นิทรรศการภาพถ่ายขาว-ดำ ว่าด้วยคอนเสปท์เกี่ยวกับ วิถีแห่งจิตใจ ณ แกลเลอรี่ฮอลล์ ที่ใหญ่มากแห่งหนึ่ง ศิลปินที่มาแรงที่สุดแห่งยุคสมัย ชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว ด้วยผลงานที่แตกต่างในเรื่องมุมมอง และการถ่ายทอด นั่นทำให้เขาเป็นที่ถูกจับตามอง…
เบื้องหลังของความสำเร็จ มาพร้อมกับความเจ็บปวดบางประการ
“ถ้าคุณชอบถ่ายรูป ฉันจะชวนคุณเดินทางท่องเที่ยวถ่ายรูปด้วยกัน ถ้าคุณชอบสีน้ำมันฉันจะชวนคุณปาดแปรงลงบนผืนผ้าใบ ถ้าคุณใช้กล้องไม่เป็นฉันจะสอนให้ ถ้าคุณใช้พู่กันไม่คล่องฉันจะฝึกคุณ”
ทั้งหมดนั้นมาจากความรัก และความรักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ใครคนหนึ่งยอมเสียสละสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเองเพื่อคนอีกคน
“ความฝันของฉันคือการได้เห็นคุณประสบความสำเร็จในความฝันของคุณ”
เธออยู่ข้างหลัง เป็นทุกอย่างที่เป็นได้ เธอเปิดประตูบานที่เขาไม่รู้ว่าเขาเปิดได้ ประตูที่เป็นพร… จากสวรรค์ นั่นทำให้เขาเชื่อมั่นมากขึ้น ความอหังการ์ และทะเยอทะยานผุดพราวในสำนึกพร้อมกับความสำเร็จทีละขั้น…
และเมื่อถึงสูงสุด….
“ในทุกครั้ง เรามักจะคุยกันเรื่องของงาน แต่เราไม่เคยคุยกันเรื่องของเรา”
เธอปวดร้าว และเจ็บลึกดั่งถูกเสียบด้วยคมมีด กรีดลงบนเนื้อใจ
“ถ้าไม่มีเรื่องงาน แล้วเราจะยังมีเรื่องอื่นระหว่างเราอยู่อีกไหม”
คำถามเจ็บปวด แต่กินใจ… ตลอดเวลามา ความเพียรเพียงอย่างเดียวของเธอคือสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นแก่เขา
และวันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว….
* * * * *
เขาไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่ได้รับมานั้นคุ้มค่ากับการสูญเสียไปมากน้อยแค่ไหน, ใช่… เขาไม่เคยสนใจเธอ ไม่เคยมีเธออยู่ในหัวใจ ไม่แม้แต่สักนิด แต่เขาจำเป็นต้องมีเธอ เพราะถ้าไม่มีเธอเขาก็จะไร้ซึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ในทุกๆ อย่างขึ้นมา เธอเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างในทุกเช้า เป็นเหมือนเงา ที่ติดอยู่กับเขาทุกโมงยาม เป็นในสิ่งที่เขาไม่อาจนิยามได้มากไปกว่าที่เธอเป็น…
“เธอพยายามทุกอย่างเพื่อผม ความสำเร็จของผมมาจากเธอ”
เขาไม่ลังเลใจที่จะบอกออกไปแบบนี้ เมื่อถูกถามถึงเบื้องหลังความสำเร็จ
“เธอเป็นแรงบันดาลใจ และแรงบันดาลใจคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ใครสักคนกล้าหาญ ฮึกเหิม และ มีความมั่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด”
ในรอยยิ้ม และคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกในใจ…
“เธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยู่ในงาน [...]
ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘เรื่องสั้น’
เรื่องสั้นวันธรรมดา : ศิลปะชั้นเลิศ
Posted in เรื่องสั้น on ตุลาคม 7, 2007 | 2 Comments »
* ศูนย์สี่หนึ่งหก *
Posted in เรื่องสั้น on มิถุนายน 22, 2007 | 3 Comments »
เรื่องสั้นของเดือนเจ็ด :
ศูนย์สี่หนึ่งหก
Create by: Chelie M. Harn Cooper
ฝักบัวหลวงแห้งสีน้ำตาลหม่นเสียบอยู่ในก้านยาวของสายบัวแห้งยาวราวครึ่งเมตร ปักอยู่ในแจกันไม้ไผ่ลำขนาดท่อนแขน ปลายด้านหนึ่งผ่าสี่ซีกถึงปล้องกลางขัดกันไว้ด้วยไม้ไผ่เหลาท่อนเล็กเท่านิ้วก้อยเป็นขาตั้ง คู่กับดอกบัวแห้งเป็นใบลานแห้งสีขาว น้ำมันหอมกลิ่นยูคาลิปตัสกรุ่นกำจาย
ผมนั่งมองอย่างชื่นชมราวกับว่านั่นคือศิลปะล้ำเลิศจากฝีมือประติมากรเอกของโลก ผมไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่มีมิตรสหายคนสนิทในที่ทำงาน ผมชอบเดินก้มหน้า นับก้าวการเดินของตัวเอง จากห้องสมุดเดินไปสำนักงานกลาง หนึ่งพันสามร้อยห้าสิบก้าว (1,350) ไปโรงอาหารหนึ่งพันสิบก้าว (1,010) และเมื่อถูกถามว่ากำลังจะไปไหน ผมมักตอบว่า ไปเดินเล่น ทั้งที่เป็นเวลางาน ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วผมกำลังไปไหน บางครั้งอาจกำลังไปประชุม บางทีอาจกำลังไปติดต่อกับอีกแผนกหนึ่ง – ขณะอยู่ในเวลางานผมไม่เคยไปเดินเล่นจริงๆ สักครั้ง
ผู้คนทึกทักกันเองว่าผมเป็นคนไร้มนุษยสัมพันธ์ นั่นเพราะโลกของผมสวยงามพอแล้ว ผมรักในงานที่ทำ ห้องสมุดเล็กๆ ที่ผมมักเรียกมันว่า วันเดอร์แลนด์ไลบรารี่ ผมเป็นบรรณารักษ์คนเดียวของที่นี่ หน้าที่หลักคืองานบริการและงานเทคนิคห้องสมุด ห้องสมุดแห่งนี้ไม่มีวารสาร นิตยสาร ไม่มีซีดี-รอม คอมพิวเตอร์สำหรับสืบค้น ไม่มีไมโครฟิล์ม ไมโครฟิช เทปคาสเส็ต มัลติมีเดียซีดี สไลด์ แผนที่ หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์ สามทางที่จะค้นหนังสือในห้องสมุด หนึ่ง ค้นจากตู้บัตรรายการซึ่งเป็นตู้ไม้ ขนาดบัตร 4x 6 [...]
เรื่องสั้นของเดือนหก
Posted in เรื่องสั้น on พฤษภาคม 25, 2007 | 4 Comments »
เรื่องสั้นของเดือนหก : Not sure I understand
ผู้ชายคนนั้นชื่อ “เดือนหก” หรืออย่างน้อยเธอก็เรียกเขาว่าอย่างนั้น เขามีชื่อเล่นว่า จูน (June) และมีชื่อจริงว่า มิถุนา – มิถุนายน
ผู้หญิงคนที่เดินข้างๆ เขาชื่อ เมย์ (May) เมย์ที่มาจากคำว่า May หรือเดือนห้า-พฤษภาคม แต่เธอมีชื่อจริงๆ ว่า เมษา ที่หมายถึงเดือนสี่ เมษายน (April) จูนกับเมย์ บนรถไฟฟ้าสาย สะพานตากสิน – สนามกีฬาฯ ทั้งคู่ปรากฏกายขึ้นพร้อมกันที่สถานีสุรศักดิ์ และนั่งเคียงข้างกัน ตรงข้ามกับเธอ
เธอชื่อมิรา มิรา ที่มาจากคำภาษาอังกฤษว่า มิราเคิล Miracle ที่หมายถึง อภินิหาร หรือในอีกแง่หนึ่งคือความอัศรรรย์ใจ มิราไม่มีชื่อเล่น หรือจะพูดให้ถูกคือ ชื่อเล่นกับชื่อจริง เป็นชื่อเดียวกัน เหมือนๆ กับที่หลายๆ คนอาจมี
ในวาระนั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้น รวดร้าว รวดร้าวเพราะยินยอมให้คนอื่นทำร้ายจิตใจอย่างไม่รู้ตัว ใครอีกคนของคนที่เธอรักซึ่งไม่ใช่ใครคนเดียวที่เขารัก หากมีใครถามว่ายอมรับได้ไหม หากคนที่เรารักมีคนอื่น เธอตอบไม่ได้ว่าคนอื่นจะคิดเรื่องนี้ในแบบไหน [...]
