ให้จารจดเป็นความทรงจำกับประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต กับสถานที่ๆ แม้อยากมา แต่หากไม่มีภารกิจหรือไม่มีธุระจำเป็นอื่นใดก็เลือกที่จะไม่มา ที่ๆ หนังสือพิมพ์ลงข่าวรายวันถึงการทำสงครามกองโจรในพื้นที่ อาชญากรรม วางระเบิด ดักยิง เผาทำลาย หรือแม้กระทั่งโจมตีซึ่งๆ หน้า กระทั่งฆ่าตัดคอ อันเป็นการกระทำที่อมหิตเกินกว่าจะเรียกมนุษย์
“คนเรา เกิดมาชาติหนึ่ง ได้ทำเพื่ออุดมการณ์สักครั้งก็คุ้มค่านักแล้ว”
คำพูดของเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งที่เอ่ยออกมาในวันที่ผมเรียนจบมีดาวดวงแรกประดับบ่า คำพูดที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเลือกลงหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติภารกิจจังหวัดชายแดนแห่งนี้ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นอีกหลายคนมุ่งแสวงหาความก้าวหน้าแห่งยศศักดิ์ด้วยทางเลือกที่แตกต่างไป
ภารกิจของผม หน้าที่หลักคือการปฏิบัติการทางจิตวิทยาและการข่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายวิชาชีพอย่างยิ่งสำหรับเด็กอ่อนหัดอย่างผม หลังจากที่ผ่านการอบรมด้านการวิเคราะห์การก่อการร้าย เพราะแม้จะผ่านการฝึกในหลักสูตรอย่างหนักหน่วง มีเครื่องหมายเสือคาบดาบรับประกัน และปีกร่มติดหน้าอกอย่างภาคภูมิ เคยอยู่ในสถานการณ์จำลองของการก่อการร้าย การรบ การฝึกด้านจิตวิทยาและต่างๆ นาๆ เพื่อที่จะให้เป็น “รั้วของชาติ” โดยสมบูรณ์ แต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะได้พบประสบการณ์จริง จนกระทั่งได้มาที่นี่ ชีวิตที่ทำให้ผมรู้คุณค่าของคำว่าชีวิต
ครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับบรรยากาศขณะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ผมได้พบกับเด็กๆ กลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่กลางลานกว้างของหมู่บ้าน เมื่อเห็นรถตู้สีขาววิ่งผ่าน พวกเขาพร้อมใจกันวิ่งเข้าหลบหลังต้นไม้ หรือล้มกลิ้งในท่าหมอบ ใช้มือทำเป็นปืนเล็งยิงมาที่รถตู้ ก่อนลุกขึ้นหัวเราะชอบใจ [...]

Read Full Post »

