Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘พึมพำกับตัวเอง’ Category

ไม่มีอะไรมากไปกว่า การได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง, จะหายไปไหนได้อย่างไร ในเมื่อสังคมส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่แห่งนี้, โลกเรา – – ถ้าอยากเหยียบเท้าลงบนดิน ก็แค่เดินออกไป, ถ้าอยากพูดคุยทักทายก็แค่เอ่ยปาก… ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเลย..

ณ วันนี้

ชีวิตช่างสุข

แต่ก็นั่นแหละ,

เหรียญมีสองด้าน ทุกข์สุขมาคู่กันเสมอ – –

แค่ “ผลัดกันมา” เท่านั้นเอง

Read Full Post »

๑. ไม่หรอก…ผมไม่เคยสับสนในความรู้สึกที่มีต่อเธอ
ผมเพียงแต่…ไม่แน่ใจว่าหลังจากที่ความสัมพันธ์เริ่มต้น
ระหว่างเราจะเป็นอย่างไรต่อไป นั่นต่างหากล่ะที่ผมกังวล

๒. ผมแน่ใจว่าผมรักเธอจริงๆ
เรารู้จักกันมานานพอที่จะคบหาเป็นคนรักกัน
แต่ระหว่างเรา…ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้

๓. ผมบอกกับเธอว่า “เรามาเป็นแฟนกันเถอะ”
เธอตอบว่า “เอาสิ…ได้เลย ไม่มีปัญหา”
คำตอบของเธอทำให้ผมสงสัยว่า…มีกี่คนนะที่เธอตอบแบบนี้

๔. เธอบอกผมว่า ถ้าเราเป็นแฟนกันแล้ว
เธอก็ยังจะเป็นเธออย่างที่เธอเคยเป็น…
แล้วเราจะมีโอกาสได้ดูหนังด้วยกันมั้ยนะ… ในเมื่อเธอไม่ชอบดูหนัง

๕. ผมรู้ว่าถ้าเทียบกับใครๆ ของเธอแล้ว
ผมไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นคนรักของเธอได้เลย
แล้วทำไม…เธอตกลงเป็นแฟนกับผมนะ

๖. ผมอยากให้เราสร้างครอบครัวไปด้วยกัน
แต่เธอยังยืนยันว่า…เธอไม่อยากแต่งงาน
แล้วเธอตกลงคบกับผมเพื่ออะไรนะ…

๗. ผมรักเธอ
แต่เธอรักผมบ้างหรือเปล่า…
ไม่รู้เลย

Read Full Post »


หลายครั้งที่คนเราตกอยู่ในภาวะ
ไร้แรงบันดาลใจ
สักกี่ครั้งที่คนเราจะกลับเข้าสู่ภาวะ
มีแรงบันดาลใจ

หลายหนที่คนเรามักจะ
เสียสมดุลในการใช้ชีวิต

จะมีสักกี่หนที่คนเราจะ
ปรับสมดุลให้กับชีวิตได้ใหม่

ออกเดินทางบ้าง
พบปะมิตรสหายบ้าง
อยู่เคียงข้างคนรักบ้าง
แต่สำคัญที่สุดคือ

“อยู่กับตัวเองบ้าง”

 

 

Read Full Post »

(เพิ่มเติม…)

Read Full Post »

ไม่ได้ไป ตู้เย็น
แต่ไป เมืองเก่า

ไม่ได้ไปแบบ เหงา เหงา
แต่มี (อีก) เงาเป็นเพื่อนใกล้ๆ

ไม่รู้ถึงวันหน้า
รู้เพียงว่า วันนี้พอสุขใจ

เรื่องวันใหม่
ให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้

 

 

Read Full Post »

ถ้ารักใครสักคนแล้วไม่ได้บอกรัก

จะรู้สึก อึดอัด ขัดใจ…

เหมือนท้องเสีย แต่ไมได้เข้าห้องน้ำ

เมื่อได้บอกออกไปแล้ว มักจะสบายใจ

เหมือนได้เข้าห้องน้ำ

ถึงแม้ว่าจะถูกปฏิเสธ…

เหมือนห้องน้ำเต็ม

การบอกรัก แล้วถูกปฏิเสธ

มันก็เจ็บปวดรวดร้าวดี

แต่ก็ไม่ได้หมายถึง จะเลิกรัก คนที่รัก…

เพียงแต่ต้องเปลี่ยนจากการ “บอกรัก”