เรื่องสั้นเดือนเมษา
Posted in เรื่องสั้น on เมษายน 27, 2007 | 5 Comments »
สตาร์วอร์ส
สี่สิบห้านาทีกับความอดทน ในเวลาก่อนเที่ยงคืนเพียงสิบสองนาทีจึงตัดสินใจเปิดประตูห้องออกไป เสียงเคาะประตูดังอยู่สองครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับจากภายใน และครั้งที่สามดังรัวถี่ขึ้น คราวนี้ประตูไม้สักสลักลายจึงเปิดออกมา ร่างที่ปรากฎไม่ใช่เจ้าของรองเท้าที่ถอดวางหน้าห้อง อย่างน้อยจากสัดส่วนความสูงและสรีระแล้วเขาไม่น่าจะใส่รองเท้าส้นสูงขนาดหกนิ้วครึ่งได้พอดี…
“ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“คือ ฉันอยู่ห้องข้างๆ พอดีประตูที่มันกั้นระหว่างเรามันเป็นประตูไม้”
“เสียงดังไปใช่ไหมครับ”
“ขอโทษด้วยนะคะ”
“ผมจะเบาลง ขอโทษด้วยนะครับ” แล้วเขาก็ปิดประตู… เสียงเบาลง แต่ในความเงียบ เครื่องเสียงคุณภาพดีทำหน้าที่ของมันได้สมราคา
สองห้องติดกันเป็นห้องชุดคอนโดมิเนียมชานเมืองที่เจ้าของทุบให้เชื่อมถึงกันเพื่ออยู่อาศัย และเมื่อเวลาหนึ่งที่ย้ายตัวเองออกไปก็ดัดแปลงเป็นห้องเช่า ประตูไม้สักที่เชื่อมถึงกันจึงถูกปิดตายด้วยกุญแจและลงกลอนแน่นหนาทั้งสองด้าน
คราวแรกที่ตัดสินใจเลือกห้องนี้ เพราะบรรยากาศภายนอกที่เงียบ สงบและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ทัศนียภาพรอบด้านไม่บั่นทอนสุขภาพเท่ากับในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกรามสูงท่วมเมฆ แต่สิ่งที่พลาดไปถนัดคือไม่ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมรอบๆ ให้ชัด นั่นเพราะมลพิษทางเสียงนั้นทำให้ความรื่นรมย์ต่างๆ ถูกกัดกร่อนลงไปไม่น้อย…
ฝนตก… ไม่บ่อยครั้งนักที่ฝนจะตกในฤดูกาลนี้ พายุฤดูร้อนที่พัดผ่านทำให้อากาศเย็นชื้น ค่อนดึกจึงเป็นเวลาที่เหมาะนักสำหรับการเขียนงานสักชิ้น
“ทำไมเรื่องสั้นของพี่ พระเอกถึงไม่รักนางเอกเลยสักเรื่องเลยล่ะคะ”
“พี่เขียนเรื่องยาวได้สนุก ตลก อ่านแล้วยิ้ม อารมณ์ดี แต่เรื่องสั้นของพี่เศร้าทุกเรื่องเลย”
นักอ่านวัยรุ่นแสดงความคิดเห็นกับผลงาน… เธอทำได้เพียงยิ้มและเจ็บปวดลึกซึ้ง เนื่องเพราะเรื่องราวในชีวิตจริงเป็นเช่นนั้นเอง
เสียงจากห้องข้างๆ เบาลง แต่ความเงียบในใจยังไม่ดังขึ้นเลยสักนิด ระเบียงด้านนอกที่ลมดึกพัดโชย กับกาแฟสักถ้วยในบรรยากาศแบบนี้คงพอทำให้เย็นใจขึ้นมาได้บ้าง
“นอนไม่หลับเหรอครับ” ชายหนุ่มห้องข้างๆ ยืนอยู่ที่ระเบียงของเขา ในมือมีกระป๋องเครื่องดื่มที่มองไม่เห็นชัดนักในความสลัวรางของกลางคืน
“คือ งานของฉันต้องใช้สมาธิพอสมควรน่ะค่ะ” เธอจิบกาแฟบ้าง
“วันหลังผมจะเบาๆ ก็แล้วกัน ต้องขอโทษด้วยครับ คุณเพิ่งจะย้ายเข้ามาเหรอครับ”