“ผม” นั่งอยู่บนรถไฟ และกำลังเดินทางไปยังปลายทางที่อยู่ห่างไกลจากที่นี่
ไปเพื่อตามหาหัวใจ ที่ได้จากไปพร้อมกับการจากไปของคนที่รักผม
เสียงของล้อเหล็กกระทบราง มันบาดหูจนต้องเพิ่มโวลลุ่มของเครื่องเล่นเพลงที่เสียบอยู่ในหู บางครั้งเพลงบางเพลงก็ฟังแล้วน้ำตาไหลแม้ในเวลานั้นจะมากมายไปด้วยใครๆ แต่เหมือนโลกทั้งโลก ไร้แม้ใครสักคน… อ่านหนังสือบางเล่มซ้ำไปซ้ำมาในบรรทัดเดิมแต่ไม่รู้ในเนื้อหาของมัน สายลมพัดปะทะผิวกายก็หนาวเยือกไปทั้งใจทั้งที่อยู่ในท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า
ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้างๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างมาด้วยกัน นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด
แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน… เพราะเธอ
เพลงนี้เองที่ทำให้ต้องฟังซ้ำไปซ้ำมาอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนจำได้ขึ้นใจ… อาจเพราะเรื่องราวในเพลงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้นั้นมันตรงกันเกินไปก็ได้
ผมไม่ได้ชอบการอยู่คนเดียวแต่ผมคุ้นชินกับการอยู่คนเดียว ตื่นเช้า ไปทำงาน ตั้งใจทำงาน กลับบ้าน ดูหนัง ฟังเพลง และในบางวาระเวลาก็หาโอกาสสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูงตามประสาหนุ่มโสดที่มีชีวิตเกือบตลอดเวลาอยู่กับความโดดเดี่ยว… หลังจากผู้หญิงคนที่อยู่ด้วยกันนานที่สุดในชีวิตหิ้วกระเป๋าเดินจากไปด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ “มีคนอื่นที่เขารักฉันเท่าๆ กับคุณ แต่เขาสามารถรับผิดชอบชีวิตของฉันได้มากกว่าคุณ” เวลานั้นผมหูอื้อที่ความโง่เง่ากระโดดตีเข่าใส่เข้าหน้าท้องเต็มๆ จนจุกร้าวไปถึงสันหลัง
แล้วความเดียวดายก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมความอิสรเสรี ผมใช้ชีวิตเต็มที่อีกครั้ง โดยไม่แยแสอะไรในโลกนี้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกที่ผมจะเชื่อว่าเธอจริงใจ ไม่เคยมีใครทำให้ผมเอ่ยคำว่ารักด้วยความรู้สึกนั้นจริงๆ อีกเลยสักครั้งนับแต่นั้น เธอทุกคนเป็นเพียงเครื่องมือในการแบ่งเบาปัญหาเรื่องสัมพันธภาพเพื่อทดสอบศักยภาพความเป็นผู้ชายของตัวเองเท่านั้น
จนกระทั่งผมได้พบกับเธอและกลายเป็นตัวประกอบในฉากที่ไม่มีพระเอกของเรื่องราวในชีวิตเธอ เธอบอกเล่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟังขณะที่เดินอยู่ริมทะเลไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ชายหาดที่ทอดยาวไม่ได้ทำให้ความเศร้าเธอลดลงไป และผมก็เป็นได้เพียงตัวประกอบเดินอยู่ข้างๆ ฟังเรื่องราวที่เธอเล่าถึงอีกคน ในเวลานั้นผมเพียงแค่ความรู้สึกหมิ่นแคลนในความอ่อนแอของเธอ ความรักที่มากเกินไปจนดูกลายเป็นความงมงายและโง่เง่า ผมไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงสิ่งที่เธอบอกว่า “เขาเป็นทุกอย่างในชีวิตของฉัน” ในเวลานั้นผมไม่ได้คิดจะรับเธอเข้ามาในชีวิตสักนิดเดียว แต่ผมก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ ผู้หญิงบางคนก็อ่อนไหวจนน่าเตะ ดังนั้นต่อมาผมจึงกลายเป็นพลาสเตอร์ยาที่คอยปิดแผลปกป้องเชื้อโรคเท่านั้น… อาจเพราะผมหวงแหนความโดดเดี่ยว แต่ก็ลิงโลดใจเมื่อมีเธออยู่ใกล้ ผมไม่อยากให้ใครมาเกี่ยวข้องผูกพันกับชีวิต แต่ผมก็คิดถึงเธอ เมื่อไม่ได้เจอหน้า
คนเหงาสองคนมาพบกัน…พวกเขาเหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต
เธอไม่มีใครแล้ว และคนที่ผมมีก็จากไปแล้ว [...]

Read Full Post »