มาเป็น “แอบรัก” แทน–

ก็ดีเหมือนกัน,

เพราะเมื่อไหร่ที่เราเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น

เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าเราโกหก

ที่บอกรักเขา – –

Read Full Post »

ประเด็นของเรื่องมาจากหนังสือชื่อ Men are From Mars, Woman are form Venus ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ (ประมาณนี้ล่ะมั้ง หนังสือเป็นภาษาอังกฤษ –อ่านไม่ออก) เพิ่งค้นเล่มนี้เจอก็ตอนที่เก็บข้าวของให้ “เข้าระเบียบ” ในที่ที่มันควรจะอยู่ –

ไม่ได้เปิดอ่านมันมากไปกว่าหน้าแรกที่เขียนเอาไว้ว่า

“เผื่อจะรู้จักตัวเองมากขึ้น” คนให้เป็นผู้ชาย เป็นวิศวกร ความสามารถที่ต้องยอมรับว่า “อัจฉริยะ” ในวิชาชีพของเขา เราเคยสนิทกันมาก แต่ตอนนี้เราไม่ได้สนิทกันแล้ว ชื่อเขาคือ “สมศักดิ์” ชื่อเล่นที่เราเรียกคือ “คุณจุ๋ม” หนังสือเล่มนี้ไม่ใหม่ เพราะเขาอ่านมันก่อนที่จะให้เรามา และเขาก็ขีดไฮไลท์ในระหว่างประโยคที่เขารู้สึก “พิเศษ” กับมัน

เราไม่ได้อ่านเล่มนี้อีก และเราก็จำไม่ได้ว่าเนื้อหาของเรื่องมันเป็นยังไง… แต่สิ่งที่เราจำได้คือ มิตรภาพระหว่างเรากับคุณสมศักดิ์ — ดูเหมือนเราจะรู้จักกันเพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์อะไรสักอย่างก็จำไม่ได้แล้ว คล้ายๆ MSN พ.ศ.นี้ แต่นั่นจะไม่ได้ทำให้เราสนิทกันได้ถ้าไม่บังเอิญเพราะว่าคนรักของคุณสมศักดิ์ทำงานที่เดียวกับเรา…

มันเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ใช่โชคชะตา –

คุณสมศักดิ์มานั่งรอ “คนรัก” ที่ล็อบบี้ของอาคารทุกวัน ส่วนเราก็ไปนั่งกินกาแฟทุกวันและเมื่อวันหนึ่งที่ว่างเหลือแค่ตรงหน้าเรา คุณสมศักดิ์เดินมาขอนั่งด้วย เขาชวนคุย… เขาไม่รู้ว่าเราคือคนที่คุยกับเขาทางโปรแกรมนั้น เราก็ไม่รู้ว่าเขาคือคนเดียวกับที่เรารู้จัก… แต่เมื่อเจอกันสองสามครั้งก็แลกเบอร์กัน—นั่นเลยทำให้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน

โลกมันกลม ประเทศไทยมันแคบ—และเราก็ไม่ได้มาจากดาวคนละดวง แค่มาจากท้องพ่อท้องแม่คนละคน

ตอนนั้นเราเรียนที่ชลบุรี คุณสมศักดิ์เป็นคนสอนภาษาอังกฤษให้เรา ช่วยเราแปลงานให้เรา ขับรถจากกรุงเทพฯ พาเราไปส่งธีสิสที่มหาวิทยาลัยก่อนที่จะหมดเวลาอย่างหวุดหวิด (และหวิดตาย) ไปเที่ยวเกาะเสม็ดกันสองต่อสอง (กรี๊ดๆ) ยอม อดบุหรี่ตลอด 3 วัน คุณสมศักดิ์คอยแกะกุ้งให้เรากิน แบกเรากลับห้องพัก ซื้อดิกชันนารีให้ ซื้อตำราเรียนภาษาอังกฤษ Looks a head ให้ (เพราะรู้ว่าภาษาอังกฤษเราห่วย) และอีกมากมายที่คุณสมศักดิ์ทำเพื่อเรา เราน่าจะเป็นแฟนกับคุณสมศักดิ์ ถ้าไม่เพราะเหตุผลบางประการ (ถ้าอยากรู้ก็โปรดอ่าน ลุ้นสุดฤทธิ์พิชิตรัก เขาเป็นหนึ่งในตัวละครของเรื่องด้วยล่ะ)

