๑. เสาร์สนุกลุกนั่งสบาย
“ได้ อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม ก็ทำให้มีแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องดีๆ สักเรื่อง” เมื่อวานเป็นวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่ใครๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตารอ เพราะอีกวันก็จะเป็นวันเสาร์ วันแห่งการพักผ่อน บางคนวางแผนไว้ตั้งแต่วันจันทร์ว่าเมื่อถึงวันเสาร์แล้วจะทำอะไรบ้าง แต่สำหรับบางคน วันศุกร์ดูจะเป็นวันที่ทำให้หดหู่ทดท้อเป็นพิเศษเพราะไม่รู้ว่าเมื่อถึงวัน เสาร์แล้วจะมีอะไรดีๆ ทำเหมือนคนอื่นเขาบ้าง
การอยู่ในรั้วสถาบัน การศึกษา ในวันธรรมดาผู้คนจะขวักไขว่ เต็มไปด้วยผู้ที่มาศึกษาหาความรู้ ตกเย็นก็เล่นกีฬากันเป็นกลุ่มๆ หาอาหารกินตามภูมิประเทศ และพักในหอพักภายในสถาบันฯ ทำให้ไม่รู้สึกถึงความเงียบเหงาว่างเปล่า แต่พอถึงวันศุกร์เท่านั้นแหละ สถานศึกษาก็เหมือนป่าคอนกรีตร้างๆ เพราะทุกคนกลับบ้านหมด ทำให้ความเหงามันเพิ่มขึ้นสองต่อ และมันยิ่งเหงาเพิ่มเป็นสามต่อเมื่อเพื่อนในกลุ่มที่เคยไปเหงาด้วยกัน เป็นอันต้องไปมีชีวิตเป็นของตัวเองในวันหยุด นั่นก็คือ เพื่อนมีแฟน คราวนี้เลยเคว้งหนัก เพราะมองไปซ้ายก็โดดเดี่ยว มองไปขวาก็เดียวดาย ship หาย แล้วพรุ่งนี้จะเอาไงกับชีวิตดีเนี่ย! หลังจากที่นั่งน้ำตาซึมด้วยความรู้สึกเหมือนโดนเตะติดข้างฝา มีโชคชะตามานั่งเยอะเย้ย สมน้ำหน้า ดูเหมือนว่าชีวิตที่น่าจะแห้งแล้งก็ไม่สิ้นไร้ซึ่งแสงสว่างมากจนเกินไปนัก เพราะหลังจากกระหน่ำส่งแมจเสจหาเพื่อน “อยากเตะความเหงาให้กระเด็นติดฝาบ้าน” แล้วก็มีสามสี่สายโทฯ เข้ามาให้กำลังใจ บ้างก็ให้คำแนะนำว่าควรทำอะไรในวันเหงาบ้าง
“ซักผ้าสิพี่”
“ไปเที่ยวเล้ย ไปคนเดียวแหละ สนุกดี”
“ต้ม ไข่… ปอกเปลือกแล้วเอามาวางไว้กลางห้อง รอมดมาไต่ ขนไข่เข้ารัง สักพักก็มืดแล้ว มืดแล้วก็ไปอาบน้ำนอน หายเหงา” [...]
ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘เรื่องอยากเล่า’
แรงเหวี่ยงของเลขห้า
Posted in เรื่องอยากเล่า on พฤศจิกายน 7, 2009 | Leave a Comment »
แบดมินปั่น —
Posted in เรื่องอยากเล่า on ตุลาคม 21, 2009 | 1 ความคิดเห็น »
แบดมินปั่น – –
๑.