หนังสือเล่มนั้นชื่อ “สายลมอุ่นในฤดูหนาว” เป็นสมุดบันทึกทำมือเล่มสีฟ้าที่คนทำบอกว่าใช้เวลาหารูปประกอบนานกว่าใช้เวลาเขียน มันถูกวางลงในกล่องเก็บของเป็นชิ้นสุดท้ายก่อนจะปิดฝาลง คนที่ยืนมองดูอยู่เอ่ยขึ้น
“ถ้าลำบากใจ…ก็น่าจะเก็บไว้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ บางอย่างก็ควรเป็นเพียงความทรงจำที่ดี ก็อย่างที่คุณพูดนั่นแหละ เราควรจะเคลียร์ตัวเองให้ใสสะอาด ถ้าหากคิดจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่”
ผมเพียงแต่ถอนหายใจแผ่วเบา… ผมรู้ดี ไม่มีอะไรที่จะรักษาใจได้ดีไปกว่า เวลา และกำลังใจ แม้แต่ผมก็เป็นได้แค่ “ยา” ซึ่งบางครั้งเธอก็ปฏิเสธที่จะใช้เพื่อการรักษา แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าการที่ได้อยู่ใกล้กับเธอตลอดเวลา แค่ได้ใกล้ก็เป็นสุขใจมากนักแล้ว
“ต้องขอโทษที่รบกวน ขาไป อาจจะไม่เป็นไรนัก แต่ไม่รู้ว่าจะกลับมาได้หรือเปล่า บางทีอาจจะเศร้าเกินกว่าที่จะดูแลตัวเองได้” ในเวลานั้นเกือบสองทุ่มแล้วที่เธอโทรศัพท์มาหา เธอขอให้ไปเป็นเพื่อน… ไปธุระที่ต่างจังหวัด ผมไม่รู้ว่าธุระนั้นคืออะไร และไม่ได้สนใจมากไปกว่าการได้อยู่ใกล้ๆเธอ แม้เวลานั้นจะไม่ว่างผมก็จะว่างเพื่อเธอ แม้ในเวลานั้นจะเหนื่อยผมก็จะหายเหนื่อยเพื่อเธอ และถึงแม้เวลานั้นจะเศร้า เธอก็จะไม่เห็นความเศร้าจากผม…
“เขาบอกเราว่า ไม่ว่าจะวันนี้หรือปีหน้าก็ยังยืนยันความรู้สึกเดิม เคยเป็นเพื่อนยังไงก็เป็นได้เท่านั้น เราเหนื่อยมากแล้ว หลายปีที่เราพยายามทำทุกอย่างด้วยความรักเพื่อให้เขารักเราบ้างอย่างที่เรารักเขาแต่ก็ไม่ต่างจากถมทะเลด้วยน้ำตา”
“แล้วทำไมต้องไปหาเขาด้วย” ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรีอาจจะไม่ไกลนัก ถ้าไปด้วยความหวัง ความตั้งใจ หรือกระทั่งไปด้วยความรัก แต่ถ้าหากไปด้วยความเศร้า ระยะทางเท่ากัน อาจจะไกลไม่เท่ากัน
“เราไม่ได้เจอเขานานแล้ว เราอยากเจอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะไปจากชีวิตเขา”
“น่าเสียดาย มิตรภาพดีๆ”
“ถ้าเรายังติดต่อกันอยู่แบบนี้ ทำงานร่วมกันอย่างนี้ เราก็ไม่มีทางตัดใจจากเขาได้ ใช่ว่าไม่เคยทำ แต่เราทำไม่เคยได้เลยต่างหาก และถ้าเรายังผูกใจไว้กับขาของอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีวันที่เราจะมีตาไว้มองใครเป็นแน่”
ผมทำได้เพียงแต่เงียบ และคอยฟัง… เธอเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟังในระหว่างเดินทาง น้ำตาเธอไหลเป็นสายอาบแก้ม
“ให้ผมขับให้มั้ย”
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้เรายังไหว แค่นั่งเป็นเพื่อนเราเท่านั้นก็พอแล้ว”
“ผ้าเช็ดหน้ามั้ย”
“ไม่เป็นไรหรอก [...]

Read Full Post »