คุณสมศักดิ์ มีความเป็นตัวเองสูงปรี๊ด ไม่ใช่ว่าใครจะรู้จักเขาง่ายๆ นัก แต่เขามักจะชอบเรียนรู้และรู้จักคนอื่น การที่เขารู้จักใครสักคน เขาจึงมักถือไพ่เหนือกว่าในทุกเรื่องเสมอ และคุณสมศักดิ์เป็นนักสงสัยตัวเอ้ โดยเฉาะเรื่อง “คน” เขามักจะมีข้อสงสัยในการรู้จักคนอื่นเสมอ เช่น “การที่ใครสักคนเดินเข้ามาทักคุณ คุณคิดว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจนั้น” นั่นเป็นตัวอย่างประโยคประหลาด ที่คุณสมศักดิ์ชอบถาม เมื่อเราตอบ “หน้าตามั้ง” และเขาก็มักจะบอกหลังจากที่ได้คำตอบแล้วว่า “ที่ผมถาม เพราะคุณจะได้สำรวจตัวเองว่าในขณะนั้นคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ทางศาสนาพุทธเรียกว่าการมีสติสัมปชัญญะน่ะ” แต่คุณสมศักดิ์เป็นคริสเตียน

เราเคยบอกเขาว่าเรามาจากดาวอื่น เพราะตอนนั้นเพิ่งได้ชื่อนามปากกามาใหม่ว่า ดาริกามณี ดาวนั้นชื่อ “ดาวดวงแก้ว” (Arcturus) -0.04, Rich Golden Yellow มีอีกชื่อหนึ่งว่า ดาวยอดมหาจุฬามณี เป็นดาวฤกษ์ที่สังเกตได้ง่าย แดง มีความสว่างปรากฏอันดับ 4 ของท้องฟ้า มีความสว่างปรากฏเท่ากับ -0.04 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 37 ปีแสง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 เท่าของดวงอาทิตย์ คำว่า “อาร์คทุรุส” หมายถึง “คนเลี้ยงหมี” (The Bear-keeper) โดยคนเลี้ยงสัตว์หรือคนเลี้ยงหมีนี้ จะเดินตามหลังกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) และกลุ่มดาวหมีเล็ก (Ursa Minor) ไปรอบๆขั้วฟ้าเหนือตลอดเวลา…

เราโดนคุณสมศักดิ์ “อัด” เสียหงายหลังเรื่องมาจากดาวอื่น (ทั้งที่มันแค่การเปรียบเทียบ)

“การที่คิดว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น แล้วทึกทักเอาเองว่า ไม่เหมือนคนอื่น เพราะความไม่เหมือนคนอื่นเลยบอกตัวเอง (เหมือนเด็กขาดความอบอุ่น) ว่า ฉันมาจากดาวโน้น ดาวนี้ ดาวห่-าเหวอะไรต่อมิอะไรนั่นน่ะ… รู้จักดาวดวงนั้นดีแค่ไหน แล้วไม่พอใจหรือไงที่เป็นลูกพ่อกับแม่ ความต่างของคน มาจากตรงไหน เรียนรู้เรื่องชีววิทยาก็น่าจะรู้… แล้วไอ้การแสดงเพาเวอร์เรนเจอร์ เพื่อแสดงว่าตัวเองต่างจากคนอื่นน่ะ—ใช้วิธีฉลาดกว่านี้ก็ได้… ในทางจิตวิทยา คนที่รู้สึกว่าตัวเองมาจากดาวอื่น มักจะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่น หรือเป็นคนมีปัญหานะ”

เท่านั้นแหละ มันทำให้เรากลายเป็น คนธรรมดาขึ้นมาในทันที… เราไม่ได้คิดว่าคุณสมศักดิ์พูดถูก หรือผิด แต่เราคิดว่าทุกคนมีพื้นฐานที่แตกต่างกันทุกอย่างอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ไม่ว่าใครจะแปลกประหลาดขนาดไหน ทุกคนก็มาจากที่เดียวกัน นั่นคือ “สเปิร์มของพ่อและไข่ของแม่” ไม่ได้ปฏิสนธิโดยเอเลี่ยนจากดาวไหน—