ไม่กี่วันก่อนซื้อไม้แบดมาใหม่ ยี่ห้อ Gosen ราคาพันกว่าบาท
ทั้งๆ ที่นับครั้งได้ว่าตลอดชีวิต จับไม้แบดอยู่ไม่เกินสิบครั้ง
แต่เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อเป็นเพราะพิจารณาดูแล้วว่า ระหว่าง
จักรยาน TREK ราคาเกือบสองหมื่นกับไม้แบดราคาพันกว่าบาท
คนเงินเดือนน้อยเท่าหอยมด อดบ้างเป็นบางมื้ออย่างเรา
ก็ต้องเลือกอย่างหลัง และด้วยเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือ
การปั่นจักรยานเป็นกีฬาที่เล่นคนเดียว ปั่นคนเดียว สนุกคนเดียว
ขณะที่แบดมินตันจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น เพราะการเล่นเป็นทีม
ชนะเป็นคู่ พลาดก็พลาดด้วยกันทั้งคู่ พ่ายแพ้ก็ก็ยังมีคนอยู่ข้างกัน
แต่ถ้าปั่นจักรยาน ล้มก็เจ็บคนเดียว ไม่มีใครมารู้สึกรู้สาอะไรกับเราด้วย
แต่ปัญหาของนักกีฬามือสมัครเล่น อย่างเรา คือ ฝีมือยังอ่อนหัดมาก
ไม่มีใครอยากเล่นกับคนที่เล่นไม่เป็น… เพราะมันเท่ากับไปเป็นตัวถ่วง
ให้เขารำคาญใจเปล่าๆ นอกจากนั่งดูคนอื่นเล่น จึงวิ่งเก็บลูกข้างสนาม
ไปพลางๆ จนกว่าจะมีใครสักคนเห็นใจ และเรียกไปลงสนามเมื่อขาดคู่
ความรู้สึกของการเป็น “ตัวถ่วง” ทำให้แทบอยากหักไม้แบดทิ้งและ
ทุ่มทุนซื้อจักรยานมาเดี๋ยวนั้น….
แต่เมื่อตรึกตรองดูแล้ว… การเล่นกีฬาก็คงไม่ต่างจากการใช้ชีวิตเท่าไหร่
แบดมินตันสอนให้เรารู้จักการทำงานเป็นทีม
แต่จักรยานสอนให้เรารู้ว่าล้มเองต้องลุกเอง…
๒.
มีเรื่องทำให้รู้สึกขัดเคืองใจมากอยู่เรื่องหนึ่งก่อนกลับบ้าน
ก็เลยเลือกที่จะวิ่งรอบสนามสักรอบเป็นการระบายออกเผื่อว่า
เหนื่อยแล้วความรู้สึกแย่ๆ มันจะได้ลดน้อยลงไปบ้าง
วิ่งไป น้ำตาไหลไป วิ่งเหมือนกับว่าข้างหน้าคือเส้นชัย
คือวิ่งเอาเป็นเอาตาย เหมือนหนีควายที่กำลังไล่ขวิดมายังไงยังงั้น
เพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างสนิทมากคนหนึ่ง กำลังเตะบอลอยู่ในสนาม
ไล่ตามลูกบอลมาข้างสนาม และตะโกนเรียก “เป็นไงวิ่งได้กี่รอบแล้ว”
ในเวลานั้น น้ำตากำลังนองหน้าและอาการ “ไม่อยากยุ่งกับใคร”
กำลังกำเริบเสิบสาน นอกจากจะไม่ตอบคำถามแล้วยังเดินหนีไปอีก
พอเพื่อนเตะบอลเสร็จก็เดินออกมาหา
“ถามทำไมไม่ตอบ เดินหนีเฉยเลย พี่ที่เค้าเตะบอลด้วยกันถามว่า
เอ็งไปว่าอะไรเค้าหรือเปล่า เค้าถึงได้เดินหนีไปอย่างนั้นน่ะ”
เมื่อเจอประโยคนี้ของเพื่อน ก็เลยตอบกลับไปว่า
“สิ่งที่ควรถามน่าจะเป็นความรู้สึกของเรามากกว่า ว่าเราเป็นอะไร
หรือเปล่าถึงได้เดินหนีไป…”
บางครั้งคนเราก็ควรสนใจ “ความรู้สึก” มากกว่าสนใจ “เนื้อหา”
ในสิ่งที่ใครสักคนกำลังแสดงออก หรือพูดออกมา….