เรื่องสั้นเดือนเมษา : ไม่กี่คำ
มีแค่เพียงคำไม่กี่คำ ที่ทำให้ฉันนั้นลำบากใจ
และก็เก็บกดทุกทุกทีเมื่อเจอเธอครั้งใด
เพราะฉันนั้นรู้ คำหนึ่งคำ นั้นอาจจะทำให้เพื่อนที่เคยชิดใกล้
ต้องห่างและก็อาจจะหายไป
แต่เธอเองจะได้ยินอะไรในใจฉันไหม ได้ยินฉันไหม ว่าอึดอัดใจแค่ไหน
ที่ต้องเก็บกดคำคำนี้ ให้อยู่แค่หัวใจ เพราะไม่กล้าเลยสักที
อยากจะปลดปล่อยคำคำนี้ให้ออกจากข้างใน
แต่ไม่กล้าเลยสักที… ว่าฉันรักเธอเหลือเกิน
“หากเพลงสักเพลงพูดแทนความรู้สึกได้ทั้งหมด… คนเราก็คงไม่มีประโยคใดไว้คุยกัน”
เธอว่าอย่างนั้น เมื่อฟังเพลงบางเพลงแล้วรู้สึกไปกับเพลงนั้น…เธอเป็นคนช่างรู้สึก ช่างอ่อนไหวไปกับสิ่งต่างๆ รอบข้างง่ายดายเสมอ ไม่ว่าจะฝนตก รถติด เด็กเดินตากฝนขายพวงมาลัยหรือยิงกันตายที่ปัตตานี ก็ตาม…
“การบอกรักใครสักคนบางครั้งมันก็ยากเหมือนกันนะ ยากกว่าที่คิดว่ายาก”
เธอรักคนที่เธอรัก แต่เธอไม่อาจบอกเขาไปอย่างที่อยากบอกได้ มันเป็นเรื่องเจ็บปวด รวดร้าวกว่าอะไรทั้งหมด
“ไม่อยากสูญเสีย เพราะรู้ดีว่าจะต้องถูกปฏิเสธ… ไม่แน่ใจว่าจะยอมรับการปฏิเสธได้หรือเปล่า”
นั่นคือเหตุผลที่คำคำนั้นยังคงอยู่ในหัวใจ
“เศร้าดีนะ”
“อื้อ เศร้า แต่ก็มีความสุขดี แค่ได้ใกล้ ได้เห็นความเป็นไป และรับรู้เรื่องราวในชีวิตของคนที่เรารัก บางครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะต่อเติมกำลังใจให้กับวันต่อไปของชีวิต”
เธอพูดทั้งรอยยิ้ม ยิ้มที่ซ่อนความเศร้าไว้ในดวงตา ดูเหมือนเธอจะเป็นเพื่อนที่ดีกับความเศร้า เรียนรู้ความรวดร้าวจนชาชินและท้ายที่สุดเมื่อตัดขาดกันไม่ได้ ก็เป็นเพื่อนกันไปเสียเลยอย่างนั้น
ความรักของเธอตรงข้ามกับผม
สำหรับผม กับคำไม่กี่คำที่ผู้หญิงคนหนึ่งเคยบอกรัก ผมยังจำมันได้ดีเสมอ เธอบอกรักเพราะเธอรู้สึกว่านั่นเป็นความรัก เธอไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง คิดอย่างไรเธอพูดอย่างนั้น คำพูดกับหัวใจของเธอตรงกัน
“ยิ้มอะไร”
คนที่นั่งข้างกันถามขึ้น
“ผมกำลังนึกถึงเธอ”
เธอที่ว่า คือเธอที่บอกรักผม… เธอไปแล้ว ไปจากชีวิตผมนานพอที่จะทำให้ความรู้สึกบางอย่างตกตะกอน แต่ไม่นานพอที่จะทำให้ผมลืมเธอได้ หรือบางทีอาจเพราะผมไม่เคยพยายามที่จะลืมเธอเลยต่างหาก
“ดีจัง อย่างน้อยเธอก็ทำให้คุณยิ้มได้”
“ผมเองก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“น่าเสียดายที่เธอเลิกเขียนหนังสือ เธอเป็นนักเขียนที่มีฝีมือ ฉันชอบอ่านงานที่เธอเขียน”
“เป็นเพราะผมทีเดียว”
เป็นเพราะผมจริงๆ สำหรับเหตุผลที่เธอไป ผมยังจำมันได้ดีกับคำไม่กี่คำของเธอ
“ที่คอยทวงงานเขียนอยู่บ่อยๆ มีอยู่สองเหตุผลเท่านั้น คือ [...]

Read Full Post »

ถ้าไม่รัก… ก็เขียนไม่ได้
ชีวิตของผมเชื่องช้า และเวลาของผมก็เดินช้าไปพร้อมๆ กัน บางครั้งไม่อยากทำอะไร บางครั้งก็อยากทำอะไรมากมาย แต่เงื่อนไขของชีวิตมักจะไม่เอื้ออำนวยให้ทำในสิ่งที่อยากเท่าไหร่นัก… ผมเดินอยู่ริมถนน แต่ใจผมไม่ได้อยู่กลางถนนหรอกนะ มันแค่โบยบินไป โบยบินที่ไม่ใช่ล่องลอย เพราะการล่องลอยนั้นไร้ซึ่งการบังคับทิศทาง ผิดกับการโบยบิน มันพุ่งตรงมุ่งสู่เป้าหมายอย่างเสรีและมีทิศทาง — ทิศที่หัวใจของผมโบยบินไป คือทิศที่เจ้าของหัวใจผมอยู่ตรงนั้น
“โรแมนติกสุดยอด คิดได้ยังไงนี่เรา” พึมพำขณะที่เอียโฟนเสียบอยู่ในหูฟังเพลงโปรด…
ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม…
มันอาจไม่เพราะไม่ซึ้งไม่สวยงาม เหมือนเพลงทั่วไป
อยากให้รู้ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้
แต่กับเธอคนดี รู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่ายดาย…
เพลงที่ผมฟังครั้งแรกจากการเดินผ่านย่านเซนเตอร์พอยท์ ก่อนถึงวาระสุดท้ายและตายลงอย่างสงบของแหล่งชุมนุมวัยรุ่นชาวสยาม เพลงที่ผมไม่รู้ว่าชื่ออะไร ศิลปินกลุ่มไหนเป็นคนร้อง แต่มันติดเบรกให้สองเท้าผมจนต้องหยุดยืนฟังจบเพลง… เพลงที่บอกว่า “ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้” ประโยคนี้ยังติดหู มันไม่ใช่เพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก และมันก็ไม่ใช่เพลงที่จะฟังแล้วซาบซึ้งกินใจอะไรมากนัก เว้นแต่ว่าใครสักคนจะเป็นอย่างในเพลง ซึ่งนั่นไม่ใช่ผม แต่เป็นใครอีกคนในชีวิตผม—
เธอ.. ที่เป็นเพื่อนคนหนึ่งของผม ในจำนวนเพื่อนไม่กี่คนที่ผมมี เธอเป็นนักแต่งเพลงในค่ายเพลงอินดี้เล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงมากมายนักในแวดวงดนตรี เพลงของเธอไม่ค่อยดัง ไม่ติดชาร์ทของสถานีวิทยุใดๆ แต่เพลงของเธอกินใจ รวดร้าว และเมื่อฟังอย่างตั้งใจ หากเข้าถึงอารมณ์ของเพลง –นั่นอาจทำให้คนฟังมีน้ำตา เธอบอกเสมอว่าเธอแต่งเพลงทุกเพลงขึ้นมาด้วยความรัก บางเพลงมีแรงบันดาลใจมาจากคนใกล้ตัว บางเพลงก็มาจากความรักของเธอที่ไม่เคยสมหวังเลยสักที
“ความเศร้าทำให้เราเขียนเพลงได้ดี”
แล้วเธอก็ยิ้ม ไม่รู้ว่ายิ้มให้ความเศร้าหรือยิ้มให้ผม… บางครั้งที่เรานั่งข้างกัน ผมมักจะมีเอียโฟนเสียบหู ฟังเพลง [...]