“สองวันค่ะ”
“แล้วผมก็ต้อนรับเพื่อนบ้านคนใหม่ด้วยเสียงกระหึ่มจากหนังเรื่องสตาร์วอร์ส”
“คุณชอบดูหนังเหรอคะ”
“เป็นชีวิตจิตใจ แล้วคุณล่ะ”
“อ่านหนังสือกับฟังเพลง ส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือ”
“มิน่า ถึงต้องเงียบๆ เป็นผมคงอยู่เงียบๆ ไม่ได้ ผมไม่ชอบความเงียบ มันทำให้ฟุ้งซ่าน”
“ความเงียบทำให้ฉันได้ยินเสียงอื่นๆ ชัดเจนขึ้น”
“เราคงอยู่ด้วยกันลำบากหน่อยล่ะนะ”
“อาจต้องปรับตัว [...]
เรื่องสั้นวันสงกรานต์
Posted in เรื่องสั้น on เมษายน 10, 2007 | 3 Comments »
พระเอกในนิยาย
นาฬิกาข้างผนังใกล้ประตูบอกเวลาสิบนาฬิกาสี่สิบห้านาที หลังจากที่ตื่นขึ้นมาได้สักพัก ต้มน้ำชงกาแฟด้วยกาต้มน้ำร้อนใหม่เอี่ยมที่ถูกประเดิมด้วยการต้มยาสมุนไพรของเพื่อนสาวที่แวะมาช่วยเก็บข้าวของตอนย้ายเข้ามาใหม่ในวันแรกๆ ของการย้ายบ้าน กาแฟกับขนมปังปาดเนยเทียม ไม่อร่อยนักในรสชาด แต่บรรยากาศนอกระเบียงที่กวาดสายตามองจากระยะใกล้ เป็นดงมะพร้าว และสวนผลไม้ มองไปไกลสุดตา ไม่พบว่ามีอาคารสูงเกินระดับสายตามาบดบังทัศนียภาพ กาแฟทุกเช้าจึงอร่อยอย่างสมเหตุสมผล
หนังสือเล่มที่ถูกเลือกหยิบอ่านคือ “ยาแก้สมองผูกตราควายบิน” เล่มใหม่ของวินทร์ เลียววาริณ ซึ่งฝ่าฝูงชนเบียดเสียดกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนเพียงเพื่อแลกกับลายเซ็นของนักเขียนบนหน้าหนังสือ… คุ้ม เพราะลายเซ็นวินทร์ เลียววาริณ เมื่อไปปรากฎอยู่ในหนังสือของเขาแล้วไม่ต่างกับส่วนประกอบของเรื่องที่มีศิลป์อย่างลงตัวพอเหมาะ ซึ่งงานหนังสือปีนี้มีสองเล่มใหม่ของวินทร์ เลียววาริณ มาให้นอนอ่านในวันหยุดลองวีคเอนท์ อีกเล่มหนึ่งนั้นชื่อ “ฝนตกขึ้นฟ้า”
สายลมเมษายนของที่นี่ไม่ได้ร้อนอบอ้าวอย่างที่คิดว่าจะต้องเป็น แต่กลับเย็นสดชื่นด้วยความชื้นในอากาศที่ค่อนข้างสูง ลมพัดแรงจัดจนเครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงาน จึงไม่น่าแปลกใจที่ในวันหยุดสุดยาวๆ แบบนี้จะสิงสถิตย์อยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน บรรยากาศเหมาะเหม็งสำหรับการเขียนหนังสือ เสียงกระดิ่งลมด้านนอกบอกว่ามีลมพัดอยู่เสมอทำให้ไม่ต้องพึ่งพาพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ เว้นแต่บางครั้งที่อาจถูกคุกคามด้วยเสียงจากเพื่อนบ้าน แต่ไม่ถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะถ้าทนไม่ได้ก็จะปิดประตู เปิดแอร์ และเพลินใจด้วยเพลงโปรด
เสียงเรือหางยาวที่ต่อให้อยู่ไกลถึงสองกิโลเมตรนับจากตรงนี้ก็ยังชัดแจ๋วเหมือนดังอยู่ข้างรูหูเป็นซาวน์เอฟเฟ็คประกอบการเขียนเรื่องสั้น และเป็นเครื่องเว้นจังหวะระหว่างสนทนาโทรศัพท์ บางครั้งเคยโผล่หน้าลงไปดูพบว่าเป็นเรือหางยาวบรรจุลังส้มสีสวยจากสวนละแวกนี้… ส้มมีชื่อ ชื่อส้มบางมด