เพราะบางทีเรื่องบางเรื่องมันก็แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง
รู้เรื่องไปก็ไม่ได้อะไรช่วยอะไรขึ้นมา
แต่ถ้า “เข้าใจความรู้สึก” แล้ว เรื่องราวต่างๆ
มันก็แค่ส่วนประกอบเท่านั้นเอง
๓.
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปงานหนังสืออีกครั้ง [...]
Trouble is a friend
Posted in เรื่องอยากเล่า on มิถุนายน 18, 2009 | 4 Comments »
Trouble is a friend
ถ้าเมื่อหันไปทางไหนแล้วไม่เจอใครสักคน ก็อาจต้องหันมาหาตัวเอง เมื่อไม่รู้ว่าจะคุยกับใครก็อาจจำเป็นที่ต้องหันมาคุยกับตัวเองแล้วถามตัวเองถึงสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ จากที่เคยบอกตัวเองว่า ต้องเรียงลำดับความสำคัญของ “ความไม่สบายใจ” ที่เกิดขึ้น คิด-แก้ไขในเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเสียก่อน
และตอนนี้สิ่งที่ดูเหมือนจะทำให้ไม่สบายใจมากที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องของ “เพื่อน”
เพื่อนร่วมงาน
ตอนนี้มีเพื่อนร่วมงานคนใหม่มารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนก เนื่องจากการปรับอัตราขึ้นตามชั้นยศ ทำให้หัวหน้าแผนกคนเดิมต้องถูกลดตำแหน่งลงเนื่องจาก “มีดาวบนบ่าน้อยกว่า” เป็นความรู้สึกระคายใจที่เราไม่อาจยอมรับได้เลยสักที แม้จะอยู่ในระบบนี้มาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ทั้งที่เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้หากตัดสินใจที่จะอยู่ในระบบ “ดาวบนบ่ามาก่อนสติปัญญาและมันสมอง” ระบบที่สอนให้ทำตามคำสั่ง ทำให้ระบบการ “คิดเอง” ด้อยศักยภาพลง
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าคนใหม่อาจจำเป็นต้องใช้เวลาสร้างบารมีพอสมควรในการทำให้คนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ศรัทธา จากความรู้สึกที่แท้จริงไม่ใช่มาจากการทำตามคำสั่ง
เพื่อน (ที่อาจจะ) ร่วมชีวิต
ถึงแม้ตอนนี้จะมีคนรัก แต่ก็ใช่จะเป็นคนที่ต้องร่วมใช้ชีวิตไปด้วยกันในความหมายของคำว่าครอบครัว เพราะถึงแม้เราจะพร้อมทุกอย่าง ทั้งอายุ การศึกษา ทั้งหน้าที่การงาน สถานะทางการเงิน แต่ก็ยังมีอย่างอื่นที่เป็นเงื่อนไขให้คำว่า “ครอบครัว” ของเรานั้นยังเป็นแค่ความตั้งใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “เราพร้อมไม่พร้อมกัน” เมื่อเราเป็นคนเอ่ยปากว่า “จะสร้างครอบครัวกับเราหรือเปล่า” คำตอบจึงยังเป็นความเงียบ
ความเงียบที่ยากจะคาดเดาได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ภายใน แต่ก็พยายามมองในแง่ดีว่า เพราะเราพร้อมแต่เขาไม่พร้อม สิ่งเดียวที่เราทำได้คือ “รอ”
เพื่อนสนิท
มีหลายคนบอกว่า มีแต่เพื่อนสนิทเท่านั้นแหละที่จะกล้าตดให้เราดม และก็คงมีแต่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่เรากล้าพูดคุย เปิดปาก ระบายความรู้สึกที่แท้จริงให้ฟัง และก็คงมีแต่เพื่อนสนิทเท่านั้นอีกเช่นกันที่กล้าตักเตือนด้วยถ้อยคำแรงๆ โดยที่ไม่กลัวเราโกรธ แต่สุดท้ายก็คงจะมีแต่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่คอยปลอบใจ [...]