การแสดงออกถึง “อะไรบางอย่าง” ของคนแต่ละคนเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองมีหลายแบบ บางคนก็ชอบปาก้อนหินใส่กระจกรถชาวบ้าน บางคนก็จับเข้าเซฟเฮาท์ช็อตไข่ และบางคนก็พูดน้ำไหลไฟดับโดยไม่คำนึงว่าเป็นไปได้หรือไม่ได้ แถมยังชอบว่าคนโน้นคนนี้มือสะอาด มือสกปรก อีกด้วย แต่ละคนมีวิธีของตัวเองไปต่างๆ กัน อันที่จริงจะว่าไปแล้วเราเองก็ชอบแสดงออกถึงเพาเวอร์เรนเจอร์ของตัวเองอยู่เหมือนกัน เช่น ขี้คุย แม่-ง เราโคตรขี้คุยเลย แต่ก็อีกนั่นแหละ ไอ้ที่คุยนั่นน่ะมันทำได้จริงๆ นี่หว่า–

อ่ะ กลับมาที่คุณสมศักดิ์อีกที ตอนนี้เราไม่ได้เจอกันอีกแล้วและเราก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงไหนของโลกนี้ แต่รับรองว่าเขายังไม่ย้ายไปอยู่ที่ดาวไหน เขาเคยเตือนเราเสมอว่า การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นไม่ง่าย ให้ดำรงความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบเอาไว้ อยากเก่งต้องเก่งให้ถูกทาง อยากอวดดีต้องแน่ใจว่ามีดีให้อวด อยากฉลาดก็ต้องคิดให้เก่ง คิดให้เป็น โชคดีแค่ไหนแล้วที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินนี้ ไม่ใช่เอธิโอเปีย

(แล้วยังสะเหร่อบอกอีกนะว่า ทำไมพวกที่มาจากดาวอื่นถึงไม่ลองไปอยู่ที่นั่นดูบ้าง–วะ)

และเรื่องการมาจากดาวอื่น ก็จบลงที่

“ผมมีวันนี้ได้ ไม่ใช่เพราะมาจากดาวพุธ แต่เพราะผมมาจากพ่อกับแม่ แล้วถ้าคิดจะเปรียบเทียบตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน ลักษณะอย่างไร ทำไมถึงไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง ไม่ต้องไปคิดไกลถึงต่างดาวหรอก แค่บอกว่าคุณเป็นคนแบบไหน แสดงออกไปอย่างที่คุณเป็นเท่านั้นก็พอแล้ว ที่เหลือ คนอื่นเขาคิดเองได้”

ขณะนั้นเราสองคนกำลังนอนแผ่พุงฟังเสียงคลื่นและชมดาวกันที่เกาะเสม็ด คุณสมศักดิ์เปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับทัศนคติบางด้านให้เรา เขาไม่ใช่คนมองโลกในแง่ดี แต่เรามองตัวเองในแง่ดี มีความสุขกับการใช้ชีวิตและบอกเราบ่อยมากว่า

“ชีวิต -ไม่ใช่จะได้มากันง่ายๆ นี่ถ้าไม่มีพ่อกับแม่ล่ะก็ไม่ได้มาหรอกนะชีวิตน่ะ ใช้มันให้มีคุณค่าคุ้มกับที่พ่อแม่ให้มา”

ผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้วสำหรับมิตรภาพระหว่างเรากับคุณสมศักดิ์ และที่ทำให้เรานึกถึงเขาขึ้นมาไม่ใช่เพราะหนังสือ Men are from Mars, Woman are from Venus แต่เพราะเขาให้หนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับ Dictionary เล่มหนาและข้อความในกระดาษเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดว่า

“ผมรู้ว่าคุณจะต้องปฏิเสธหนังสือ Men are from Mars, Woman are from Venus และคุณก็จะบอกว่า ฉันไม่ได้มาจากดาวดวงไหน ดังนั้นผมจึงส่ง Dictionary มาให้ด้วย ให้คุณเรียนการแปลจากเล่มนี้ เผื่อคุณจะได้เข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น– ไม่มีข้อแก้ตัวแล้วใช่มั้ย ดาริกามณี”

คุณสมศักดิ์จึงเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีใครสักคนทุ่มเทหลายอย่างให้…

เราต่างก็ไม่ได้มาจากดาวดวงไหน – แค่มีนิสัยใจคอที่ต่างกันเท่านั้นเอง… / 11.02.2008.10.12

Read Full Post »

Older Posts »