ละแวกนี้ไม่อุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกินนัก แต่ก็พอมีบ้างไม่ถึงกับแร้นแค้น รสชาติที่เรียกได้ว่าแค่พอประทังชีวิต ถ้าคิดจะกินอย่างหรูต้องออกไปที่ถนนใหญ่ ห่างจากที่นี่ไปไม่ไกลนักมีเซ็นทรัล บิ๊กซี โลตัส ตลาดนัด และเมื่อมีให้เลือกเกินไปก็เลือกไม่ถูกว่าจะบริโภคยี่ห้อไหนดี…แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะในบรรนยากาศโดยรวมแล้วเธอเลือกที่นี่เป็นแหล่งผลิตผลงานวรรณกรรมที่ชื่นชอบถึงคลั่งไคล้
สิบเอ็ดชั่วโมงนับถอยหลัง เสียงเคาะประตูห้องดังท่ามกลางความเงียบสนิทของกลางคืน…
“อ้าว มายังไงเนี่ย” เจ้าของร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้ายิ้มแต้ แต่โงนเงนเกือบยืนไม่อยู่ แล้วร่างสูงก็เดินโซเซผ่านประตูเข้ามาล้มตัวลงนอนบนเตียง [...]
เรื่องสั้น : forbidden love
Posted in เรื่องสั้น on มีนาคม 6, 2007 | 3 Comments »
รักต้องห้าม ?
Part : 1
เก็บเอาไว้เถอะเก็บเอาไว้ ยังมีคนต้องการ
ผ่านวันนี้มาจากเมื่อวาน ยังมีวันต่อไป
แอบเอาไว้ เถอะแอบเอาไว้ ดูใจให้นาน นาน
จำเอาไว้ คารม ไอ้ที่หวาน หวาน ปากและใจต่างกัน…
เพลงที่ถูกเปิดซ้ำซากวนกลับไปมาเป็นรอบที่… นับไม่ถ้วน นี่ถ้าหากเป็นเทป ม้วนอาจยืดไปแล้วก็เป็นได้… ครั้งแรกที่ตั้งอกตั้งใจฟัง… มันทำให้หญิงสาวอย่างเธอมีน้ำตา! โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย… “หึ…” เธอเผลอเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียง… ใช่ นาฬิกามันเคยอยู่ตรงนั้น แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่มันเคยอยู่ บางที มันอาจจะแค่เปลี่ยนที่ตั้งจาก “หัวเตียงนี้ ไปเป็นหัวเตียงโน้น”เธอไม่ได้ข่าวคราวคนที่เคยรัก… นับตั้งแต่วันที่ลาจากกัน… มันเป็นความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุดในชีวิตหญิงสาวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงสามสิบปี แต่ “เสียท่า” ให้กับคนที่นอนร่วมเตียงกันทุกคืน… อาจจะเป็นเพียงความบังเอิญ หรืออาจจะเป็นความตั้งใจก็สุดคาดเดา เมื่อเธอพบเขากำลังเดินโอบไหล่สะพายกระเป๋า พะเน้าพะนอคลอเคลียประหนึ่งว่าเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันกับ หญิงสาวร่างเล็ก ตัวสั้น ป้อม ตูดใหญ่ ไหล่กว้าง คนนั้น… เธอคิดในใจ “หมอนี่…ถูกผีเข้าหรือไง” เธอไม่ได้ใช้เวลา “ตั้งสติ” นานนัก… อาชีพทนายความทำให้เธอต้องมีไหวพริบ และ “ทันคน” ใช่… เธอแทบจะ “ทัน” [...]