Read Full Post »

“ถ้าหากว่าเก่งเกิดเร็วกว่านี้สักหกปี หรือเพียงแค่พี่เกิดช้ากว่านี้อีกสักหน่อย… ก็คงจะดี” ทั้งสองคนมองดูสายน้ำที่ไหลแรงเพราะสายฝนเพิ่งตกกระหน่ำมาหยกๆ เจ้าพระยาหน้าฝน กับคนเศร้าสองคนในร้านไอศกรีมริมท่าน้ำ
“ผมผิดตรงไหนที่รักพี่ ทำไมล่ะ ทำไมพี่ถึงรักผมไม่ได้” เด็กหนุ่มทำท่าเหมือนจะร้องไห้… เขารู้จัก “พี่สาวใจดี” จากอินเทอร์เน็ต หลังจากที่เป็นเพียงคนทักทายธรรมดา การสนทนาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวันทำให้ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว หญิงสาวคิดกับเขาอย่างน้องชาย ในขณะที่เด็กหนุ่มคิดอะไรมากมายไปกว่านั้น
“ไม่เคยมีใครใจดีกับผม…แบบนี้” น้ำเสียงหม่นเศร้า ออกมาจากความรู้สึก
“แต่เก่งยังเด็ก ยังเรียนหนังสืออยู่ พี่อยากให้เก่งตั้งใจเรียน พี่จะเป็นกำลังใจให้นะคะ” ไอศกรีมในถ้วยละลายไปนานแล้ว สายตาหลายคู่มองมาอย่างสงสัย… หญิงสาวในชุดทำงานกับเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลาย เป็นคู่พี่สาวกับน้องชายที่ต่างกันสุดขั้ว
“แต่ผมจะจบแล้ว”
“นั่นสิ พี่ถึงอยากให้เก่งตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมเอนทรานส์ไงคะ”
“ทำไมพี่ถึงเป็นแฟนผมไม่ได้ ก็ไหนพี่บอกว่าพี่ไม่มีแฟน” เขาคาดคั้นเอาคำตอบ
“บางที…ถ้าเก่งโตขึ้น อาจจะเข้าใจมากกว่านี้”
“ทำไมล่ะ ผมไม่ใช่เด็กนะ ผมโตแล้ว ทำไมถึงชอบหาว่าผมเด็กอยู่เรื่อย”
“ก็อย่างนี้แหละ นิสัยของเด็ก”
“ผมขอโทษ”
กอผักตบชวายังลอยตามน้ำ เรือโดยสารผ่านไปมา นานๆ ที่ จะมีเรือลากทรายอืดอาดผ่านไป บนสะพานแขวนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รถรายังวิ่งขวักไขว่… ร้านไอศกรีมริมน้ำที่เย็นจัดด้วยแอร์คอนดิชั่น ทำให้หญิงสาวต้องขยับเสื้อสูทตัวนอกให้กระชับขึ้น เสียงเพลงในร้านยิ่งทำให้เศร้าเข้าไปอีก…
…แค่เพียงดอกไม้ริมทาง เธอจะมองมันสวยถึงเมื่อไหร่ เมื่อไรไม่รู้ จะเกิดอะไรกับฉันแม้สักวันเธอได้เจอะใครบางคน คนที่พร้อมดีดีกว่า…กว่าคนคนนี้ ที่รักเธอ…..
“เรา…เป็นพี่น้องกันนะ” คำพูดที่ทำให้เด็กหนุ่มเกือบต้องร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ
“พี่จะเป็นพี่สาวใจดีสำหรับเก่งเสมอ นะคะ” เธอยิ้มเศร้า ซ่อนน้ำตา
“ผมเกลียดคำคำนี้ที่สุด” ความเจ็บปวดในใจมีมากมายไม่แพ้กัน เพียงแต่คนหนึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากกว่า ในขณะที่อีกคนหนึ่งยังไม่พ้นวัยศึกษา แต่ความรัก [...]