รักข้ามรั้ว
Posted in เรื่องอยากเล่า on เมษายน 29, 2009 | 3 Comments »
ฝากละครเรื่องนี้ไว้ในใจของทุกท่านด้วยนะคะ
เริ่มวันที่ 29 เมษายนนี้ เวลา 18.45 น ช่อง 7สี นะจ๊ะ นะจ๊ะ
ART ตัวแม่
Posted in เรื่องอยากเล่า on มีนาคม 24, 2009 | 4 Comments »
ART ตัวแม่ – -
ริมทะเล จังหวัดหนึ่งในประเทศไทย
ขณะสองหนุ่มสาวเดินจูงมือกันลงจากรถ ตรงดิ่งไปที่ริมทะเลก็ถูกสกัดดาวรุ่งด้วยจานปูนึ่ง
แม่ค้าขายปูนึ่ง “ปูนึ่งมั้ยคะ ปูนึ่งสดๆ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัด อร่อยมากค่ะ”
แฟนหนุ่ม “เท่าไหร่ครับ” (ถามตามมารยาท)
แม่ค้าขายปูนึ่ง “ร้อยแปดสิบบาทค่ะ” (กระตือรือร้นอยากขายมาก เพราะเตรียมช้อน ส้อมไว้อีกมือหนึ่ง)
แฟนหนุ่ม “กินปูนึ่งมั้ยคุณ” (หันมาถาม ตามมารยาท)
แฟนสาว “ไม่อ่ะ ไปกันเถอะ ร้อน”
แฟนหนุ่ม “เดินเล่นริมทะเลกันมั้ย”
แฟนสาว “อะไรนะ จะเดินริมทะเล บ่ายโมงครึ่งเนี่ยนะ แดดขนาดนี้น่ะ ฆ่ากันเลยดีกว่า”
แฟนหนุ่ม “โอเคๆ ไม่เดิน ไม่เดิน งั้นไปนั่งในซุ้มมั้ย”
แฟนสาว “ไม่ ไม่เด็ดขาด เตียงผ้าใบแค่นี้ สามสิบบาท นั่งไม่สั่งอะไรเลยก็ไม่ได้ นั่งๆ อยู่คนเดินผ่านไปมาเตะฝุ่นเข้าปากอีก แถมคนที่นั่งข้างๆ เนี่ยก็ใกล้จนหายใจรดต้นคอ คุยอะไรกันก็ไม่รู้ ยังกับอยู่ในตลาดนัด”
แฟนหนุ่ม “งั้นปูเสื่อนั่งกันข้างบน” (เดินไปปูเสื่อ) สักพักมีแม่ค้าเดินมา
แม่ค้า “คุณคะ ตรงนี้ปูไม่ได้นะ [...]