เรื่องสั้น : ช่องว่าง
Posted in เรื่องสั้น on มีนาคม 5, 2007 | 1 ความคิดเห็น »
ผมรูดซิประเป๋าที่บรรจุเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นชุดทำงาน และเครื่องใช้ส่วนตัว จำพวก ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู และถุงเท้า ไม่ลืมที่จะลั่นกุญแจให้เรียบร้อยเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติเมื่อต้องออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย ผมกลับมาเก็บข้าวของเหล่านี้ในช่วงพักกลางวันขณะที่เธอไม่อยู่.. เมื่อเช้าคู่ชีวิตของผมงัวเงียบบอกขณะที่หมอนยังปิดหน้าก่อนที่ผมจะออกจากห้องว่า“บ่ายนี้ฉันไม่อยู่นะ ต้องไปงานวรรณกรรม คุณอย่าลืมกุญแจห้องล่ะ” เท่านั้นเอง แล้วเธอก็นอนหลับต่อโดยไม่สนใจใยดีว่าผมออกจากห้องไปตอนไหน และ… ผมต้องผจญภัยบนรถเมล์ที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่ต่างกำลังมุ่งหน้าไปยังปลายทางด้วยความเร่งรีบ ขณะที่เธอนอนหลับอย่างเป็นสุขบนเตียงนอน…
เสื้อเชิ้ตผมเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาบนแผ่นหลัง ทั้งที่ยังเช้าอยู่ นั่นเป็นเพราะการเดินทางไปทำงานซึ่งอยู่ห่างจากที่พักคนละมุมเมือง…ผมต้องตื่นนอนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นและไปให้ถึงที่ทำงานทันเวลาก่อนนาฬิกาจะบอกเวลาแปดโมงเช้า ผมเคยบอกกับเธอว่าอยากจะย้ายไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงาน เพราะจะได้ไม่ต้องจ่ายค่ารถเมล์และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมากนัก และที่สำคัญมันทำให้เราได้อยู่ด้วยกันนานขึ้น แต่เธอก็อ้างว่าเธอไม่ชอบบรรยากาศในเมือง เพราะมันทำให้เธอเขียนหนังสือไม่ได้ เธอบอกว่าการมีอาชีพเป็นนักเขียนต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อากาศดี นั่นจะให้เธอมีแรงบันดาลใจที่จะเขียน… แต่การเดินทางมักจะทำให้ผมหัวเสียบ่อยครั้งเมื่อต้องเผชิญกับฝุ่นควัน และผู้คนที่ต่างก็เร่งรีบพอกัน… การจะมองหาความเอื้อเฟื้อในชั่วโมงเร่งด่วนจึงค่อนข้างยาก…
ผมเป็นพนักงานบริษัทในตำแหน่งเล็กๆ ที่มีเวลาทำงานคือ แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ผมต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่อที่จะอาบน้ำ และออกจากที่พักก่อนตีห้าเพราะถ้าหากช้ากว่านั้นเพียงสิบหรือสิบห้านาทีก็ทำให้ผมไปทำงานสายได้เป็นชั่วโมง ดังนั้นผมจึงมีเวลาออกจากห้องพักที่แน่นอน ขณะเดียวกับหลังห้าโมงเย็นเป็นเวลาที่รถติดแสนสาหัสสำหรับใจกลางเมืองอย่างถนนสาทร กว่าผมจะฝ่าดงรถติดกลับถึงห้องพักได้ก็เกือบสามทุ่ม.. เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน.. นั่นอาจสร้างความเคยชินให้กับผม แต่ก็ไม่ได้ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นเลยแม้เพียงสักน้อย ผมอยากจะย้ายที่พักมาอยู่ให้ใกล้ที่งานใจจะขาด และถ้าหากผมตัวคนเดียว ผมคงทำอย่างนั้นแล้ว…
เธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกับผม ใช้เตียงนอนร่วมกัน ผ้าห่มผืนเดียวกัน ห้องน้ำ ถ้วยกาแฟ ทีวี ตลอดจนไม้ถูกพื้นที่ผมไม่เคยเห็นเธอหยิบมันขึ้นมาใช้งานเลยสักครั้งตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา…
เราไม่ได้แต่งงานกัน แต่เราอยู่ด้วยกันด้วยความพึงพอใจ… ก็ผมเองนั่นแหละที่หอบเสื้อผ้ามาอยู่กับเธอหลังจากที่ได้รู้จักกันเพียงไม่นาน [...]