Read Full Post »

แล้วความเศร้าก็จะจากเราไป

By: Chelie M. Harn Cooper                

มีไม่กี่อย่างในชีวิตผมที่ดูจะกลายเป็นกิจวัตร เป็นวิถี และท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นความเคยชิน ผมไม่ค่อยชอบความเคยชิน เพราะมันแปลว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว และยังเกิดขึ้นเป็นประจำซ้ำซากอยู่จนปัจจุบัน ซึ่งมันไม่น่าตื่นเต้นอีกแล้วนั่นก็คือ ความเหงา-โดดเดี่ยว-เดียวดาย ความเหงาเป็นเพื่อนซี้ คุ้นเคย และสนิทสนมกันดีแต่ก็ไม่ได้บ้าจี้ถึงขั้นหลงรักความเหงาหรอก เพราะผมยังติสท์ไม่พอ ผมเพียงแค่เอาเป็นเอาตายกับการฆ่าเวลาให้มันตายลงเท่านั้นเอง            
   
นอกจากเป็นนักรบแล้ว ผมยังเป็นนักฆ่าเวลามืออาชีพอีกด้วย     
           
อันที่จริงนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการจะเป็น เพียงแค่วาสนาและชะตากรรมนำพามาให้เป็น ชีวิต… บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้ที่จะมีชีวิตแบบไหน มันไม่ได้ง่ายอย่างทฤษฎีเสมอไป และสำหรับผม กับวิถีประจำวันที่ค่อนข้างน่าเบื่อไม่แพ้การกินอาหารรสชาติเดิมทุกวันซ้ำซาก เช้าไปทำงาน เย็นกลับบ้าน…ชีวิตหนุ่มโสดที่หากใครคิดว่าเป็นชีวิตที่เสรีและมีความสุขล่ะก็ นั่นอาจจะไม่ใช่สำหรับผม, แน่ล่ะ ผมไม่ได้เป็นเอเลี่ยนจากดาวพุธนี่นะ ถึงจะได้คุยกับใครๆ ไม่รู้เรื่อง หรือมีโลกส่วนตัวสูงเสียจนใครแตะต้องไม่ได้ ผมเพียงแต่มีความสุขดีกับชีวิต “ไปวัน วัน” เข้าสังคมบ้างเมื่อต้องการเพื่อน และเรียนรู้ความสงบเมื่ออยู่โดดเดี่ยว ไม่สุดโต่งอย่างฮิตเลอร์หรือประเสริฐอย่างมหาตมะ คานธี – แม่ชีเทเรซ่า               
ผมก็แค่นักรบตัวเล็กๆ ที่ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ “ชี้นกต้องเป็นนก ชี้ไม้ต้องเป็นไม้” หากเป็นคนรักยังพอจะขัดใจ ชี้ไม้-ไม่พอใจบอกว่าเป็นรถถัง เธอก็คงไม่กล้าหือเท่าไหร่ แต่กับผู้เป็นนาย ไม้จะเป็นนกไม่ได้เลยเด็ดขาด…เพราะไม่งั้น ชีวิตการงานจะอับเฉาไปนานเลยทีเดียว… [...]

Read Full Post »

ก็แค่โลกของเราเหงาไม่เท่ากัน
By: Chelie M. Harn Cooper                

ผมไม่ใช่คนที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกหรอก เพียงแต่ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองช่างโดดเดี่ยวสิ้นดีในวันที่ควรจะมีใครสักคนเคียงข้างอย่างวันนี้ มันอาจจะเป็นเพียงวันหนึ่งในสามร้อยหกสิบห้าวัน มันมีวันนี้ทุกปีนั่นแหละ และผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้โดดเดี่ยวเท่าไหร่นัก ทุกคนมีเรื่องให้ฉลอง ดื่มกิน ร้องรำ และเมามาย จะมีก็แต่ผม…หรืออีกหลายคนที่อยู่ในห้วงแห่งความเหงา ที่จริงผมไม่ชอบคำว่าเหงาเท่าไหร่เลย ใครกันนะช่างบัญญัติคำนี้ขึ้นมาใช้ ใครกันนะที่เป็นคนเหงาคนแรกในโลก      
          