ไปทางเหนือ
Posted in เรื่องอยากเล่า on ธันวาคม 19, 2008 | 4 Comments »
ทางเหนือ อากาศดี ไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป
แอบมีความพอดี ให้เมืองหลวงได้ริษยาเล็กๆ น้อยๆ
วัดร่องขุ่น
ฝรั่งเรียก “วัดขาว” เห็นแล้วก็คิดเหมือนฝรั่ง
สองสีที่เป็นหลัก คือ สีขาว กับสีทอง
งาม
สวย
ขาว
สูง
ไม่มีคำบรรยาย แต่ถ้ามีโอกาส ก็น่าไปเที่ยว
โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ศิลปะของ คุณเฉลิมชัย
ภายในวัดร่องขุ่น สวยและศิลป์
กบเลือกนาย
Posted in เรื่องอยากเล่า on กันยายน 10, 2008 | 1 ความคิดเห็น »
หัวหน้า
มีเพื่อนหนุ่มหน้าตาเกือบดีอยู่กับเขาคนหนึ่ง ที่นอกจากหน้าตาจะเอาชนะใจสาวแก่แม่หม้ายและชายด้วยกันแล้ว ยังเป็นคนเก่ง มีความสามารถขั้นเทพในงานสาขาอาชีพของเขา นอกจากเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม เป็นอาจารย์ เป็นนักกีฬา เป็นนักดนตรี มีชีวิตที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบในระดับหนึ่ง เขาสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองในแต่ละเดือนได้ค่อนข้างสูงจากการเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชน ขณะที่งานประจำนั้นเงินเดือนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของการทำงานนอก
เคยถามว่าทำไมไม่ลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวเสียเล่าในเมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งงบประมาณ ความสามารถ และกำลังคน เขาตอบว่า เพราะเขามีหัวหน้าที่เก่ง มีวิสัยทัศน์และมีความสามารถ เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากหัวหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน การปกครอง และที่สำคัญคือ วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีมุมมองที่เห็นถึงอนาคตไปหลายก้าว ทำให้เขารู้สึกศรัทธาและเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำและพร้อมที่จะเดินเคียงข้างสร้างองค์กรให้เติบโตไปกับหัวหน้าคนนี้
กับเพื่อนอีกคนเป็นหนุ่มที่หน้าตาดีมีทุกอย่างไม่แตกต่างกับคนแรก แต่คนนี้กลับร่ำร้องอยากลาออกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยเหตุผลที่ว่า หัวหน้าไม่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลพอที่จะบริหารองค์กรให้ก้าวหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น เพราะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อยศ เพื่อตำแหน่ง และบริหารองค์กรไม่ต่างจาก “รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง” ไม่ว่าเขาจะเสนอแนวคิดใดไปก็ไม่เคยได้รับการสนับสนุนเลยสักครั้ง
หัวหน้าคนนี้มีลูกน้องอยู่หลายคน คนหนึ่งเป็นคนขยันมากทำงานเหมือนมดงาน ไม่เคยบ่น ไม่เคยเกี่ยงงาน แต่ก็เป็นการทำงานตามคำสั่ง รับคำสั่งมาแล้วก็ทำงานอยู่อย่างนั้น ไม่มีการพัฒนาศักยภาพตัวเอง ส่วนคนต่อมาก็ใช้เวลางานไปกับเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะขายประกัน หรือเรียนต่อในชั้นสูงขึ้นไปอีก และคอยทำงานตามคำสั่ง สั่งให้ทำก็ทำ ไม่สั่งก็เฉยเสียอย่างนั้น ลูกน้องคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน นั่นคือการทำงานตามคำสั่ง ซึ่งหัวหน้าคนนี้ก็แปลกที่ไม่ใช้งานคนตามความสามารถที่แต่ละคนมีอยู่ ตรงข้ามกับประโยคที่ว่า Put the right man on the [...]