เรื่องสั้นวันแห่งความรัก…ปีนี้
Posted in เรื่องสั้น on กุมภาพันธ์ 14, 2007 | 6 Comments »
ตีสาม… ใช่ ตีสามเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด กับอารมณ์คว้างๆ ครึ่งหลับ ครึ่งตื่น คลับคล้ายกับว่าเรื่องราวของเมื่อวานเกิดซ้ำอีกครั้ง…
เมื่อวานในห้องโล่ง เตียงคู่ที่ไม่มีผ้าปู ไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่ม หรือกาต้มน้ำ มีเพียง ไม้แขวนผ้าเก่าๆ และถุงพลาสติกชำรุดวางทิ้งบนพื้น เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินฝุ่นจับขนาดพอเหมาะกับสองคนแขวนเสื้อผ้า ห้องไม่กว้างนัก และมันดูเวิ้งว้างยิ่งขึ้นเมื่อต้องอยู่คนเดียว…
แต่ในท่ามกลางแสงสลัวรางของโคมไฟหัวเตียงนั้นก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อย.. ก็ไม่น่ากลัวในสิ่งที่กลัวโดยปกติ
ให้ตาย – ไม่รู้เลยหรือไงว่ากลัวผีเนี่ย?
บวกลบสองชั่วโมงในการขับรถร้อยกิโลเมตร และอีกสองชั่วโมงในการนั่งรอ… รอและคอย สี่ชั่วโมงไม่เนิ่นนานเกินไปเลย และยินดีรอ ถ้าหากคนที่รอเป็นคนที่เรารัก…หัวปักหัวทิ่ม,
“นอนไม่หลับ” ข้อความส่งไปทางช็อตแมสเสจ ไม่อธิบายถึงเหตุผลของการนอนไม่หลับนั้น
ในท่ามกลางความเงียบนิ่งของความมืดกลางเดือนกุมภา ปีที่แล้ววันนี้ เวลาเดียวกัน เราสองคนกำลังนมัสการพระธาตุจอมพูสี ศรัทธาศักดิ์สิทธิ์ของชาวหลวงพระบาง และเวลาเดียวกันของวันนี้มีหนึ่งคนโดดเดี่ยว
“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องดังสองสามครั้ง เขาขึ้นมา
“อ่ะ อ่านให้จบ” หนังสือ ดูเหมือนจะเป็นยานอนหลับที่ทำให้ทุกคนอยู่หมัด… The bird of chronicle นวนิยายที่เขียนโดยนักเขียนญี่ปุ่นชื่อ มุราคามิ ฮารุกิ “บันทึกนกไขลาน” เป็นชื่อในภาษาไทย, เขาวางมันลงบนโต๊ะแล้วกลับออกไป…
หนังสือหนาเท่าพจนานุกรมถูกเปิดขึ้นอ่านอย่างเชื่องช้า อ้อยสร้อย… และยานอนหลับก็ออกฤทธิ์ให้หลับไหลไปในสุด
ตีสาม… ตีสามของเมื่อวาน ในการอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น ความเวิ้งว้างของห้องกว้างกัดใจกร่อนบางให้ชำรุด… เรามาทำอะไรที่นี่? มาเพื่อรอคอย [...]