 แล้วความเหงาเคยทำให้ใครตายบ้างมั้ยนะ…                 

ในวันที่พลุไฟเกลื่อนกระจายอยู่ในกระดาษท้องฟ้า สีสันละลานตา และมันก็สวยงามจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรเหมาะสมกับท้องฟ้ามากไปกว่าพลุไฟอีกแล้วในเวลานั้น, เสียงเตือนข้อความเข้าในโทรศัพท์มือถือดังติดต่อกันหลายครั้ง และส่วนใหญ่มันไม่ใช่ของผม เพราะในระหว่างที่ใครๆ ฉลองวันสุดท้ายของปี และยินดีกับวันแรกของอีกปีนั้น ผมนั่งอยู่บนรถที่กำลังมุ่งตรงกลับเข้าเมืองหลวง ชีวิตผมอาจจะสวนทางกับใครอีกหลายคน บางคนกำลังรอรถที่จะโดยสารกลับบ้านต่างจังหวัด ในขณะที่ผมกำลังโดยสารรถนั้นจากต่างจังหวัดกลับเข้ากรุง อันที่จริง ชีวิตผม…ก็มักจะสวนทางกับใครๆ อย่างนี้อยู่ทุกบ่อย และมันก็บ่อยเสียจนรู้สึกว่า                

โลกของเราหมุนไม่ตรงกัน…                

ผมไม่ได้เหงาเป็นประจำซ้ำซาก เพียงแต่เป็นบางห้วงแห่งเวลา และผมชินชากับมันแล้ว แค่บางครั้งผมรู้สึกว่าความเหงามันเยี่ยวใส่ผมในบางอารมณ์ที่ผมไม่อยากถูกน้ำ เท่านั้นเอง                

อยู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ เลขหมายที่ไม่มีในเมมโมรี่ของมือถือ… ใครบางคนโทฯ มาหา – ใครบางคนที่จะว่าไปแล้ว ผมก็ยังนึกหน้าไม่ออกด้วยซ้ำ เธอเข้ามาในชีวิตผมอย่างไรและเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมจำไม่ได้หรืออาจจะไม่ได้จำ นั่นเพราะเธอสำคัญไม่พอที่จะจำ อืมม์ ไม่ใช่สิ, เธอไม่ใช่ผู้หญิงโดดเด่นในรูปหน้า บุคลิก [...]

Read Full Post »

เรื่อง : เธอไม่เคยไปไกลถึงที่นั่น
 
เธอว่า…ในโลกล้วนมีวัฒนธรรมที่แตกต่าง และแม้จะแตกต่างก็หลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวได้ด้วยหัวใจ เขาฟังแล้วหัวเราะหัวใคร่ จะเป็นไปได้ยังไงเพราะวัฒนธรรมประเพณี เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และความเชื่อ หล่อหลอมคนแต่ละคนมาให้ไม่เหมือนกัน เอาง่ายๆ แค่ภาคใต้กับภาคอีสาน ก็กินอาหารไม่เหมือนกัน ภาษาพูดแตกต่างกัน ความเชื่อก็ไม่เหมือนกันด้วย จะให้อยู่ด้วยกันได้ยังไง ไม่มีทางหรอก – -นั่นทำให้เธอร้าวไปถึงกระดูก ปวดไปถึงลำไส้ เมื่อได้ยินประโยค เพราะเธอมาจากจังหวัดเหนือสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเขามาจากภาคใต้ กรุงเทพมหานคร คือศูนย์รวมของความแตกต่าง นั่นทำให้กรุงเทพฯ ไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเองโดดเด่น เว้นแต่เมื่อถึงฤดูเทศกาลที่คนต่างจังหวัดต้องกลับบ้านเกิด กรุงเทพฯ จะเป็นตัวของตัวเองให้รถเมล์เหยียบคันเร่งไว้หนี-ยมบาล กรุงเทพฯ เหมือนเมืองร้างไปชั่วขณะ ถ้ากรุงเทพฯ เป็นคน ก็คงปลดภาระอันหนักอึ้งลงบนบ่าแม้สักชั่วขณะเวลา…
เธอมาจากริมแม่น้ำโขง จังหวัดเลย เขามาจากริมฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต เธอรักเขาอย่างตรงไปตรงมาในความรักแบบหญิงสาวกับชายหนุ่มทั่วโลกที่มีความรัก และความรักของเธอกับเขาก็น่าจะดำเนินไปได้ด้วยดีถ้าหากไม่มีวันหนึ่งที่ทั้งคู่มีเรื่องเบาะแว้งเพราะความไม่เข้าใจกัน ประโยคหนึ่งที่หลุดออกมาจากปากเขาโดยไม่ตั้งใจ… อย่างน้อยเธอก็เชื่ออย่างนั้น
“ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นคนใต้เหมือนผม คุยกันง่าย เข้าใจกันง่าย” เธออึ้ง นิ่งเงียบในโลกสุญญากาศ แต่ขอโทษขอโพย – ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณโกรธ… ถ้าไม่ใช่เพราะความรัก เธอจะไม่เอ่ยออกไปอย่างนั้น แต่นั่นไม่ได้ช่วยรั้งให้เขาอยู่ เพราะหัวใจคนเมื่อต้องการจากไป ไม่เคยมีอะไรฉุดรั้งเอาไว้ได้
เธอ [...]