กองทัพไทยในใจ
Posted in เรื่องอยากเล่า on กุมภาพันธ์ 1, 2008 | 1 ความคิดเห็น »
มีโอกาสได้ไปฐานทัพเรือสัตหีบ ไปไหว้อนุสาวรีย์เสด็จในกรมฯ (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) บิดาแห่งกองทัพเรือ ไปดูเรือรบหลวง ตาปี คีรีรัฐ บางปะกง รัตนโกสินทร์ และ จักรีนฤเบศร ไปดูศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล ไปดูหาดนางรำฐานทัพเรือสัตหีบ
ภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้คือ ความตึง แข็ง แกร่ง และกร้าวอย่างทหารเรือ และสถานที่นั้นเป็นราชการ ปิดตายสำหรับคนภายนอก แต่เมื่อได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนก็ทำให้เปลี่ยนแนวคิด ทัศนคติ และความรู้สึกที่มีต่อ “ทหาร” ได้มากขึ้น อย่างน้อยที่สุด ความสวยงาม สะอาดตา ของพื้นที่กองทัพเรือก็ทำให้ผู้มาเยือนครั้งแรกประทับใจ.. ผู้ชายทั้งนั้น แต่สถานที่สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่าทึ่ง นั่นเพราะระเบียบ วินัยและการฝึกฝนของทหาร สอนมาอย่างนั้น…
การมีระเบียบวินัย เป็นสิ่งดี เพราะวินัย ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
มองจากที่สูง บริเวณทั่วไปของฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นเวิ้งอ่าวที่มีเกาะแก่งเล็กๆ อยู่โดยรอบ เป็นฐานที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับการ “รับมือ” กับการรบเสด็จในกรมฯ หรือเสด็จเตี่ย เป็นบุคคลที่น่ายกย่องเชิดชู บูชา เป็นปูชนียบุคคลที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง… ประเทศไทยโชคดีที่มีกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประเทศไทยโชคดีที่มีคน “ตายเพื่อชาติ” ได้ถึงขนาดนี้…
ย้อนมองกลับมา… เรา สามัญชนธรรมดา ทำอะไรเพื่อบ้านเมืองและผืนแผ่นดินเกิดได้บ้าง?
หลังกลับจากสัตหีบ [...]
ความสุขของการเขียนคือได้เขียน
Posted in เรื่องอยากเล่า on มกราคม 28, 2008 | 9 Comments »
บุ๊คบายแฮนด์ สัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้ว เพิ่งเจอ เลยเอามาแปะ ให้อ่านเล่นๆ กันน่ะ
:: หญ้าเจ้าชู้ : ความสุขของการเขียนคือได้เขียน ( 01/06/2550 )
http://www.bookbyhand.com/scoop.php?id=21
***สวัสดีค่ะหญ้าเจ้าชู้
// หวัดดีจ้ะ
*** แนะนำตัวให้เพื่อนๆ Book By Hand รู้จักหน่อยค่ะ// เกิดปีเสือจ้ะ > เรียนจบด้านการบริหารระบบห้องสมุดอัตโนมัติ และทำงานประจำที่สถาบัน อุดมศึกษาแห่งหนึ่งในประเทศ > มี รงค์ วงศ์สวรรค์, วินทร์ เลียววาริณ, หนุ่มเมืองจันท์, นิ้วกลม และมุราคามิ ฮารุกิ เป็นชายหนุ่มในดวงใจ > ชอบอ่านหนังสือพอๆ กับที่ชอบเขียนหนังสือ > เขียนหนังสือมาสิบกว่าปี ยุคสำนักพิมพ์ทอฝัน รุ่น นิจ อักษรา, จาริก แรมรอน, กิ่งฟ้า เสนีย์วงค์ฯ (ควันบุหรี่), เซรามิค ประมาณนี้ แต่ไม่เคยดังสักทีเพราะมีนามปากกาเยอะเกินไปและจำนามปากกาตัวเองไม่ค่อยได้ด้วย พอทำท่าว่าจะดังตั้งใจจะรวมเล่มเรื่องสั้นก็ดันเป็นช่วงวิกฤติของธุรกิจการพิมพ์ (ยุคฟองสบู่แตก) แต่พอถึงตอนนี้เราก็ข้ามช่วงวัย [...]