Read Full Post »

DEEP รักตกร่อง

“1 เมษายน” วันนี้น่าจะเป็นวันที่เริ่มต้นได้ดี… แต่เอาเข้าจริงคำว่า “1” ก็อาจจะไม่ใช่ การเริ่มต้นที่ดีเสมอไปก็ได้….สำหรับวันทำงานธรรมดาวันนี้ เกิดสงสัยตัวเองขึ้นมาเงียบๆ กับความเป็นไปในชีวิต…
เคยเชื่อเสมอมาว่า คนเราเกิดมาเพื่อ “เป็น” อะไรสักอย่างหนึ่ง, อะไรสักอย่างที่เราเกิดมาเพื่อมันจริงๆ… และตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็เดินทางอย่างมีเป้าหมายตลอด เรียกได้ว่าไม่เคยพลาดเลยสักก้าว เพราะมีแบบแผนเป็นแนวทาง แม้ในเวลานี้ก็รับรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังทำอะไร… จริงๆ แล้วอยากจะเป็นอย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้หรือไม่ ก็ยังไม่แน่ใจ เอาเข้าจริงแล้ว ก็ยังสงสัยว่าเกิดมาเพื่อ “เป็น” อะไรกันแน่???
เคยบอกกับตัวเองว่า “เกิดมาชาติหนึ่งขอเพียงได้ทำเพื่อประเทศที่เกิดและบ้านเมืองที่เติบโตสักครั้งก็ภูมิใจแล้วที่เกิดเป็นคนไทย” และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น “ครูอาสาฯ”
เหล่าปัญญาชน นักศึกษามหาวิทยาลัยผู้ที่จะออกไปเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมืองต่อไปในวันข้างหน้า ต่างก็มารวมกัน เสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวในวันหยุดลองวีคเอนท์ในการเป็นครูอาสาสมัคร สอนหนังสือเด็กยากไร้ และเด็กชาวดอย….
ชายหนุ่มที่อยู่แวดล้อมของเด็กชาวเขาเผ่าลาหู่ กำลังตั้งอกตั้งใจสอนเด็กๆ ให้รู้จักพับกังหันลมจากกระดาษแข็ง… รอยยิ้มบนใบหน้านั้นติดตรึงในหัวใจ… ไม่อาจลืม…
“เอากระดาษแข็งมาตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดห้าคูณห้านิ้ว กรีดด้วยคัตเตอร์จากมุมทั้งสี่ด้านเข้ามา ให้เหลือตรงกลางด้านละเซ็น เอาไม้จิ้มฟันจิ้มปลายมุมที่ถูกตัดด้านละมุม 4 ด้าน ก็เลือกด้านละ 1 ด้ามของไม้จิ้มฟันจะเป็นตัวกันไม่ให้กระดาษหลุดออกมา จากนั้นก็เสียบด้านปลายแหลมของไม้จิ้มฟัน เข้ากับหลอดกาแฟแบบงอได้.. ลองทำดูสิครับ แล้วจะเพลิน…” จุดเริ่มต้นของมิตรภาพ จึงอยู่ตรงนั้น…. ความสนิทสนมเกิดขึ้นอย่างไม่ยากเย็นนักด้วยความที่มีอะไรมากมายที่คล้ายกัน อุดมการณ์เดียวกัน คุยกันถูกคอ… ไปดูหนัง ฟังเพลงด้วยกัน…
แต่ยิ่งเนิ่นนานวันความผูกพันที่เพิ่มขึ้นมากมายนั่นทำให้ยิ่งยากจะจากไป… [...]

Read Full Post »

เรื่องที่เก่ากว่า