อัมพวา
Posted in เรื่องอยากเล่า on ตุลาคม 15, 2007 | 4 Comments »
หลังจากถีบตัวเองกระเด็นออกจากหน้าจอมอนิเตอร์ชั่วคราว ไปนั่งนับจังหวะลมหายใจเล่นที่ชานเมือง ริมคลองอัมพวา (อีกครั้ง) ในจำนวนหลายครั้งที่ผ่านมา, ไม่ได้คลั่งไคล้หลงใหลอะไรในอัมพวาเป็นพิเศษ ไม่มีแรงบันดาลใจให้ต้องไสหัวตัวเองไปถึงที่นั่น แม้ในวันที่เหงาเบ็ดเสร็จอย่างเช่นทุกวัน มันเป็นเพียงเพราะว่าอัมพวาอยู่ใกล้พระรามสอง มากกว่าที่พระรามสองอยู่ใกล้กับเกาะสีชัง…
อัมพวาเป็นความไม่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ชอบการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย ซึ่งอาจถูกป้อนข้อมูลมาว่าที่นั่นมีนักท่องเที่ยวแห่แหนกันไปเพื่อให้ได้ชื่อว่า ไปอัมพวามาแล้ว คนที่ไม่ชอบคนมากๆ จะไม่ชอบไป, แต่ในบางจังหวะ อัมพวาที่มากด้วยผู้คนก็เป็นอัมพวาที่น่ารัก เพราะมักจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ การเดินเฉียดไหล่กับคนในชุมชน ฟังบทสนทนาของคนสองฝั่งคลองที่ตะโกนหากันแข่งกับเสียงเรือท่องเที่ยว เสียงเรียกเรือผัดไทย โอเลี้ยง ดังอยู่ริมคลอง และเมื่อพาตีนเดินไปจนสุดปลายทางคลองด้านหนึ่ง นั่งมองการกระเพื่อมไหวของแม่น้ำยามเรือแล่นผ่าน ถ้าเพียงแต่จะลัดเลาะไปในละแวกที่เป็นวิถีปกติของชุมชน จะพบความเงียบสงบซุกซ่อนตัวเองอยู่ในท่ามกลางการท่องเที่ยวแบบโหวกเหวกโวยวาย
หิ่งห้อย ตลาดน้ำ และโฮมสเตย์ อาจจะทำให้ใครๆ อยากไปเยือนอัมพวา แต่อาม่ากำลังอาบน้ำให้หลานชายตัวน้อยริมคลองบางทีก็น่าสนใจกว่า หรือการได้นั่งสนทนากับคุณยายสองคนพี่น้องซึ่งแท็กทีมกันไม่แต่งงาน พร้อมทั้งให้เหตุผลกับสาวๆ ยุคใหม่ว่า “ผู้ชายสมัยนี้ไม่อดทน” ไม่อดทนกับความยากลำบาก ไม่อดทนกับความเบื่อหน่าย และไม่อดทนกับความยั่วยุของอบายมุข – ยายว่าอย่างนั้น นั่นก็เป็นการเปิดประตูอีกบานของทัศนคติ…
อัมพวาในความเป็นชุมชนที่ถูกดัดแปลงให้รองรับกับการท่องเที่ยวในห้วงเวลาซึ่งผู้คนต่างโหยหาอดีต และธรรมชาติ เป็นจังหวะดีของอัมพวาที่สามารถแจ้งเกิดได้และทำเอาตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นดาวตกรุ่นไปในระยะเวลาเพียงไม่นาน –
บางกลุ่มคนพยายามที่รักษาวัฒนธรรมอัมพวา, บางกลุ่มคนพยายามนำสิ่งทันสมัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว และอีกบางกลุ่มคนสงสัยในความเป็นคนอัมพวาของตัวเอง… คนเก่าแก่ในชุมชนที่ค่อยๆ ล้มหายตายจากไป คนรุ่นใหม่เข้าไปทำมาหากินในเมืองหลวงซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยกิโลเมตร, ทั้งหมดเป็นเรื่องของปากท้อง การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเป็นหน้าที่ของทุกคนหลังที่ลมหายใจแรกเริ่มสูดเอามลพิษของโลกกลมๆ ใบนี้เข้าไป บางเสียงที่หล่นจากปากคนอัมพวา
“อยากให้คนในท้องถิ่นไม่ทิ้งชุมชนไปไหน ก็ต้องหางานให้เขาทำ [...]